ละอองเรืองรองยังคงวนเวียนรอบกายบุปผาภักดิ์ ทอแสงสีทองอ่อนละมุนราวกับม่านหมอกแห่งสวรรค์ ผงเพชรที่เกิดจากกลีบกุหลาบสีทับทิมสุกสกาว ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันที่ถูกรวบรวมมาประดับประดาไว้บนร่างของเทพบุตร รัศมีศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมานั้นแกร่งกล้าเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทนทานได้ หากแต่ชาวเมืองหลวงกลับยืนนิ่งสงบ สรรเสริญต่อปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ที่อยู่เบื้องหน้า
บุปผาภักดิ์ก้าวลงจากบัลลังก์ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ แสงสว่างเจิดจ้าจากกายทิพย์ของเขาสาดส่องไปทั่วลานพระราชวัง เปลี่ยนบรรยากาศอันมืดมนและอึมครึมให้สว่างไสว ท่ามกลางเสียงกึกก้องของการสรรเสริญ แววตาของเทพบุตรมองตรงไปยังนทีที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางหมู่ทหารองครักษ์ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
"นที... บุตรแห่งสวรรค์" เสียงทุ้มกังวานราวกับเสียงพิณสวรรค์เอ่ยเรียกชื่อของมนุษย์ผู้นั้น "ถึงเวลาแล้วที่เจ้ายอมรับในโชคชะตาของเจ้า"
นทีรู้สึกได้ถึงกระแสพลังอันอ่อนโยนแต่ทรงอำนาจที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองบุปผาภักดิ์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งความเกรงขาม ความศรัทธา และความหวัง เขาเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของเทพบุตร ซึ่งสะท้อนภาพของตัวเองในอดีตที่เปี่ยมด้วยความฝันและความมุ่งมั่น
"ข้า... ข้าน้อมรับ" นทีตอบเสียงสั่นเครือ แม้จะพยายามสงบใจเพียงใด แต่ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามานั้นหนักหน่วงเกินกว่าจะควบคุม เขาจำได้ถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับมารดา ผู้ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของสายเลือดแห่งสวรรค์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา
"ดีมาก" บุปผาภักดิ์กล่าว พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งออกไปเบื้องหน้า มือเรียวงามของเทพบุตรส่องประกายราวกับถูกเคลือบด้วยทองคำบริสุทธิ์ ละอองเรืองรองรอบกายเขาพุ่งรวมกันเป็นกลุ่มก้อนแสงสีทอง ก่อนจะลอยไปสัมผัสกับฝ่ามือของนที
ทันทีที่สัมผัสกัน นทีรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านไปทั่วร่าง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาจากปลายนิ้ว สู่แขน ลำตัว และกระจายไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เขาเห็นภาพนิมิตผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เป็นภาพของป่าบุปผาอันงดงาม ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบานอย่างมีชีวิตชีวา และเสียงหัวเราะของเทพธิดาที่ดังก้องอยู่ในความทรงจำ
"นี่คือพลังแห่งบรรพบุรุษของเจ้า" บุปผาภักดิ์กล่าว "พลังที่ถูกหลับใหลมานาน บัดนี้มันจะตื่นขึ้นอีกครั้ง เพื่อนำพาเจ้าไปสู่เส้นทางที่แท้จริง"
แสงสีทองจากฝ่ามือของบุปผาภักดิ์ค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในร่างของนที ทำให้เกิดประกายสีทองอ่อนๆ วนเวียนรอบตัวเขาเช่นเดียวกับที่เคยปรากฏรอบกายบุปผาภักดิ์ ดวงตาของนทีเปล่งประกายสีทองอันทรงพลัง ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ ที่เคยมี
"ท่าน... หมายความว่าอย่างไร" นทีถาม ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็มีความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างประหลาด
"เมืองหลวงแห่งนี้... หรือที่เจ้าเรียกว่า 'นครราตรี' เต็มไปด้วยเงาแห่งความมืดและอำนาจที่คุกคาม" บุปผาภักดิ์อธิบาย "พลังแห่งความชั่วร้ายกำลังก่อตัวขึ้น และมีเพียงผู้ที่มีสายเลือดแห่งสวรรค์เท่านั้น ที่จะสามารถต่อกรกับมันได้"
คำพูดของบุปผาภักดิ์ทำให้นทีนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงในช่วงที่ผ่านมา การปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัว อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และความหวาดกลัวที่ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง
"ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว" นทีกล่าว "ท่านคือผู้ส่งสารจากสวรรค์ เพื่อปลุกพลังที่แท้จริงในตัวข้า"
"ใช่แล้ว" บุปผาภักดิ์พยักหน้า "แต่เส้นทางของเจ้านั้น จะไม่ง่ายดาย อำนาจมืดที่เจ้าจะต้องเผชิญนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก มันมีแผนการอันชั่วร้ายที่จะทำลายสมดุลของโลกนี้"
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แสงสีทองจากกายของบุปผาภักดิ์และนทีถูกบดบังด้วยเงาดำทะมึนที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับม่านหมอกแห่งรัตติกาล เสียงกระซิบกระซาบอันชั่วร้ายดังขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทาง ทำให้เหล่าทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่รอบๆ พาหันหน้าไปมองด้วยความหวาดหวั่น
"พวกมันมาแล้ว" บุปผาภักดิ์เอ่ยเตือน เสียงของเขาแฝงไปด้วยความเยือกเย็น แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยว "เหล่าสมุนแห่งความมืด ผู้ที่ปรารถนาจะครอบครองอำนาจอันไร้ขีดจำกัด"
จากเงามืดเบื้องหลังบัลลังก์ดอกบัว ปรากฏร่างของชายชุดดำหลายร่าง ใบหน้าของพวกมันถูกปกปิดด้วยหน้ากากอันน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาของพวกมันเรืองแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน พวกมันถืออาวุธที่สลักลวดลายแปลกประหลาดไว้บนคมดาบและหอก
"เทพบุตรแห่งป่าบุปผา..." เสียงแหบแห้งอันน่าขนลุกดังขึ้นจากร่างของชายชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำ "เจ้าไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับกิจการของเมืองมนุษย์!"
"ข้าไม่ได้มายุ่ง" บุปผาภักดิ์ตอบอย่างสงบนิ่ง "ข้ามาเพื่อกำจัดพวกเจ้า ผู้ที่คิดจะทำลายความสงบสุขของโลก"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!" เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังขึ้น "เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำได้งั้นหรือ? อำนาจของพวกเราเหนือกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้!"
ทันทีที่พูดจบ ชายชุดดำเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่บุปผาภักดิ์และนทีอย่างรวดเร็ว ดาบและหอกของพวกมันโบกสะบัดไปมา สร้างคลื่นพลังงานสีดำที่น่าสะพรึงกลัว
แต่บุปผาภักดิ์นั้นไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเบาๆ ละอองเรืองรองรอบกายเขาเข้มข้นขึ้น จนกลายเป็นม่านพลังงานสีทองที่ส่องประกายเจิดจ้า ม่านพลังนั้นปัดป้องการโจมตีของเหล่าสมุนแห่งความมืดได้อย่างง่ายดาย
"นที! ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องพิสูจน์ตัวเอง" บุปผาภักดิ์กล่าว พร้อมกับส่งพลังบางส่วนไปให้กับนที
นทีรับพลังนั้นมา ดวงตาของเขาส่องประกายสีทองอันเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม เขายกมือขึ้นเบื้องหน้า และด้วยจิตที่แน่วแน่ เขาก็สามารถเรียกพลังแห่งดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้เช่นกัน!
กลีบดอกบัวสีทองสว่างไสวปรากฏขึ้นรอบตัวนที สร้างเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง และพร้อมกันนั้น เขาก็สามารถยิงลำแสงสีทองอันทรงพลังออกไปจากฝ่ามือ โจมตีเข้าใส่เหล่าสมุนแห่งความมืด
การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้น ณ ลานพระราชวังแห่งนครราตรี เทพบุตรแห่งป่าบุปผา ผู้มาพร้อมกับรัศมีแห่งสวรรค์ และมนุษย์ผู้มีสายเลือดแห่งเทพเจ้า กำลังเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่แผ่ขยายเข้ามา
"พลังของเจ้านั้น... ยังอ่อนแอเกินไป" เสียงแหบแห้งของผู้นำกลุ่มสมุนแห่งความมืดกล่าวเย้ยหยัน ก่อนที่มันจะร่ายเวทมนตร์บางอย่าง มือของมันชูขึ้น ท้องฟ้าพลันมืดครึ้มลงอีกครั้ง มีก้อนเมฆสีดำก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาดราวกับอสุรกาย
"นี่คือพลังที่แท้จริงของนครราตรี!" มันตะโกน "และเจ้า... ไม่มีสิทธิ์จะมายุ่งเกี่ยว!"
ก้อนเมฆสีดำเหล่านั้นเริ่มทิ้ง "น้ำตาแห่งความมืด" ลงมา ซึ่งไม่ใช่ฝน แต่เป็นหยดของพลังงานชั่วร้ายที่สามารถกัดกร่อนทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัสได้
บุปผาภักดิ์และนทีต่างก็ต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในการป้องกันตัวเองจากการโจมตีอันโหดร้ายนี้ การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และชัยชนะยังคงเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา
แต่ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงฉานก็สาดส่องมาจากทิศหนึ่ง!
เป็นแสงที่ทรงพลัง รุนแรง และแฝงไปด้วยเจตนาอันโหดเหี้ยมยิ่งกว่าพลังของเหล่าสมุนแห่งความมืดเสียอีก! แสงนั้นพุ่งตรงเข้ามายังกลางสมรภูมิการต่อสู้
"นี่มันอะไรกัน!" ผู้นำกลุ่มสมุนแห่งความมืดอุทานด้วยความตกใจ
บุปผาภักดิ์และนทีต่างก็ชะงักงัน พวกเขามองไปยังทิศทางของแสงนั้น ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกให้รู้ว่า ศัตรูที่แท้จริง... อาจจะเพิ่งปรากฏตัวขึ้น
และแล้ว ในท่ามกลางแสงสีแดงฉานที่เจิดจ้ากว่าสิ่งใด ก็ปรากฏร่างของใครบางคน... ร่างที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว จนทำให้ทั้งบุปผาภักดิ์และนทีต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เขาคือใคร? และเขาจะเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยเจตนาใด? ชะตากรรมของนครราตรีจะเป็นเช่นไรต่อไป?

มหาเทพบุปผาภักดิ์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก