เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 11 — หนีตายใต้ซากปรักหักพัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,387 คำ

ริวนำหน้าอคิน วิ่งโผนผ่านซากปรักหักพังอย่างไม่คิดชีวิต อากาศในฐานทัพ 'รังมังกร' ยิ่งเลวร้ายลงทุกขณะ แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดที่ดังไม่หยุดหย่อนทำให้โครงสร้างที่เหลืออยู่เริ่มปริร้าวและทรุดตัวลง ฝุ่นปูนคลุ้งไปทั่วจนแสงไฟจากหลอดไฟที่กะพริบระยับดูเลือนรางเหมือนภาพฝันร้าย กลิ่นคาวเลือด ‌กลิ่นสารเคมี และกลิ่นไหม้ตีปะปนกันจนแทบสำลัก

"ฟ้าใส! ทางออกอยู่ไหนกันแน่!" อคินตะโกนอีกครั้ง แรงสั่นสะเทือนทำให้เสียงของเขาพร่าไปกับเสียงอึกทึกรอบข้าง "ฉันแทบมองไม่เห็นอะไรเลย!" "ทางเดินหลักไปทางซ้ายถูกปิดตายแล้วค่ะ!" เสียงของฟ้าใสในหูฟังขาดๆ หายๆ ​เธอพยายามควบคุมระบบนำทางที่บิดเบี้ยว "ผนังด้านขวา... ผนังด้านขวาเป็นช่องระบายอากาศเก่า! มันน่าจะเชื่อมกับทางออกฉุกเฉินระดับล่าง!" "ช่องระบายอากาศ? คุณแน่ใจนะว่ามันจะไปถึง?" ริวถามขึ้น พลางยกปืนขึ้นยิงใส่ท่อเหล็กขนาดใหญ่ที่ขาดห้อยลงมาเกือบจะฟาดใส่อคิน

อคินไม่รอคำตอบ เขาสับเท้าตามริวไปติดๆ ‍เบื้องหน้าคือผนังคอนกรีตขนาดใหญ่ที่แตกร้าวเผยให้เห็นช่องว่างแคบๆ กว้างพอที่คนคนหนึ่งจะมุดเข้าไปได้ สังเกตจากรอยสนิมและตะไคร่น้ำแล้ว นี่คงเป็นช่องที่ถูกทิ้งร้างมานาน "ไม่มีเวลาแล้ว! เข้าไป!" อคินผลักริวเข้าไปก่อน เขาเองรีบตามไปติดๆ

ภายในช่องระบายอากาศมืดสนิทและคับแคบ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นโลหะขึ้นสนิมตีเข้าจมูก ‌อคินต้องคลานสี่ขา ใช้ศอกและหัวเข่าดันตัวเองไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างหนึ่งกำกระเป๋าเล็กๆ ที่บรรจุตัวอย่างเชื้อ 'พลายเพลิง' ไว้แน่น นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาต้องนำออกไป มันคือส่วนหนึ่งของภารกิจ ‍และเป็นกุญแจสำคัญที่จะหยุดยั้งหายนะที่อาจเกิดขึ้นได้ ความร้อนจากภายนอกยังคงแผ่ซ่านเข้ามาเป็นระยะๆ เขาได้ยินเสียงครืดคราดของโครงสร้างที่กำลังพังทลายอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าฐานทัพทั้งฐานกำลังจะกลายเป็นสุสานของตัวเอง

"ทิศทาง 270 องศาค่ะ! อีกประมาณ 50 เมตร ​คุณจะเจอทางแยกซ้ายมือ... มันน่าจะพาไปที่อุโมงค์ขนส่ง!" ฟ้าใสพยายามให้ข้อมูลอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เสียงของเธอก็ยังคงติดๆ ดับๆ "ฟ้าใส! สัญญาณคุณไม่ดีเลย! ระวังตัวด้วย!" อคินตะโกนตอบไป ​ความกังวลฉายชัดในน้ำเสียง เขารู้ว่าฟ้าใสกำลังทำงานอยู่ในศูนย์บัญชาการที่อาจจะถูกโจมตีได้ทุกเมื่อเช่นกัน

ทันใดนั้น แสงไฟฉายจากริวที่อยู่ข้างหน้าก็จับภาพของซากศพทหารนายหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นช่องระบายอากาศ ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าอาเจียน "ดูเหมือนเราไม่ใช่คนแรกที่ใช้เส้นทางนี้" ริวกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง อคินพยักหน้าเงียบๆ เขาเห็นรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนไปตามพื้นและผนัง ​แสดงว่าทหารนายนี้คงจะพยายามหนีตายเช่นเดียวกับพวกเขา แต่ไม่สำเร็จ

จู่ๆ ช่องระบายอากาศก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษปูนและฝุ่นผงร่วงลงมาใส่พวกเขา เสียงระเบิดที่ดังขึ้นใกล้กว่าเดิมจนหูอื้อไปหมด "ฐานกำลังจะพังถล่มลงมาแล้ว!" อคินตะโกน เตือนริวให้เร่งฝีเท้า พวกเขาเร่งความเร็วในการคลาน ไม่สนใจความเจ็บปวดจากบาดแผลถลอกที่เกิดขึ้นตามร่างกาย อคินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกบดขยี้จากทุกทิศทาง ประสาทสัมผัสทุกอย่างตึงเครียดถึงขีดสุด เขานึกถึงภาพเก่าๆ ภาพของเพื่อนร่วมทีมที่ต้องจบชีวิตลงในภารกิจที่ผิดพลาด ภาพของความรู้สึกไร้พลังในวันนั้น วันที่เขาถูกทิ้งให้ตาย ไม่ใช่ครั้งนี้ อคินย้ำกับตัวเอง ฉันจะไม่ยอมตายที่นี่!

เมื่อผ่านพ้นช่องระบายอากาศที่ยาวนานเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด พวกเขาก็ร่วงลงมาในอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางขนส่งใต้ดินเก่าๆ อุโมงค์กว้างพอให้รถบรรทุกขนาดเล็กวิ่งได้ มีรางรถไฟแคบๆ ทอดตัวไปตามพื้นดินที่เต็มไปด้วยกรวดและฝุ่นละออง "นี่มันคืออะไรกัน?" ริวพึมพำ "อุโมงค์ขนส่งเก่า... ไม่ได้อยู่ในแผนผังของฐานทัพปัจจุบัน" ฟ้าใสตอบ เสียงของเธอชัดขึ้นเล็กน้อย "ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังใช้มันเพื่อขนส่งอะไรบางอย่างออกไป... รอสักครู่นะคะ ฉันกำลังพยายามแฮกเข้าระบบกล้องวงจรปิดของอุโมงค์นี้" อคินมองไปรอบๆ อุโมงค์มืดสลัว มีเพียงแสงไฟฉายจากอาวุธของพวกเขาที่สาดส่องไปตามทางยาวสุดลูกหูลูกตา เขาได้กลิ่นของน้ำมันเครื่องและดินปืนจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากความมืดเบื้องหน้า

"เจอแล้วค่ะ! มีรถไฟขนส่งกำลังวิ่งเข้ามา!" ฟ้าใสส่งเสียงเตือน "มันน่าจะเป็นขบวนสุดท้ายก่อนที่อุโมงค์จะถูกตัดขาดจากภายนอก! คุณต้องรีบขึ้นไปบนนั้น!" เสียงหึ่งๆ ของเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้นจากเบื้องลึกของอุโมงค์ ตามมาด้วยแสงไฟจากหัวรถจักรที่สว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ "ขบวนสุดท้าย? ดูเหมือนเราจะไม่ใช่คนเดียวที่อยากหนีจากที่นี่" ริวกล่าวอย่างเย้ยหยัน พลางคว้าตัวอคินให้หลบหลังกองลังที่วางระเกะระกะอยู่ข้างทาง

รถไฟขนส่งขนาดเล็กที่ประกอบด้วยหัวรถจักรและตู้บรรทุกสินค้าสี่ห้าตู้แล่นผ่านพวกเขาไปอย่างช้าๆ แต่ละตู้ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา อคินและริวตัดสินใจที่จะไม่รอช้า พุ่งตัวออกจากที่กำบังและกระโดดเกาะข้างตู้สินค้าขบวนสุดท้าย ก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนหลังคา บนหลังคารถไฟ อากาศเย็นกว่าข้างล่างมาก ลมพัดแรงปะทะใบหน้าพาเอาฝุ่นและเศษผงเข้าตา แต่ความรู้สึกโล่งอกที่ได้ออกจากเขาวงกตที่กำลังถล่มก็ทำให้พวกเขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง แสงไฟจากทางเข้าอุโมงค์ที่พวกเขาจากมาเริ่มเลือนหายไปในความมืด พวกเขากำลังเคลื่อนที่ลึกเข้าไปในความมืดมิดของใต้ดิน

"ฟ้าใส! เราอยู่บนรถไฟแล้ว! จุดหมายปลายทางของมันคือที่ไหน?" อคินถามพลางพยายามยึดตัวเองไว้บนหลังคาที่สั่นคลอน "กำลังตรวจสอบค่ะ... ดูเหมือนมันจะมุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งลับที่อยู่ห่างจากฐานทัพไปประมาณ 20 กิโลเมตร... เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้!" ฟ้าใสตอบด้วยน้ำเสียงกังวล "แต่มันไม่ใช่ปลายทางที่ปลอดภัยเลยค่ะอคิน! ที่นั่นมีทหารของศัตรูอยู่เต็มไปหมด! และ... และมีสัญญาณของ... ใครบางคน... ที่นั่น"

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของตู้สินค้าที่พวกเขาโดยสารอยู่ อคินและริวหันขวับ สายตาคมกริบจ้องมองไปยังเงาตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ "ไม่น่าแปลกใจเลยที่นายยังรอดมาได้... อคิน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดมิด บุคคลที่เดินเข้ามาใกล้สวมชุดทหารสีดำสนิท มีผ้าคลุมหน้าเกือบมิดชิด เหลือเพียงแววตาที่เย็นชาและไร้ความปรานี แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศด้านบนของอุโมงค์ส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่พาดผ่านโหนกแก้ม

"แก... พยัคฆ์ทมิฬ!" อคินกัดฟันกรอด ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในใจ ภาพของวันที่เขาถูกทิ้งให้ตายในสมรภูมิเมื่อหลายปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในมโนสำนึก ชายผู้นี้คือเงาในอดีต คือผู้ที่เคยเป็นสหายร่วมรบ แต่กลับทรยศหักหลังเขาอย่างเลือดเย็น "ยังจำชื่อฉันได้สินะ" พยัคฆ์ทมิฬยิ้มเย็น แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คิดว่าหนีรอดจากรังมังกรแล้วจะปลอดภัยงั้นรึ? แกคิดผิดแล้วอคิน... ฉันรู้ทุกย่างก้าวของแก" "แกอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ใช่ไหม? ทั้ง 'พลายเพลิง' และการทรยศหักหลัง!" อคินถามเสียงกร้าว มือคว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว "ทั้งหมด? ไม่หรอก... แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น" พยัคฆ์ทมิฬหัวเราะเบาๆ "แกคิดว่าแกกอบกู้โลกได้งั้นรึ? เด็กน้อย... แกยังไม่รู้อะไรเลย"

พยัคฆ์ทมิฬก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น ออร่าของความเป็นนักฆ่าแผ่ออกมารอบตัวเขา เขาสวมถุงมือหนังสีดำและมีอาวุธครบมือ ทั้งปืนพกและมีดสั้นเล่มคมกริบ "ตัวอย่างเชื้อที่แกถืออยู่... ฉันจะเอามันคืน" เขาพูดเสียงเย็น "มันเป็นของๆ ฉัน" "ไม่มีทาง!" ริวคำราม พุ่งเข้าใส่พยัคฆ์ทมิฬอย่างรวดเร็ว ปืนพกในมือซัดกระสุนออกไปสามนัดติดกัน

แต่พยัคฆ์ทมิฬไวกว่าที่คาด เขาหลบกระสุนด้วยการเคลื่อนไหวที่แทบจะมองไม่ทัน ก่อนจะสวนกลับด้วยการเตะตัดขาของริวอย่างแรง ริวเซถลา แต่ก็ยังใช้แขนข้างหนึ่งยันตัวเองไว้ได้ ก่อนจะใช้ปืนฟาดใส่หน้าของพยัคฆ์ทมิฬอย่างจัง ผัวะ! เสียงกระทบดังสนั่น พยัคฆ์ทมิฬผงะไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีรอยฟกช้ำปรากฏบนใบหน้า "ฝีมือยังไม่ตกนะ ริว" พยัคฆ์ทมิฬกล่าวเย้ยหยัน ก่อนจะดึงมีดสั้นออกจากซองหนังที่ข้างเอว

การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือดบนหลังคารถไฟที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง อคินและริวเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ทมิฬอย่างเต็มกำลัง อคินใช้มีดสั้นในมือปะทะกับมีดของพยัคฆ์ทมิฬ เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกราวสะท้อนไปในอุโมงค์ มือนอีกข้างเขายังคงกอดกระเป๋าบรรจุเชื้อไว้แน่น ริวใช้หมัดและเท้าเตะต่อยอย่างรวดเร็วและรุนแรง พยายามหาช่องโหว่ในการป้องกันของศัตรู

พยัคฆ์ทมิฬเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เขามีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่โชกโชน การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหลและไร้ที่ติ เหมือนกับเขาอ่านการเคลื่อนไหวของอคินและริวได้ล่วงหน้า เขาปัดป้องการโจมตีของริวด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของริวจนจุก ริวทรุดตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงกัดฟันสู้ต่อ

อคินใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าใส่ แทงมีดไปที่หน้าอกของพยัคฆ์ทมิฬ แต่พยัคฆ์ทมิฬกลับเอี้ยวตัวหลบได้อย่างเหลือเชื่อ มีดของอคินเฉียดผ่านไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก่อนที่พยัคฆ์ทมิฬจะสวนกลับด้วยการฟาดด้ามปืนเข้าที่ขมับของอคินอย่างแรง ผัวะ! อคินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วศีรษะ เขาทรงตัวไม่อยู่ เซถลาไปที่ขอบของตู้สินค้า

"อคิน!" ริวตะโกน พยายามพุ่งเข้ามาช่วย แต่พยัคฆ์ทมิฬก็เข้ามาขวางไว้ พยัคฆ์ทมิฬเหยียดยิ้มอย่างอำมหิต ก่อนจะยกปืนขึ้นจ่อไปที่อคินที่กำลังจะตกลงมาจากหลังคารถไฟ "ถึงเวลาที่แกจะได้กลับไปสู่ความตายอีกครั้งแล้ว... อคิน"

แต่ก่อนที่พยัคฆ์ทมิฬจะได้เหนี่ยวไก เสียงฟ้าใสก็ดังขึ้นในหูฟังของอคิน "อคิน! สัญญาณความร้อนขนาดใหญ่! มันกำลังเข้ามาจากด้านหลังของรถไฟ!" ทันใดนั้นเอง แสงไฟสีแดงสว่างวาบขึ้นจากด้านหลังของขบวนรถ เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่ดังคำรามและแรงสั่นสะเทือนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วบ่งบอกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังตามมาติดๆ พยัคฆ์ทมิฬชะงักไปเล็กน้อย หันไปมองด้านหลังด้วยความประหลาดใจ อคินใช้จังหวะนั้น กระชากมีดสั้นที่ติดอยู่ในเสื้อของพยัคฆ์ทมิฬออก ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระโดดข้ามตัวพยัคฆ์ทมิฬไปหาตู้สินค้าถัดไป "ไปจากที่นี่ริว!" อคินตะโกน "รถไฟอีกขบวนกำลังมา!"

ริวพุ่งตามอคินไปติดๆ พวกเขากระโดดข้ามตู้สินค้าอย่างทุลักทุเล ขณะที่รถไฟอีกขบวนที่ใหญ่กว่าและเร็วกว่ามาก พุ่งเข้ามาในอุโมงค์ด้วยความเร็วสูง ไฟหน้าของมันสว่างจ้าจนแสบตา เหมือนอสูรกายเหล็กที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง พยัคฆ์ทมิฬหันกลับมามองอคินและริวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น เขาพยายามจะตามมา แต่รถไฟขบวนที่สองก็พุ่งเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างขบวนรถทั้งสอง

"อคิน! อีกนิดเดียว!" ฟ้าใสตะโกน เสียงของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ปลายอุโมงค์อยู่ข้างหน้า! แต่... แต่ระบบตรวจจับความร้อนแจ้งเตือนว่า... มีการวางระเบิดไว้ที่นั่น!"

อคินมองไปยังปลายอุโมงค์ที่เริ่มเห็นแสงสว่างจางๆ ของทางออก พร้อมๆ กับที่รถไฟขบวนที่สองพุ่งเข้าชนท้ายรถไฟที่พวกเขากำลังโดยสารอยู่ด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้ตู้สินค้าที่อคินและริวอยู่หลุดออกจากขบวน พลิกคว่ำกลางอากาศ พวกเขาทั้งสองกระเด็นออกจากหลังคา ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไปพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นกึกก้องจนอุโมงค์สั่นสะเทือนไปทั้งแถบ อคินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยคว้างในความมืดมิด เขาจับกระเป๋าตัวอย่างเชื้อไว้แน่น ก่อนที่ร่างของเขาจะกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง และภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือแสงไฟจากทางออกอุโมงค์ที่สว่างวาบขึ้น ก่อนจะมืดมิดลงไปพร้อมกับเปลวเพลิงขนาดมหึมาที่พุ่งทะลักออกมาจากปลายอุโมงค์...

พวกเขาจะรอดชีวิตจากการระเบิดครั้งนี้หรือไม่? และชะตากรรมของตัวอย่างเชื้อ 'พลายเพลิง' จะเป็นเช่นไร?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!