ช่องทางแคบๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงท่อระบายอากาศที่ถูกลืมเลือน บัดนี้กลับกลายเป็นเสมือนหลอดอาหารของอสูรร้ายที่กำลังจะตาย ริวซึ่งมีรูปร่างกะทัดรัดแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ บิดตัวมุดผ่านไปเป็นคนแรก การเคลื่อนไหวของเขานั้นแม่นยำและรวดเร็วราวกับสัตว์ป่าที่คุ้นชินกับพื้นที่คับแคบ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เร่งรีบอย่างที่สุด อคินตามไปติดๆ ไหล่กว้างของเขากระแทกกับผนังโลหะหยาบกร้านที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยคราบสนิมเก่าคร่ำคร่า อากาศภายในหนาทึบไปด้วยฝุ่นผงละเอียด – ฝุ่นปูน เศษคอนกรีตที่ถูกบดละเอียด และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกเผาไหม้คละคลุ้งจนแสบจมูก ทุกการหายใจคือการต่อสู้ ไอควันแสบร้อนบาดคอจนเสียงแหบพร่า ดวงตาพร่ามัวจากควันและเหงื่อที่ไหลย้อย
"ริว! ระวังข้างหน้า!" เสียงฟ้าใสเตือนแผ่วเบาในหูฟังของอคิน สัญญาณยังคงขาดๆ หายๆ ประหนึ่งสายใยชีวิตที่กำลังจะขาดสะบั้น "ทางนั้น... มีส่วนที่ทรุดตัวลง! มันเป็นทางตันค่ะ!" เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเร่งรีบและวิตกกังวล
แต่ริวไม่รอคำสั่ง เขามุดตัวผ่านช่องแคบนั้นไปแล้ว แสงไฟฉายจากหมวกของเขาเป็นเพียงลำแสงริบหรี่ในความมืดสนิทที่กลืนกินทุกสิ่ง อคินได้ยินเสียงริวสบถเบาๆ ตามมาด้วยเสียงขูดขีดของโลหะที่บิดเบี้ยวและส่งเสียงครืดคราดน่าขนลุกราวกับสัตว์ร้ายกำลังตะกุยผนัง
"ทางตันอะไรของเธอ ฟ้าใส?!" อคินพยายามตะโกน เสียงของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงครืนโครมจากภายนอกที่ดังสนั่นไม่หยุดหย่อน ช่องระบายอากาศนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักมหาศาลเช่นนี้ และมันกำลังส่งเสียงประท้วงอย่างรุนแรง ผนังโลหะบิดงอ คานรับน้ำหนักส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดเสียวราวกับจะฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ ในเสี้ยววินาที ความร้อนจากภายนอกแผ่ซ่านเข้ามาตามรอยร้าว ทำให้โลหะร้อนจัดจนสัมผัสไม่ได้
"รอเดี๋ยวนะคะ! ฉันกำลัง...!" เสียงฟ้าใสขาดหายไปในทันที เหลือไว้เพียงเสียงซ่าในหูฟังที่บาดแก้วหู นั่นหมายความว่าเธอคงจะเสียการเชื่อมต่อไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ความรู้สึกโดดเดี่ยวเข้าครอบงำอคิน เขากัดฟันอย่างแรง ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงอึกทึกที่กำลังจะพรากประสาทสัมผัสทั้งหมดไปจากเขา เขารู้ดีว่า ณ จุดนี้ เขาต้องพึ่งพาสัญชาตญาณอันเฉียบคมและสหายเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างกายอย่างริวเท่านั้น
ริวถอยกลับมาเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเปื้อนฝุ่นและเหงื่อผุดพราย ดวงตาฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด "ข้างหน้ามีเศษท่อขนาดใหญ่พังลงมา ขวางทางทั้งหมด" เขาชี้ไปยังความมืดที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งมีเพียงเงาทะมึนของซากปรักหักพัง "น่าจะเพิ่งพังเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว"
แรงสั่นสะเทือนอีกระลอกถาโถมเข้าใส่ คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พื้นที่ใต้เท้าของอคินทรุดฮวบลงไปเล็กน้อยราวกับแผ่นดินไหวรุนแรง เสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับผ้าถูกฉีก ช่องระบายอากาศกำลังจะพังตามไปติดๆ เศษปูนและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน
"เราต้องหาทางอื่น!" อคินกระชากเสียง เขาดันตัวถอยหลังกลับไปหาช่องทางที่พวกเขาเพิ่งเข้ามา แต่ทันทีที่เขากำลังจะขยับตัว เสียงคำรามครืนขนาดมหึมาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ช่องทางที่พวกเขาเพิ่งเข้ามาถูกปิดตายด้วยแผ่นคอนกรีตขนาดมหึมาที่ถล่มลงมาอย่างไม่ปราณี ก่อให้เกิดแรงอัดอากาศที่รุนแรงจนแทบจะทำให้แก้วหูระเบิด
พวกเขาติดอยู่!
ความมืดมิดบีบรัดเข้ามา ความรู้สึกคับแคบและอึดอัดถาโถมเข้าใส่ อากาศหายใจเริ่มเบาบางลงจนรู้สึกแน่นหน้าอก กลิ่นเหม็นไหม้และสารเคมีรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก แสบตา ดวงตาของอคินพยายามปรับเข้ากับความมืด แต่ก็ยังคงมองเห็นได้เพียงโครงร่างตะคุ่มๆ ของท่อและสายไฟที่ระโยงระยาง เขาเคยติดอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายกว่านี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกกลืนกิน ไร้ทางหนี ไร้ทางรอด ราวกับถูกฝังทั้งเป็น
"ไม่มีทางถอยแล้ว... มีแต่ต้องไปข้างหน้า" ริวกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า แต่แววตาของเขายังคงไม่ยอมแพ้และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาเป็นคนที่สามารถหาทางออกได้เสมอ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุดและดูเหมือนจะไร้หนทาง
อคินพยักหน้าเล็กน้อย เขากระชับปืนพกในมือที่เหน็บอยู่ข้างตัว ความเย็นของด้ามปืนช่วยเรียกสติ แม้จะรู้ว่าในที่แคบเช่นนี้ ปืนอาจจะไร้ประโยชน์กว่ามีดหรือมือเปล่า แต่การมีมันไว้ก็ช่วยให้จิตใจเขามั่นคงขึ้นบ้าง เป็นเหมือนสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายที่ทำให้เขารู้สึกว่ายังควบคุมอะไรบางอย่างได้
"หาทางไปต่อ ริว" อคินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและหนักแน่น พยายามขจัดความหวาดกลัวที่เกาะกุมออกไปจากใจ
ริวพยักหน้า เขาดันตัวเองขึ้นไปสำรวจช่องเหนือศีรษะ มือสัมผัสกับโครงสร้างโลหะที่บิดเบี้ยวและคมกริบ แรงสั่นสะเทือนยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้การทรงตัวเป็นเรื่องยากลำบาก อคินยืนอยู่เบื้องล่าง คอยระวังและตรวจสอบรอบๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา การสื่อสารกับฟ้าใสถูกตัดขาด ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาสัญชาตญาณและความสามารถของกันและกันเท่านั้น ไม่มีใครมาบอกทางอีกต่อไปแล้ว มีเพียงพวกเขา สองคน กับความมืดมิดที่ไม่อาจคาดเดาได้
"เจอแล้ว!" ริวพึมพำ น้ำเสียงของเขามีความหวังเจืออยู่ เขาชี้ไปทางด้านบนสุดของช่องระบายอากาศ "มีช่องทางเชื่อมต่อไปยังท่อระบายอากาศขนาดใหญ่กว่านี้ มันน่าจะเป็นเส้นทางที่ถูกออกแบบมาเพื่อการซ่อมบำรุง ไม่ใช่ทางสำหรับคนปกติใช้"
การจะปีนขึ้นไปไม่ใช่เรื่องง่าย ในสภาพที่แรงโน้มถ่วงกำลังเล่นตลกกับพวกเขา และโครงสร้างโดยรอบกำลังจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ อคินตัดสินใจให้ริวขึ้นไปก่อน เพราะตัวริวมีความคล่องตัวและเบากว่า อคินจะคอยดันและเป็นฐานให้จากด้านล่างเพื่อลดความเสี่ยง
"เร็วเข้า ริว เวลาของเราเหลือน้อยลงทุกที" อคินพูดพลางก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นแท่นเหยียบให้ริว ริวไม่รอช้า เหยียบขึ้นไปบนบ่าของอคิน จากนั้นก็ใช้แรงทั้งหมดดันตัวเองขึ้นไปในช่องที่ริบหรี่นั้นอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตราย
เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้ตัวพวกเขามากขึ้น อคินรู้สึกถึงเศษปูนที่ร่วงลงมาจากเพดาน กระทบกับหมวกกันน็อกของเขาอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนทำให้ผนังท่อสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนรู้สึกได้ถึงเนื้อในของมัน
"ได้แล้ว!" ริวร้องบอก เสียงของเขาอู้อี้เพราะอยู่ในช่องแคบ เขาหันกลับมา ยื่นมือลงมาให้อคิน "มานี่!" ใบหน้าของริวเปื้อนคราบเขม่าและเหงื่อ แต่แววตาของเขายังคงมุ่งมั่น
อคินคว้ามือของริวไว้แน่น ใช้แรงขาที่แข็งแกร่งดันตัวเองขึ้นไปตามช่องว่างนั้น มันเป็นการปีนที่ยากลำบากและอันตราย ทุกการเคลื่อนไหวมีความเสี่ยง ช่องทางที่ริวเพิ่งเข้าไปกว้างกว่าเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยสายไฟที่ขาดรุ่งริ่งเหมือนเส้นใยแมงมุม และท่อขนาดเล็กที่หักงอเป็นท่อนๆ อากาศภายในยังคงอุดอู้และร้อนอบอ้าวไม่ต่างจากเดิม กลิ่นเหม็นไหม้ยังคงคละคลุ้ง แต่ความรู้สึกคับแคบเริ่มคลายลงบ้างเมื่อมีพื้นที่ให้หายใจมากขึ้น
เมื่ออคินขึ้นมาได้สำเร็จ พวกเขาทั้งคู่ก็อยู่ในท่อระบายอากาศขนาดใหญ่กว่าเดิมมากพอที่จะยืนตัวตรงได้ แต่มันก็ยังคงเป็นพื้นที่ปิดที่มืดมิดและไร้ทางออกที่ชัดเจน ไม่มีแสงสว่างจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเลยแม้แต่น้อย ราวกับพวกเขาถูกกลืนเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดินที่ไม่มีที่สิ้นสุด
"เราอยู่ที่ไหนกันแน่?" อคินถามพลางเปิดไฟฉายบนหมวกของตัวเองอีกครั้ง มันส่องไปกระทบกับผนังท่อที่เป็นสนิมหนาเตอะและหยดน้ำที่เกาะอยู่เป็นบางจุดสะท้อนแสงระยิบระยับ ภาพที่เห็นคือความเสื่อมโทรมและถูกทิ้งร้างมานาน
"ตามที่ฟ้าใสบอกเมื่อกี้... ถ้ายังจำได้" ริวตอบ "น่าจะเป็นส่วนของท่อระบายอากาศหลักที่เชื่อมต่อไปยังอาคารฝ่ายวิจัยเก่า... ซึ่งมันเป็นส่วนที่ถูกปิดตายไปนานแล้ว" น้ำเสียงของริวฟังดูครุ่นคิด
"ปิดตาย?" อคินทวนคำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "นั่นหมายความว่ามันอาจจะไม่มีทางออกให้เราได้ไปต่อเลยงั้นหรือ?" ความคิดที่ว่าจะต้องติดอยู่ในนี้จนกว่าทุกอย่างจะถล่มลงมาทำให้หัวใจเขาบีบรัด
"หรืออาจจะมี... ทางออกลับ" ริวแย้ง "บางทีฟ้าใสอาจจะรู้เรื่องนี้ แต่สัญญาณเธอหายไปก่อนที่จะบอกเราได้" เขาพยายามมองหาช่องทางหรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่อาจบ่งบอกถึงเส้นทาง
ขณะที่พวกเขาเดินไปตามท่อ เสียงรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป เสียงระเบิดที่เคยดังสนั่นเริ่มแผ่วลง เหมือนพวกเขาหลุดพ้นจากจุดศูนย์กลางของหายนะ แต่เสียงครืนโครมของโครงสร้างที่พังทลายยังคงตามมาเป็นระยะๆ และสิ่งที่เข้ามาแทนที่คือเสียงแปลกๆ อื่นๆ ที่ทำให้ขนลุกซู่
เสียงน้ำหยดที่ดังเป็นจังหวะ... เสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องโหว่... และเสียงฝีเท้า
อคินหยุดชะงักทันที เขายกมือขึ้นห้ามริวที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า สัญชาตญาณบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นไปตามสันหลัง
"ได้ยินไหม?" อคินกระซิบเบาๆ ดวงตาของเขากวาดมองไปในความมืดที่แสงไฟฉายส่องไปไม่ถึง
ริวพยักหน้า ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ในความมืด มือของเขาเลื่อนไปจับปืนสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเงียบกริบ เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า ทุกประสาทสัมผัสถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว
เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มาจากด้านหน้าหรือด้านหลัง มันมาจากด้านข้าง เหมือนมีคนกำลังเดินอยู่ในท่อระบายอากาศอีกเส้นที่ขนานไปกับพวกเขา แต่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เสียงนั้นหนักแน่น... และคุ้นเคยอย่างประหลาดจนน่าตกใจ ความคุ้นเคยที่ทำให้จิตใจของอคินปั่นป่วน
อคินรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันตรายที่แล่นไปทั่วร่าง หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยลืมเลือนได้เลย ความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับศัตรูที่เคยสร้างบาดแผลลึกให้แก่เขา
"เราไม่ได้อยู่คนเดียว" ริวกระซิบยืนยันความรู้สึกของอคิน มือของเขากำแน่นรอบด้ามปืน เตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่กำลังจะมาถึง

เพลิงพิฆาตคืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก