เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 14 — กับดักกลิ่นมรณะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,320 คำ

ลมหายใจของอคินติดขัดในลำคอ ไอฝุ่นผงละเอียดที่คลุ้งหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายมือ ทำให้ปอดของเขาแสบร้อนทุกครั้งที่สูดเข้าไป กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของโลหะที่ไหม้ไฟ กลิ่นฉุนของสารเคมีที่รั่วไหล และกลิ่นสาบเฉพาะตัวของท่อระบายอากาศเก่าๆ ที่ไม่เคยได้ถูกทำความสะอาด ตีปะปนกันจนแทบจะคลื่นไส้ ‌เขาก้มตัวต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ ไหล่กว้างเสียดสีกับผนังโลหะหยาบกร้านที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยคราบสนิม เศษปูนและเศษเหล็กเล็กๆ ร่วงหล่นกระทบตัวเขาเป็นระยะๆ เหมือนฝนกรดจากนรก

ริวที่นำหน้าไปก่อน เหมือนเงาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบงัน แม้ในสภาพแวดล้อมที่ไร้เสียงสะท้อนใดๆ นอกจากการขูดขีดของเสื้อผ้าและผิวหนังกับผนังท่อ ​อคินได้ยินเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของอีกฝ่ายที่ดังแผ่วเบา และเสียงโลหะเสียดสีกันเมื่อริวพยายามบิดตัวผ่านจุดที่แคบที่สุด ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ จากแรงสั่นสะเทือนที่ดังไม่หยุดหย่อนจากภายนอก

"ริว... นายไหวไหม?" อคินพยายามตะโกน แต่เสียงของเขาพร่าไปกับเสียงรบกวนรอบด้านจนแทบไม่ได้ยินตัวเอง

ไม่มีเสียงตอบรับจากริว มีเพียงความเงียบงันอันน่าขนลุกที่ปกคลุมอยู่ภายในท่อ ‍สะท้อนความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างในความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดนี้

"ฟ้าใส! แผนที่ยังใช้ได้อยู่รึเปล่า? เราจะไปถึงทางออกได้ไหม?" อคินกรอกเสียงถามผ่านไมโครโฟนที่ติดอยู่กับคอเสื้อ อุปกรณ์สื่อสารที่เคยเป็นความหวังเดียวของพวกเขา บัดนี้ดูเหมือนจะทำงานได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ

เสียงของฟ้าใสขาดๆ หายๆ ‌เหมือนคลื่นวิทยุที่ถูกรบกวนจากพายุ "ระบบ... ฐานข้อมูล... เสียหายหนักค่ะ... สัญญาณ... อ่อนมาก... ตรงไป... อีก... ‍เลี้ยวขวา..." เสียงของเธอสิ้นสุดลงด้วยเสียงซ่า ก่อนจะเงียบหายไป อคินกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากสัญญาณขาดหายไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาจะต้องติดอยู่ในเขาวงกตเหล็กแห่งนี้โดยไร้ทิศทางและไร้ความหวังใดๆ

แรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ผนังท่อโลหะสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง เศษปูนขนาดใหญ่กว่าเดิมหล่นกระทบพื้นท่อใกล้ๆ ​กับใบหน้าของอคิน ความร้อนจากภายนอกแผ่เข้ามาปะทะกาย อคินรู้ในทันทีว่าส่วนหนึ่งของฐานทัพด้านบนอาจจะเพิ่งทรุดตัวลง หรือไม่ก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ฐานทัพ 'รังมังกร' กำลังถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ อย่างช้าๆ ​ทีละนิด ทีละนิด ก่อนที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์

จิตใจของอคินย้อนกลับไปถึงการฝึกซ้อมในสถานการณ์จำลองที่ถูกปิดล้อมและขาดอากาศหายใจ แม้จะเคยผ่านการทดสอบที่หนักหนาสาหัสมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ความรู้สึกของการถูกบีบอัดในพื้นที่แคบๆ ที่ไม่รู้จุดสิ้นสุดเช่นนี้ กลับเป็นความทรมานทางจิตใจที่ยากจะรับมือ เขาต้องพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ ​สั่งให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และใช้ทุกเศษเสี้ยวของสมาธิที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อก้าวต่อไป ข้างหน้าคือความหวังเดียวของพวกเขา หลังคือความตายที่คืบคลานเข้ามา

"ริว! เร็วเข้า!" อคินกระตุ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าข้างหน้าเริ่มมีแสงสลัวๆ ลอดเข้ามา แสงนั้นไม่ใช่แสงจากภายนอก แต่มันคือแสงสีแดงส้มที่น่าหวาดหวั่นจากเพลิงที่ลุกไหม้

ริวไม่รอช้า เร่งความเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย เขาใช้ศอกกระแทกแผงโลหะเก่าๆ ที่หลุดลุ่ยจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดพอดีตัว แผงนั้นหลุดออกไปพร้อมเสียงดังโครม อคินเห็นริวพุ่งทะยานออกไปจากท่อระบายอากาศอย่างว่องไว ราวกับเป็นกระสุนที่หลุดจากรังเพลิง อคินตามไปติดๆ ดันตัวเองออกจากช่องแคบๆ นั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี

พวกเขาหลุดออกมาจากท่อระบายอากาศเก่าๆ เข้าสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บัญชาการรอง แต่อยู่ในสภาพที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป ผนังคอนกรีตขนาดมหึมาฉีกขาดเป็นรอยร้าวลึก เผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กที่บิดงอและขาดสะบั้น แสงสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่งที่ปลายอีกด้านของห้อง โยนเงาตะคุ่มขนาดมหึมาไปทั่วบริเวณ อากาศในห้องเต็มไปด้วยความร้อนระอุ ควันหนาทึบลอยอวลจนแทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากเงาพร่ามัว

เศษซากปรักหักพังขนาดใหญ่กองรวมกันเป็นภูเขาเลากา สายไฟขาดสะบั้นห้อยระโยงระยางจากเพดานที่พังทลายลงมาเป็นบางส่วน ประกายไฟแลบแปลบปลาบจากแผงวงจรที่ถูกเผาไหม้และระเบิดเป็นระยะๆ เพิ่มความโกลาหลและความน่าสะพรึงกลัวให้กับฉากตรงหน้า กลิ่นควันและกลิ่นเหม็นไหม้รุนแรงจนแสบจมูก อคินไอโขลก พยายามปรับสายตาให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นและควัน

"ฟ้าใส... เราอยู่ที่ไหน?" อคินถามอีกครั้ง แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับ เขาทราบดีว่าการสื่อสารน่าจะถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์แล้วในตอนนี้ พวกเขาต้องพึ่งพาสัญชาตญาณและความรู้เกี่ยวกับฐานทัพแห่งนี้ที่อคินเคยได้รับข้อมูลมาอย่างคร่าวๆ เท่านั้น

"ทางนั้น!" ริวตะโกน พร้อมกับชี้ไปยังทางเดินแคบๆ ที่อยู่ตรงข้ามกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกลาม มันเป็นทางเดินที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ส่วนลึกของฐานทัพ ไม่ใช่ทางออกอย่างที่อคินคาดหวังไว้ อคินเชื่อใจการตัดสินใจของริว เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อยและวิ่งตามไปโดยไม่ถามอะไร

ทั้งสองวิ่งฝ่ากองเศษซากปรักหักพังอย่างไม่คิดชีวิต แรงสั่นสะเทือนยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาร้าวและทรุดตัวลงเป็นบางช่วง อคินต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่เคยได้รับการฝึกฝนมาในการทรงตัวและหลบหลีก เพื่อไม่ให้พลาดท่าล้มลงไปในรอยแยกที่เกิดขึ้นใหม่

ทางเดินที่ริวชี้ไปนั้นนำพวกเขาไปสู่พื้นที่ที่ดูเหมือนจะเป็นโกดังเก็บของเก่า หรือไม่ก็ห้องเก็บอุปกรณ์สำรอง ผนังด้านหนึ่งของโกดังได้พังทลายลงไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นท้องฟ้าด้านนอกที่มืดมิดและเต็มไปด้วยควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน เศษซากชิ้นส่วนของเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เคยตั้งตระหง่านอยู่ภายในโกดัง บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่บิดงอและถูกเผาไหม้จนดำเป็นตอตะโก อคินเห็นทางออก! มันเป็นทางออกที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขาขึ้นไปประมาณสามสี่เมตร

"ขึ้นไป! ทางนั้นคือทางออก!" อคินตะโกนด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

ริวไม่รอช้า เขากระโดดปีนป่ายขึ้นไปบนกองเศษซากปรักหักพังที่สูงพอจะช่วยลดระยะห่างจากช่องทางออกนั้นได้ อคินตามไปติดๆ พวกเขาใช้มือเท้าเกี่ยวจับเหล็กที่บิดงอและแผ่นคอนกรีตที่ยังพอจะยึดเกาะได้ ปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง แต่ความหวังที่จะรอดชีวิตก็ผลักดันให้พวกเขามีแรงที่จะไปต่อ

ในที่สุด ริวก็สามารถเอื้อมมือไปถึงขอบช่องทางออกได้ เขาดึงตัวเองขึ้นไปได้อย่างยากลำบาก อคินยื่นมือช่วยดันจากด้านล่าง พวกเขาทั้งสองกระเสือกกระสนออกมาจากโกดังที่กำลังจะกลายเป็นสุสานแห่งนี้ได้สำเร็จ

เมื่อออกมาจากโกดัง พวกเขาพบว่าตัวเองอยู่บนเนินดินที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นซากที่อยู่ด้านนอกของฐานทัพ อากาศบริสุทธิ์ยามราตรีแม้จะเจือจางไปด้วยกลิ่นควันและฝุ่นละออง แต่ก็ดีกว่าอากาศที่อับชื้นและเต็มไปด้วยพิษภัยภายในฐานทัพที่กำลังจะล่มสลาย เสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่องจากด้านล่าง แต่คราวนี้มันห่างออกไปและดูเหมือนจะไม่ใช่ภัยคุกคามโดยตรงอีกต่อไป

อคินหันกลับไปมองฐานทัพ 'รังมังกร' ที่บัดนี้กำลังแปรสภาพเป็นหลุมศพเหล็กขนาดมหึมา เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมท้องฟ้ายามราตรีให้เป็นสีส้มแดงฉาน ควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นไปบดบังดวงดาว สัญญาณเตือนภัยยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์แล้วในตอนนี้ ฐานทัพแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต

"เรา... ออกมาได้แล้ว..." ริวหอบหายใจอย่างหนัก ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพลางใช้มือยันเข่าไว้ สีหน้าของเขาซีดเผือด เต็มไปด้วยคราบเขม่าและเหงื่อไคล อคินเองก็ไม่ได้ต่างกัน เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและรอยฟกช้ำ แต่ความโล่งอกที่รอดชีวิตมาได้นั้นมันมากกว่าความเจ็บปวดทางกายทั้งหมด

"ยังไม่จบ..." อคินกล่าวเสียงแหบพร่า เขามองไปยังทิศทางที่พวกเขาต้องไปต่อ ทิศทางที่ภารกิจยังคงรออยู่ อาวุธชีวภาพที่ถูกขโมยไป เป้าหมายของพวกเขาคือการตามล่ามันกลับมา ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ขณะที่พวกเขากำลังจะเริ่มเคลื่อนที่ต่อไป สายตาของอคินก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เงาดำทะมึนขนาดใหญ่หลายเงากำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทางด้านหน้าของพวกเขา พวกมันมาอย่างรวดเร็วและเงียบงันราวกับวิญญาณร้ายในความมืดมิด

"ริว..." อคินพึมพำ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อและตื่นตระหนก "นั่นมัน..."

แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอย่างบางเบาจากหลังม่านควัน เผยให้เห็นร่างของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ร่างกายกำยำคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่กว่าปกติ ผิวหนังซีดเผือดจนเกือบเป็นสีเทา เส้นเลือดปูดโปนเป็นลายบนผิวกาย ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงก่ำคล้ายถ่านไฟที่กำลังจะดับลง พวกมันเคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่าที่ออกล่าเหยื่อ และในมือของพวกมัน... อคินเห็นอาวุธที่คุ้นตา อาวุธชีวภาพที่พวกเขากำลังตามหา!

พวกมันไม่ใช่แค่มนุษย์ทั่วไป ไม่ใช่แค่ทหารธรรมดา และที่สำคัญคือ พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขา... โดยตรง

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มจากด้านบน เมื่อเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธสองลำบินโฉบต่ำลงมาจากฟากฟ้า มันร่อนลงจอดห่างจากพวกเขาไปไม่กี่สิบเมตร ประตูข้างของเฮลิคอปเตอร์เปิดออก เผยให้เห็นร่างที่ก้าวลงมาอย่างสง่างามท่ามกลางควันไฟและแสงจันทร์

ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น มันคือเงาในอดีตที่อคินพยายามจะลืมเลือน ใบหน้าคมคาย ดวงตาที่เย็นชา และรอยยิ้มเย้ยหยันที่อคินไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีก

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... อคิน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเป็นมิตร บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายและเย้ยหยัน "ดูเหมือนว่านายจะรอดมาได้อีกครั้งสินะ... ฉันล่ะแปลกใจจริงจริ๊ง"

อคินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เลือดในกายเย็นยะเยือก เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนอยู่ตรงหน้า สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นทางออก กลับกลายเป็นกับดักที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างแยบยล และศัตรูที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เจออีกครั้ง บัดนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับกองทัพมนุษย์ทดลองที่แข็งแกร่ง และอาวุธชีวภาพที่หายไป

"นาย... นายนี่เอง... ชาคริต!" อคินกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน ในที่สุด เขาก็ได้เผชิญหน้ากับผู้ทรยศตัวจริง ศัตรูที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเหมือนพี่น้องของเขา

ชาคริตยิ้มกว้างขึ้นไปอีกในความมืดมิด มือข้างหนึ่งยกขึ้นคล้ายจะทักทาย "ยินดีต้อนรับกลับสู่ความตายอีกครั้ง... อคิน"

และในชั่วพริบตานั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของอคินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะแรงระเบิดจากฐานทัพที่กำลังล่มสลาย แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่มาจากด้านหน้าของพวกเขา มนุษย์ทดลองเหล่านั้นกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ราวกับกระหายเลือดที่จะได้ฉีกกระชากพวกเขาทั้งเป็น อคินและริวถูกล้อมกรอบจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีชาคริตยืนมองอยู่บนเนินอย่างผู้มีอำนาจ

"เราถูกต้อนเข้ามุมแล้ว!" ริวตะโกนเสียงเครียด ดึงมีดสั้นออกมาจากซองข้างตัว เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ดูเหมือนจะไม่มีทางชนะได้เลย

อคินมองไปยังดวงตาเย็นชาของชาคริต ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาได้แต่ภาวนาว่านี่จะไม่ใช่จุดจบของภารกิจ และจุดจบของชีวิตที่เพิ่งจะถูก "คืนชีพ" กลับมาอีกครั้ง...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!