เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 15 — แรงสั่นสะเทือนแห่งจุดจบ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,339 คำ

ลมหายใจของอคินยังคงติดขัดในลำคอที่แห้งผาก รสชาติโลหะจางๆ คลุ้งอยู่ในปาก ความแสบร้อนจากควันและฝุ่นที่สำลักเข้าไปนั้นหนักหนาสาหัส แต่ในความทรมานทางกาย มีสิ่งหนึ่งที่หนักอึ้งกว่า คือความหวาดหวั่นที่เกาะกินหัวใจเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ผนังโลหะหยาบกร้านที่กำลังปริแตก ‌แต่เป็นโครงสร้างทั้งหมดของฐานทัพที่กำลังกู่ก้องถึงจุดจบ ผนังที่เคยเย็นเฉียบเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อยจากความร้อนระอุที่แผ่มาจากภายนอก กลิ่นไหม้ของโลหะ สารเคมี และดินปืนทวีความเข้มข้นขึ้นจนแสบจมูกและแสบตา อคินก้มตัวต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไหล่กว้างเสียดสีกับผนังตลอดเวลา ความรู้สึกราวกับกำลังถูกบดขยี้จากทุกทิศทาง ​แรงกดดันจากเศษซากที่ร่วงหล่นและแรงสั่นสะเทือนที่ถาโถมเข้าใส่ ทำให้ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการเดิมพันด้วยชีวิต

ริวที่นำหน้าไปก่อน เป็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบงัน การเคลื่อนไหวของเขามีประสิทธิภาพไร้ที่ติ เหมือนสัตว์ร้ายที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในความมืดมิดและฝุ่นผงที่หนาทึบจนมองแทบไม่เห็นปลายเท้า ริวก็ยังคงหาทางไปข้างหน้าได้อย่างไม่ลังเล ‍ด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคมและประสบการณ์ที่สั่งสมมา อคินพยายามตามให้ทัน สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของริวเป็นจุดนำทางเดียวในความมืดที่ไร้ทิศทางนี้ แผ่นหลังนั้นดูมั่นคงราวกับหินผา เป็นหลักยึดเดียวในพายุแห่งความพินาศ

“ฟ้าใส... ทางออกอยู่ตรงไหน?” อคินพยายามพูดผ่านไมโครโฟนที่อยู่ใกล้ริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและปนเปื้อนด้วยเสียงไอครืดคราดจากปอดที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเขม่าควัน

“สัญญาณ... ‌แย่ลง... อคิน... ข้างหน้า... มี... แยก... ซ้าย... สั้นกว่า... แต่... ‍อันตราย...” เสียงฟ้าใสขาดหายเป็นช่วงๆ สัญญาณรบกวนดังซ่าจนแทบกลบเสียงของเธอไปทั้งหมด ความกังวลฉายชัดในน้ำเสียงที่พยายามจะสื่อสาร “ระวัง... ท่อ... แตก...!”

คำเตือนสุดท้ายของฟ้าใสขาดหายไปพร้อมกับเสียงสัญญาณที่ดับวูบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่น ​อคินกำหมัดแน่นในความมืด ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความกังวลเข้าโจมตีอย่างรุนแรง การไม่มีข้อมูลจากภายนอกในสถานการณ์เช่นนี้ คือการเดินหน้าสู่ความตายที่มองไม่เห็น อคินกัดฟัน ท่องคาถาบทเดิมในใจ “ต้องรอด... เพื่อภารกิจ... ​เพื่อทุกคน” เขาพยายามดึงสติกลับมา มุ่งความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวของริว และความรู้สึกรอบตัว

จังหวะนั้นเอง ริวที่อยู่ข้างหน้าก็ชะงักฝีเท้าอย่างกะทันหันจนอคินเกือบจะชนเข้ากับแผ่นหลังของเขา ริวชี้ไปข้างหน้าด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างกุมปืนพกแน่นในท่าพร้อมยิง แม้จะอยู่ในท่อแคบๆ ​ที่แทบจะขยับตัวไม่ได้ เขาก็ยังคงพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง อคินมองตามนิ้วของริว ในความมืดสลัวที่มองเห็นได้เพียงรางๆ อคินเห็นสิ่งที่ฟ้าใสพยายามเตือน – ท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ที่ติดอยู่กับผนังด้านหนึ่งของช่องระบายอากาศ บัดนี้มันปริแตกและพ่นน้ำแรงดันสูงออกมาเป็นสาย ก่อให้เกิดเสียงดังซู่ๆ ที่กลบเสียงอื่นไปเกือบหมด ละอองน้ำเย็นเฉียบฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้พื้นผิวโลหะลื่นเป็นพิเศษ แถมยังทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงไปอีกขั้น ความชื้นสัมผัสได้ถึงผิวหนังที่เปิดเผย และความเย็นเยียบของน้ำบาดลึกเข้าไปในกระดูก

“ทางซ้าย... ของท่อ” ริวพูดเสียงต่ำและสั้นกระชับ เขาชี้ไปที่ช่องว่างเล็กๆ ระหว่างท่อที่แตกและผนังอีกด้าน ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะผ่านไปได้ มันแคบกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด และดูเหมือนน้ำที่พุ่งออกมาจะยิ่งทำให้พื้นผิวบริเวณนั้นลื่นจนแทบจะไม่มีที่ยึดเกาะ การผ่านไปได้ต้องอาศัยความชำนาญและพละกำลังอย่างมาก

อคินพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเตรียมพร้อม ริวเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้เขาต้องบิดตัวและใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนเพื่อดันตัวเองผ่านช่องแคบๆ นั้นไป น้ำเย็นเฉียบสาดใส่ร่างเขา เสียงน้ำที่พุ่งออกมาดังสนั่นจนกลบเสียงอื่นๆ เกือบหมด อคินตามไปติดๆ การผ่านช่องนี้เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเขา ร่างกายที่ใหญ่กว่าของอคินถูกบีบอัดกับผนังโลหะจนเจ็บไปทั้งตัว ซี่โครงเสียดสีกับเหล็กเย็นเฉียบจนรู้สึกเหมือนจะหัก น้ำที่เย็นจัดทำให้ร่างกายชา แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาตื่นตัวมากขึ้น ความลื่นของพื้นผิวทำให้การยึดเกาะเป็นเรื่องที่ต้องใช้สมาธิสูงสุด มือของเขากวาดหาที่จับอย่างบ้าคลั่งบนผนังที่เต็มไปด้วยคราบสนิมและคราบตะไคร่น้ำจากความชื้น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความเจ็บปวด

ในที่สุด พวกเขาก็ผ่านจุดอันตรายนั้นมาได้ ร่างกายเปียกชุ่มและเหนื่อยหอบ อคินยังไม่ทันจะได้ถอนหายใจ เสียงฟ้าใสที่ขาดหายไปก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเพียงเสียงซ่าๆ และเสียงคนกรีดร้องอย่างโหยหวน เสียงนั้นสั้นและแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด แล้วก็เงียบไปอีกครั้ง ทิ้งไว้แต่ความเงียบงันที่น่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม

“ฟ้าใส! เกิดอะไรขึ้น!?” อคินพยายามเรียกด้วยเสียงที่ดังขึ้น แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงสะท้อนของตัวเอง

ริวหันมามองอคิน ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมกว่าเดิม แววตาคมกริบฉายประกายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “ดูเหมือน... เธอจะเจอเรื่องเข้าแล้ว” น้ำเสียงของริวราบเรียบ แต่แฝงด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้ใจอคินกระตุก

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะประมวลผลสถานการณ์ ความสั่นสะเทือนที่รุนแรงที่สุดก็ถาโถมเข้าใส่ ฐานทัพทั้งหมดเหมือนถูกยกขึ้นแล้วกระแทกลงอย่างรุนแรง ผนังโลหะรอบตัวพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยวและปริแตก รอยร้าวปรากฏขึ้นบนแผ่นเหล็กที่เคยแข็งแกร่ง เศษปูนและเหล็กขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานของท่อ จนอคินต้องยกแขนขึ้นบังศีรษะ เศษซากเหล่านั้นกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นอะไรเลย

“ไปต่อไม่ได้!” ริวตะโกนเสียงดังท่ามกลางเสียงการพังทลายที่ดังสนั่นหวั่นไหว เขาชี้ไปข้างหน้า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือภาพของความหายนะ ท่อระบายอากาศข้างหน้ายุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นกองเศษเหล็กและคอนกรีตที่บดขยี้กันจนมองไม่เห็นช่องทางที่จะผ่านไปได้เลย มันคือกำแพงแห่งความตายที่ปิดกั้นทุกเส้นทาง

อคินมองไปที่จุดนั้น หัวใจของเขาเต้นรัว สิ้นหวังได้เพียงชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณของหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักจะเข้าครอบงำ เขาเหลียวมองไปรอบๆ ในความมืดมิดที่ปนเปื้อนไปด้วยฝุ่นควันและแสงไฟที่ริบหรี่จากด้านนอกที่ทะลุเข้ามาผ่านรอยแตกบนผนัง เขาเห็นช่องทางเล็กๆ อีกช่องหนึ่ง ซึ่งเป็นท่อระบายอากาศขนาดเล็กกว่ามาก มันเป็นช่องที่ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้มานานแล้ว เต็มไปด้วยใยแมงมุมหนาทึบและเศษซากที่บ่งบอกถึงความเก่าแก่ และที่สำคัญ มันกำลังถูกโครงสร้างที่ยุบตัวบีบอัดอยู่เรื่อยๆ หากไม่รีบไป ช่องทางนี้ก็จะปิดตายในไม่ช้า

“ทางนั้น... เราต้องไปทางนั้น!” อคินตะโกนพลางชี้ไปที่ช่องเล็กๆ “มันอาจจะพาเราไปที่อีกส่วนของฐานทัพได้!”

ริวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เขากระโจนเข้าใส่ช่องนั้นทันทีโดยไม่ลังเล แม้จะแคบกว่าทางที่ผ่านมามาก แต่ริวก็ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว อคินตามไปติดๆ การมุดผ่านช่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย อคินรู้สึกเหมือนกระดูกซี่โครงของเขากำลังจะหัก ร่างกายของเขาถูกบีบอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เศษเหล็กที่แหลมคมขูดขีดไปตามเสื้อผ้าและผิวหนังของเขา ทิ้งรอยเลือดจางๆ ไว้ตามทาง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง แต่เขาก็ต้องกัดฟันอดทนไว้

เมื่อผ่านพ้นช่องแคบนั้นมาได้ พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย แม้จะยังคงเป็นท่อ แต่เป็นท่อที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และมีแสงสว่างสลัวๆ ลอดเข้ามาจากรอยแยกด้านบนของท่อ บ่งบอกว่าพวกเขาอาจจะอยู่ใกล้ผิวภายนอกของฐานทัพมากขึ้น เสียงการพังทลายจากด้านหลังเริ่มเบาลง แต่กลับมีเสียงอื่นเข้ามาแทนที่ เสียงกรีดร้องของไซเรนที่ดังแหลมขึ้นมาจากภายนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นเป็นจังหวะ และเสียงตะโกนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ บ่งบอกว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นข้างนอกอย่างแน่นอน

“ดูเหมือน... เราจะมาถึงจุดที่น่าสนใจแล้ว” ริวพูดเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขาสะท้อนแววระมัดระวังอย่างถึงที่สุด เขาชักมีดสั้นออกมาจากซองข้างเอว เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

อคินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากพื้นดินด้านล่างที่พวกเขาอยู่ คล้ายกับเสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่กำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง มันเป็นเสียงที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ เขาเลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังจนถึงปลายท่อที่ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงตรงหน้าผาเล็กๆ อคินชะโงกหน้าออกไปมอง ทันใดนั้น เขาก็ต้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น ภาพเบื้องล่างทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม

พวกเขาไม่ได้อยู่ในท่อระบายอากาศที่พาออกไปสู่ด้านนอกของฐานทัพอย่างที่คิด แต่กลับมาโผล่ที่ส่วนบนของโรงเก็บอาวุธใต้ดินขนาดมหึมา!

เบื้องล่างของพวกเขา คือภาพที่ราวกับหลุดมาจากนรกภูมิ แสงไฟสีส้มแดงฉาบไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากผนัง สลับกับสายเคเบิลนับร้อยเส้นที่พาดผ่านไปมาอย่างยุ่งเหยิง เสียงเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่ส่งเสียงครวญครางดังก้องไปทั่ว ราวกับกำลังขับเคลื่อนบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว อากาศที่นี่ร้อนระอุจนแทบจะละลายปอด และเต็มไปด้วยกลิ่นโลหะที่หลอมละลายกับโอโซนเข้มข้นจนแสบจมูก

สิ่งที่ทำให้หัวใจของอคินหล่นวูบ ไม่ใช่ขนาดของโรงเก็บอาวุธที่โอ่อ่า แต่เป็นสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโรงเก็บนั้น—อาวุธชีวภาพ 'พยัคฆ์ทมิฬ' ในรูปแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ได้อยู่ในสภาพตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กเหมือนที่เขาเคยได้รับข้อมูล แต่มันถูกติดตั้งอยู่บนแท่นยกขนาดใหญ่ที่มีแขนกลนับสิบแขนกำลังเชื่อมต่อเข้ากับตัวอาวุธอย่างซับซ้อน ราวกับกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการยิง หรือการเปิดใช้งานขั้นสุดท้าย! แสงสีแดงกะพริบจากแผงควบคุมจำนวนมากรายล้อมอาวุธนั้น บ่งบอกถึงสถานะวิกฤติที่กำลังจะเกิดขึ้น

และที่แย่ไปกว่านั้น คือภาพของศัตรูที่รายล้อมอยู่ด้านล่าง พวกเขาเป็นทหารติดอาวุธครบมือหลายสิบคนในชุดเกราะสีดำ กำลังเร่งรีบปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การนำของชายในชุดดำคนหนึ่ง ที่อคินจำได้ดี... มันคือ 'เงา' ผู้ทรยศ ที่เคยเป็นหนึ่งในทีมของเขาเอง! ใบหน้าของเงาที่เคยเป็นมิตร บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มอันน่ารังเกียจ แววตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

เงากำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันน่ารังเกียจ ขณะที่เขากดปุ่มสีแดงขนาดใหญ่ด้วยความพึงพอใจ ทันใดนั้น เสียงนับถอยหลังอัตโนมัติก็ดังก้องขึ้นมาทั่วโรงเก็บอาวุธ เป็นภาษาที่อคินเข้าใจดี เสียงนั้นเย็นเยียบและไร้ความรู้สึก แต่กลับทำให้เลือดในกายอคินเย็นเฉียบ:

"5... 4... 3..."

ก่อนที่อคินจะทันได้ประมวลผลอะไร เสียงนับถอยหลังก็ตัดด้วยเสียงกรีดร้องของฟ้าใสที่ดังขึ้นอย่างชัดเจนในหูของเขา ผ่านช่องสัญญาณที่กลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์ แต่คราวนี้เป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด มันเป็นเสียงที่บีบหัวใจอคินจนแทบแหลกสลาย

“อคิน! ระวัง... พวกมัน... จะเปิดใช้งาน... อาวุธ! และ... พวกมัน... กำลังมาหา... นาย!”

เสียงฟ้าใสขาดหายไปอีกครั้ง พร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดจากจุดที่อคินและริวกำลังซ่อนตัวอยู่ และเงาที่กำลังหันหน้าตรงมายังตำแหน่งของพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในดวงตาที่ราวกับเป็นประกายจากนรก! แสงไฟจากกระบอกปืนสว่างวาบขึ้นในความมืดมิด เป็นสัญญาณของการโจมตีที่กำลังจะมาถึง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!