โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,230 คำ
ลมหายใจของอคินยังคงติดขัดในลำคอ และในความแสบร้อนนั้น ความหวาดหวั่นที่เกาะกินหัวใจเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนกลายเป็นความเจ็บปวดที่จับขั้วหัวใจ มันไม่ใช่แค่ผนังที่พังทลาย แต่เป็นโครงสร้างทั้งหมดที่กำลังกู่ก้องถึงจุดจบ กำแพงโลหะหยาบกร้านที่เคยเย็นเฉียบ บัดนี้อุ่นขึ้นจนร้อนผ่าวจากความร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาจากภายนอก กลิ่นไหม้ของโลหะและสารเคมีทวีความเข้มข้นขึ้นจนแสบจมูกและแสบตา อคินก้มตัวต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ ไหล่กว้างเสียดสีกับผนังตลอดเวลา แรงกดดันจากทุกทิศทางราวกับกำลังถูกบดขยี้ให้แหลกลาญ
เสียงคำรามของการพังทลายทุ้มลึกกว่าครั้งไหนๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง สะท้านสะเทือนไปทั้งโพรงเหล็กที่พวกเขาคลานอยู่ เศษปูนขนาดใหญ่กว่าเดิมร่วงหล่นลงมากระแทกหลังของอคินจนจุก ชิ้นส่วนเหล็กแหลมคมขูดผ่านผิวหนังที่แขนเสื้อขาดวิ่น ความร้อนจากภายนอกทะลุทะลวงเข้ามาตามรอยร้าวที่ปรากฏขึ้นใหม่ ผนังท่อบางส่วนเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป รอยแยกขนาดใหญ่เผยให้เห็นประกายไฟสีแดงฉานที่เต้นระริกอยู่เบื้องหลัง ดุจดวงตาปีศาจที่กำลังจ้องมองพวกเขาจากขุมนรก
ริวที่นำหน้าไปก่อน ยังคงเคลื่อนไหวราวกับเงาที่ปราศจากน้ำหนัก ความเร็วของเขายังคงไม่ลดลงแม้แต่น้อย แม้แต่ในสภาพที่เส้นทางข้างหน้าแทบจะมองไม่เห็น แรงสั่นสะเทือนทำให้ทุกการเคลื่อนไหวต้องใช้พละกำลังและความแม่นยำอย่างมหาศาล อคินเห็นเพียงแผ่นหลังแข็งแกร่งของริวที่หายลับไปในความมืดที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง เขาพยายามเร่งฝีเท้าตาม แต่ทุกย่างก้าวก็เหมือนถูกแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็นฉุดรั้งไว้ ร่างกายเขาหนักอึ้งราวกับแบกน้ำหนักของทั้งตึกไว้บนหลัง เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากทุกรูขุมขน ปะปนกับฝุ่นและคราบเลือดเล็กน้อยจากบาดแผลที่เกิดจากเศษปูนและเหล็ก
“ริว! ทางข้างหน้าเป็นยังไงบ้าง?” อคินตะโกนออกไป เสียงของเขาแหบแห้งและถูกกลืนหายไปกับเสียงคำรามของการพังทลาย แต่เขาก็ยังคงพยายามสื่อสาร มันไม่ใช่แค่เรื่องข้อมูล แต่เป็นการยืนยันว่าเขายังอยู่ที่นี่ ยังคงต่อสู้ และยังคงอยู่ร่วมกับสหาย แม้ในความมืดมิดที่แยกพวกเขาจากกัน
ไม่มีเสียงตอบกลับจากริว มีเพียงความเคลื่อนไหวที่หยุดชะงักไปชั่วครู่ อคินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่แค่การสั่นจากตึกที่ถล่มทลาย แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการเคลื่อนไหวที่หนักหน่วงและรุนแรง… คล้ายกับเสียงปืนที่ดังมาจากที่ไกลๆ หรือเสียงระเบิดที่ดังก้องอยู่ในอุโมงค์ อคินพยายามเร่งความเร็วอีกครั้ง หัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกประหลาดเข้าเกาะกุม มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นสัญชาตญาณนักสู้ที่เตือนว่าอันตรายที่แท้จริงกำลังรออยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่แค่การถูกฝังกลบ
เขาคลานผ่านช่วงหนึ่งที่ผนังท่อโค้งงออย่างรุนแรง บีบรัดร่างกายเขาจนเกือบกระอักเลือด เศษเหล็กจากรอยแยกบาดเข้าที่สีข้าง เสื้อเกราะกันกระสุนที่สวมอยู่ช่วยลดแรงกระแทกได้บ้าง แต่แรงบีบก็มากพอที่จะทำให้กระดูกลั่นดังกรอบแกรบ อคินกัดฟันแน่น ใช้แรงทั้งหมดที่มีดันตัวเองไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาและชัดเจนขึ้น เป็นเสียงปืนกลหนักที่คุ้นเคย มันมาจากด้านหน้า!
“ริว!” อคินตะโกนอีกครั้งพร้อมกับพยายามดึงปืนพกคู่ใจออกมาจากซอง แต่ช่องที่แคบเกินไปทำให้เขาแทบจะขยับตัวไม่ได้ มือของเขากำแน่นรอบด้ามปืนที่เย็นเฉียบ มันเป็นความหวังสุดท้ายในสถานการณ์เช่นนี้
จู่ๆ แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนก็รุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน เพดานท่อเหนือศีรษะของอคินเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ พลั่วดินและเศษคอนกรีตขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาอย่างกะทันหัน อคินยกแขนขึ้นบังใบหน้าตามสัญชาตญาณ แต่ก็ไม่ทัน เศษปูนก้อนหนึ่งกระแทกเข้าที่หัวไหล่อย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้เขาหลุดจากแนวการคลาน ร่างกายกระแทกเข้ากับผนังด้านข้างอย่างรุนแรง ใบหน้าเขาเสยเข้ากับเศษเหล็กที่ยื่นออกมาอย่างจัง เลือดอุ่นๆ ไหลซึมออกมาจากหน้าผาก
“อั่ก!” อคินกัดฟันแน่น พยายามควบคุมสติสัมปชัญญะที่เริ่มเลือนราง ภาพในอดีตฉายซ้อนเข้ามาในห้วงความคิด แสงไฟจากระเบิดที่เคยพรากทุกสิ่งไปจากเขา เสียงกรีดร้องของผู้บริสุทธิ์ และใบหน้าของคนที่เขารักที่เลือนหายไปในเปลวเพลิง สิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องรอด ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อหยุดยั้งหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ใครต้องสูญเสียแบบที่เขาเคยเจอ
เขาปัดเศษปูนออกจากตัว พยายามขยับร่างกายที่หนักอึ้งและเจ็บปวดไปข้างหน้า ความมุ่งมั่นในจิตใจแข็งแกร่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย ริวยังคงไปข้างหน้า เขาต้องตามให้ทัน! เสียงปืนกลจากด้านหน้าเริ่มดังถี่ขึ้น สลับกับเสียงระเบิดขนาดเล็กที่สั่นสะเทือนท่อระบายอากาศทั้งเส้น มันไม่ใช่แค่การปะทะธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด
อคินคลานมาถึงจุดที่ท่อเริ่มกว้างขึ้นเล็กน้อย พอที่จะให้เขาสามารถหมุนตัวและดึงปืนพกออกมาได้ ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง ท่อระบายอากาศไม่ได้นำพาพวกเขาไปสู่ทางออกที่ปลอดภัย หรือห้องควบคุมลับอย่างที่เขาคาดเดา แต่กลับเปิดออกสู่โถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยควันและฝุ่นละออง แสงไฟสีแดงฉานจากสัญญาณเตือนภัยฉายวูบวาบไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจ
มันคือห้องปฏิบัติการใต้ดินขนาดใหญ่ที่พังทลายลงมาบางส่วน เครื่องมือวิทยาศาสตร์ล้มระเนนระนาด สายเคเบิลขาดวิ่นห้อยระโยงระยาง เศษซากปรักหักพังกองสูงเท่าหัวคน และที่สำคัญที่สุด...กลางห้องปฏิบัติการนั้น มีคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่ทำจากโลหะพิเศษตั้งอยู่ มันคือสิ่งที่พวกเขาตามหา – อาวุธชีวภาพ!
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอคินแทบหยุดเต้น ไม่ใช่แค่ภาพของอาวุธร้ายกาจนั้น แต่เป็นภาพของริว ริวกำลังยืนอยู่กลางโถงปะทะกับกลุ่มทหารรับจ้างติดอาวุธหนักกว่าสิบคน การเคลื่อนไหวของริวรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน เขาหลบกระสุนที่พุ่งเข้าใส่ราวกับสายลม พลังทำลายล้างของริวทำให้ทหารรับจ้างล้มลงทีละคน แต่จำนวนที่เหนือกว่าและอาวุธที่หนักหน่วงก็เริ่มสร้างความได้เปรียบ เสียงปืนกลของริวเงียบไปชั่วขณะ น่าจะกระสุนหมด เขากำลังใช้มีดสั้นสองเล่มในระยะประชิดอย่างดุเดือด
อคินไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวออกจากท่อระบายอากาศ ร่างของเขากระแทกพื้นอย่างแรง แต่เขาก็กลิ้งตัวไปหลบหลังซากเครื่องมือทันที เสียงปืนกลจากทหารรับจ้างหันมาทางเขาอย่างรวดเร็ว กระสุนพุ่งเข้าใส่ที่กำบังจนเกิดประกายไฟ อคินยกปืนพกขึ้นเล็งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ยิงสวนกลับไปที่ทหารรับจ้างคนหนึ่งที่กำลังเล็งมาที่ริว กระสุนเจาะเข้าที่หัวของมันอย่างจัง ล้มลงไปกองกับพื้นทันที
“ริว! ทางนี้!” อคินตะโกนเรียก สาดกระสุนใส่กลุ่มทหารรับจ้างเพื่อดึงความสนใจมาที่เขา ริวหันมามองอคินแวบหนึ่ง ก่อนจะฉวยโอกาสที่ศัตรูชะงัก พุ่งเข้าสังหารทหารอีกสองคนอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คิดมาก ห้องปฏิบัติการแห่งนี้เป็นแหล่งรวมกำลังพลของศัตรู และอาวุธชีวภาพที่พวกเขาตามหาก็อยู่ตรงหน้าแล้ว แต่มันก็ถูกล้อมรอบด้วยความตาย
ทันใดนั้น เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านบน เพดานของห้องปฏิบัติการที่เคยร้าวอยู่แล้ว ก็เริ่มพังทลายลงมาอย่างรวดเร็ว คานเหล็กขนาดใหญ่ฉีกขาดออกจากกัน เศษซากปรักหักพังขนาดมหึมาพุ่งดิ่งลงมา คล้ายกับอุกกาบาตที่กำลังจะทำลายทุกสิ่ง อคินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเศษซากขนาดเท่ารถยนต์กำลังพุ่งตรงลงมายังจุดที่คอนเทนเนอร์อาวุธชีวภาพตั้งอยู่
“ไม่นะ!” อคินตะโกนสุดเสียง เขารู้ดีว่าหากอาวุธชีวภาพนั่นถูกทำลายลงในสภาพที่ยังไม่เสถียร ผลที่ตามมาอาจจะเลวร้ายกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
แต่ก่อนที่เขาจะขยับตัวทำอะไรได้ ร่างของริวก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เขากระโดดสูงขึ้นไปเหนือกองซากปรักหักพัง พยายามเข้าถึงคอนเทนเนอร์นั้น ทหารรับจ้างที่เหลืออยู่แตกตื่นและวิ่งหนีเอาตัวรอดจากการพังทลาย เสียงปืนหยุดลงแล้ว มีเพียงเสียงคำรามของตึกที่กำลังจะดับสิ้น และเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ริวเอื้อมมือไปคว้าจับคอนเทนเนอร์อาวุธชีวภาพได้ทันทีที่มันกำลังจะถูกเศษซากขนาดใหญ่ทับ เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว แต่คอนเทนเนอร์ยังคงอยู่ในมือของริวได้สำเร็จ แต่แรงกระแทกจากเศษซากขนาดใหญ่ที่ตกลงมาใกล้ๆ ก็มากพอที่จะทำให้พื้นใต้เท้าของริวทรุดตัวลงอย่างรุนแรง
พื้นคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ริวยืนอยู่แยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ ร่างของริวพร้อมกับคอนเทนเนอร์อาวุธชีวภาพนั้น ดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว อคินรีบวิ่งไปที่ขอบหลุม มองลงไปในความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง เขาเห็นเพียงแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือที่ริวเปิดทิ้งไว้ที่พื้นหล่นลงไปก่อนจะหายลับไปในความมืด พร้อมกับเสียงกึกก้องของการพังทลายที่ตามมาปิดปากหลุมนั้นสนิท
“ริว! ริวววววว!” อคินตะโกนสุดเสียง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว และความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง อคินมองไปยังซากปรักหักพังที่กองทับถมกันหนาแน่น ณ จุดที่ริวและอาวุธชีวภาพหายลับไป หัวใจของเขาจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง...
พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด อาวุธชีวภาพหายไปพร้อมกับริว และทั้งห้องปฏิบัติการกำลังจะถูกฝังกลบ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผนังที่เหลืออยู่ก็เริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น อคินรู้ดีว่าเขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงมาทับเขาเช่นกัน
เขาหันไปมองรอบๆ พยายามหาทางออก แต่ทุกทิศทางล้วนเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและเปลวไฟ ทว่าในความสิ้นหวังนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เศษซากขนาดใหญ่ มันเป็นแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังทำงานอยู่ มีหน้าจอแสดงผลสีฟ้าที่ยังคงสว่างไสว และบนหน้าจอแสดงตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว
มันคือตัวจับเวลา… และตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นคือ “00:01:23” — หนึ่งนาทีกับอีกยี่สิบสามวินาที
อคินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ไม่ใช่แค่การพังทลายของตึก แต่ยังมีระเบิดเวลาที่กำลังจะระเบิดขึ้นอีก! เขาต้องตัดสินใจภายในเสี้ยววินาที จะตามหาทางลงไปช่วยริวและอาวุธชีวภาพที่หายไป หรือจะพยายามหยุดระเบิดและหาทางหนีจากนรกแห่งนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป?
ในขณะที่เขาชั่งใจ ผนังด้านหลังของเขาก็ถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแสงสว่างที่เจิดจ้าจากภายนอก พร้อมกับเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ในเงามืด แต่ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง ชายคนนั้นยกปืนพกขึ้นเล็งมาที่อคินอย่างช้าๆ ราวกับจะย้ำเตือนว่าความตายไม่ใช่แค่การถูกฝังกลบ...แต่กำลังมาถึงจากศัตรูที่คาดไม่ถึง

เพลิงพิฆาตคืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก