ลมหายใจของอคินยังคงติดขัดในลำคอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ความแสบร้อนหรือความหวาดหวั่นอีกต่อไป มันคือความเจ็บปวดที่บาดลึกเข้าไปถึงปอดทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงละเอียด เศษซากปรักหักพัง กลิ่นไหม้ของโลหะที่บิดงอ กลิ่นฉุนของสารเคมีที่รั่วไหล และกลิ่นเหม็นไหม้ของสายไฟที่ลัดวงจรตีปะปนกันจนแทบจะสำลัก แรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาจากภายนอกอาคารที่กำลังถล่มลงมาอีกต่อไป แต่มันมาจากภายใน จากโครงสร้างที่กำลังปริร้าวและฉีกขาดออกจากกันทีละส่วน เสียงครวญครางของเหล็กที่เสียดสีกันดังลั่นราวกับเสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาดที่กำลังจะตาย ผนังโลหะหยาบกร้านที่อคินใช้ไหล่กว้างเสียดสีมาตลอดทาง บัดนี้มันร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาผ่านเนื้อผ้าของชุดปฏิบัติการเข้ามาถึงผิวหนัง
แรงกดดันจากทุกทิศทางบีบคั้นร่างกายของอคินจนแทบจะแหลกละเอียด เขาต้องใช้กำลังทั้งหมดของกล้ามเนื้อหลังและแขนเพื่อดันตัวเองไปข้างหน้าทีละคืบ ทีละศอก ในอุโมงค์ระบายอากาศที่แคบและมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉายขนาดเล็กบนหมวกของริวที่นำหน้าอยู่ลิบ ๆ เป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงทิศทางข้างหน้า ริวเคลื่อนไหวราวกับเงาที่คุ้นเคยกับความมืดมิดและความตาย เขาไม่ปริปากพูดอะไรเลยนอกจากสัญญาณมือที่ส่งผ่านทางสายตาเป็นครั้งคราว ซึ่งอคินอ่านมันได้อย่างแม่นยำด้วยสัญชาตญาณของนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน สัญญาณที่บอกให้รู้ว่า “ไปต่อ” “ก้มต่ำ” “ระวัง” และ “เร็วเข้า”
เสียงระเบิดดังสนั่นใกล้เข้ามาอีกครั้ง คราวนี้แรงอัดกระแทกจนผนังด้านหนึ่งของอุโมงค์ยุบตัวเข้ามาเล็กน้อย เศษปูนและเศษเหล็กขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน กระแทกพื้นดังปัง! อคินรีบก้มตัวต่ำลงไปอีก แทบจะแบนราบกับพื้น มือข้างหนึ่งกำปืนไรเฟิลจู่โจมแน่น อีกข้างหนึ่งยันพื้นไว้เพื่อทรงตัว เขาสัมผัสได้ถึงเศษซากที่ร้อนจัดเฉียดผ่านศีรษะไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษฝุ่นควันหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ริวที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร อคินไอโขลกอย่างแรง ความรู้สึกแสบคันในลำคอราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
"ริว!" อคินตะโกนออกไป เสียงของเขาแหบพร่าและกลืนหายไปในเสียงโครมครามของการพังทลาย แต่ริวก็ไม่ได้ตอบกลับมา อคินรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงพยายามประหยัดออกซิเจนและพลังงานให้มากที่สุด เขาพยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมด ใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ค้นหาสัญญาณของริวผ่านความมืดมิดและฝุ่นควันหนาจัด แล้วเขาก็เห็น แสงไฟฉายของริวกะพริบถี่ๆ สองครั้ง เป็นสัญญาณที่บอกว่า "ยังโอเค" และ "ตามมา" อคินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วดันตัวเองไปข้างหน้าอีกครั้ง
ความรู้สึกของการถูกบดขยี้จากทุกทิศทางเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ผนังที่ยุบตัวเข้าหา แต่ยังรวมถึงพื้นใต้เท้าที่เริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงจนรู้สึกเหมือนจะฉีกขาด อคินจินตนาการถึงภาพโครงสร้างทั้งหมดของฐานทัพใต้ดินแห่งนี้ที่กำลังปริร้าวและถล่มลงมาเป็นชั้นๆ ราวกับขนมเค้กที่ถูกยักษ์เหยียบย่ำ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว: นี่คือจุดจบของเขาหรือเปล่า? จุดจบที่เคยคิดว่ามาถึงแล้วครั้งหนึ่งเมื่อถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในภารกิจที่ซ่อนเร้นเมื่อหลายปีก่อน แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป คราวนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว และมีอะไรที่สำคัญกว่าชีวิตของเขาเองที่ต้องปกป้อง นั่นคือหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นหากอาวุธชีวภาพสุดอันตรายตกอยู่ในมือของผู้ที่ชั่วร้าย
ในห้วงความคิดนั้น ภาพใบหน้าของ "อลิซ" อดีตคู่หูผู้ที่เขาเชื่อว่าทรยศหักหลังก็แวบเข้ามาในมโนสำนึก ความเจ็บปวดจากการทรยศนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในใจเหมือนมีดที่ปักคาอยู่ ภาพรอยยิ้มของเธอ รอยยิ้มที่เคยทำให้เขารู้สึกอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นเพียงเงาหลอนที่ตามหลอกหลอน ยิ่งไปกว่านั้นคือภาพของ "ผู้พันเมฆา" ผู้นำหน่วยที่เคยเป็นเหมือนพ่อคนที่สอง ผู้ที่อคินไม่เคยคิดว่าจะหักหลังเขาได้ เสียงของเมฆาที่บอกให้เขา "รอดให้ได้" ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดและมืดดับไป ยังคงก้องอยู่ในหู อคินสลัดภาพเหล่านั้นออกไป เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะจมปลักอยู่กับอดีต สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรอดออกไปให้ได้ และทำภารกิจให้สำเร็จ
จู่ๆ ริวที่อยู่ข้างหน้าก็หยุดชะงัก แสงไฟฉายของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่จุดหนึ่ง อคินคลานเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความสงสัยและความตึงเครียด เมื่อคลานมาถึง เขาก็เห็นสิ่งที่ริวกำลังจ้องมองอยู่เบื้องหน้า อุโมงค์ระบายอากาศขนาดเล็กที่พวกเขาคลานมาตลอดทาง บัดนี้ได้ขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ตรงหน้าคือช่องว่างขนาดใหญ่ มืดมิด และไร้ก้นบึ้ง ราวกับเหวที่อ้าปากรอรับพวกเขา แสงไฟฉายของริวส่องลงไปในความมืดมิด เผยให้เห็นเศษซากโครงสร้างที่บิดเบี้ยวและพังทลายลงไปด้านล่างอย่างไม่เป็นระเบียบ เสียงน้ำที่หยดลงมากระทบอะไรบางอย่างข้างล่างดังแว่วมาเป็นระยะๆ ชวนให้ขนลุก
"ทางตัน" ริวพูดเสียงแหบพร่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายนาที เขาไม่ได้มองมาที่อคิน แต่จ้องมองลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง แววตาของเขาฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก อคินมองสำรวจรอบๆ ตัว ผนังด้านข้างของอุโมงค์ที่ยังเหลืออยู่ก็เริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น บ่งบอกว่ามันจะทนทานอยู่ได้อีกไม่นาน อากาศเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ ความร้อนจากภายนอกแผ่เข้ามาจนแสบผิว
"เราต้องหาทางลงไป" อคินบอกเสียงเรียบ พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด "มันอาจจะนำไปสู่ชั้นล่าง หรือทางออกฉุกเฉิน" ริวพยักหน้าช้าๆ "ใช่... แต่ดูเหมือนมันจะถล่มลงไปหลายชั้นแล้ว" เขาชี้ไปที่จุดหนึ่งตรงขอบเหว "ลองดูตรงนั้น"
อคินมองตามนิ้วของริว แสงไฟฉายของเขาจับจ้องไปที่คานเหล็กขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากผนังอีกด้านหนึ่งของช่องว่าง คานเหล็กนั้นถูกบิดงอจนผิดรูป แต่ดูเหมือนจะยังคงยึดติดอยู่กับโครงสร้างหลักบางอย่าง และมันอยู่ห่างออกไปประมาณสี่ถึงห้าเมตร เป็นระยะที่ไกลเกินกว่าจะกระโดดข้ามไปได้ในสภาพที่ทุกอย่างกำลังถล่มลงมา
"คิดจะข้ามไป?" อคินถาม ริวพยักหน้า "เสี่ยงเกินไป" อคินตอบทันที "ถ้าพลาด เราจะตกลงไปข้างล่าง" "ไม่มีทางเลือกอื่น" ริวสวนกลับอย่างใจเย็น "ทางที่เรามาก็กำลังจะถล่ม ถ้าเราช้ากว่านี้ เราจะถูกฝังทั้งเป็น"
อคินมองกลับไปที่เส้นทางที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา ผนังด้านหลังเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงครวญครางของเหล็กดังใกล้เข้ามามากขึ้น เขาไม่มีทางเลือกจริงๆ เขารู้ดีว่าริวพูดถูก พวกเขาไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
"แล้วจะข้ามไปยังไง?" อคินถาม ริวคลานไปที่ขอบเหว แล้วชี้ไปที่สายเคเบิลขนาดใหญ่หลายเส้นที่ห้อยลงมาจากเพดานที่พังทลาย สายเคเบิลเหล่านั้นมีขนาดใหญ่พอที่จะใช้เป็นที่ยึดเกาะได้ แต่พวกมันก็ไม่ได้แข็งแรงมั่นคงนัก และบางเส้นก็เริ่มมีประกายไฟลุกไหม้
"ต้องใช้มันเป็นตัวช่วย" ริวอธิบาย "หนึ่งคนไปก่อน อีกคนตามมา" "นายนำ" อคินบอก "นายเร็วกว่า" ริวพยักหน้า เขามัดสายเคเบิลเส้นหนึ่งเข้ากับเข็มขัดนิรภัยของตนเองอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบความแข็งแรงของปมแล้วเงยหน้าขึ้นมองอคิน "เตรียมพร้อม" ริวพูดเสียงต่ำ "ถ้าฉันถึงอีกฝั่งได้ นายต้องตามมาทันที"
อคินเตรียมพร้อม เขาจับปืนไรเฟิลแน่น สายตาจดจ่ออยู่ที่ริว ริวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพุ่งตัวออกไป! เขาเหวี่ยงตัวไปกลางอากาศ มือข้างหนึ่งคว้าจับสายเคเบิลที่ห้อยลงมา อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจับสายเคเบิลอีกเส้นหนึ่งเพื่อสร้างแรงเหวี่ยง ร่างของเขาลอยข้ามช่องว่างนั้นไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงครืนครั่นของการพังทลายที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะกลบเสียงทุกสิ่งทุกอย่าง
อคินกลั้นหายใจ เขาเห็นริวพุ่งไปถึงคานเหล็กที่บิดเบี้ยวอีกฝั่งหนึ่งอย่างหวุดหวิด เท้าของเขาสัมผัสกับพื้นผิวที่มั่นคงเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ร่างจะเสียหลักไปเล็กน้อย แต่ด้วยสัญชาตญาณและทักษะที่เหนือมนุษย์ ริวก็สามารถทรงตัวไว้ได้ เขามองกลับมาที่อคิน แล้วส่งสัญญาณมือให้ "มาได้เลย"
อคินไม่รอช้า เขามัดสายเคเบิลเส้นที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะหาได้เข้ากับตัวเอง แล้วพุ่งตัวออกไปกลางอากาศบ้าง แรงเหวี่ยงส่งให้ร่างของเขาลอยข้ามช่องว่างนั้นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ในจังหวะที่เท้ากำลังจะเหยียบลงบนคานเหล็กที่บิดเบี้ยว แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา! คานเหล็กที่ริวเพิ่งจะเหยียบเมื่อครู่เกิดรอยร้าวแล้วเริ่มยุบตัวลงไปช้าๆ!
"อคิน!" ริวตะโกนสุดเสียง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก สายเคเบิลที่ยึดอคินไว้กับผนังเริ่มขาดออกทีละเส้น อคินรู้สึกได้ถึงแรงกระชากที่รุนแรง ร่างของเขากำลังจะร่วงหล่นลงไปในเหวลึกเบื้องล่าง…
เขาพยายามคว้าจับอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้ๆ มือของเขาคว้าไปโดนขอบเหล็กที่แหลมคมของคานที่กำลังจะพังทลาย เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากฝ่ามือที่ถูกบาด แต่เขาก็ยังคงกัดฟันแน่น ไม่ยอมปล่อย ร่างของเขาห้อยต่องแต่งอยู่เหนือเหวลึก เบื้องล่างมีแต่ความมืดมิดที่รอคอยจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
เสียงระเบิดดังสนั่นใกล้เข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงที่ดังกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน ราวกับมีอะไรบางอย่างที่ใหญ่โตและทรงพลังระเบิดออก อคินเงยหน้าขึ้นมอง ริวพยายามจะยื่นมือมาช่วย แต่เขาก็อยู่ไกลเกินไป คานเหล็กใต้เท้าของอคินยุบตัวลงไปอีก ร่างของเขากำลังจะหลุดจากสายเคเบิลที่เหลืออยู่เพียงเส้นเดียว
แต่แล้ว ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังเข้าครอบงำ ดวงตาของอคินก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ปลายสุดของอุโมงค์ระบายอากาศที่อยู่ด้านล่างของเหวลึกนั้น... ไม่ใช่ทางออก แต่เป็นแสงสีเขียวเรืองรองที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แสงนั้นไม่ใช่แสงจากไฟฉาย หรือแสงจากเปลวไฟ แต่มันเป็นแสงที่ดูเย็นเยียบและไม่เป็นธรรมชาติ ราวกับพลังงานบางอย่างที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากวัตถุที่ไม่คุ้นเคย
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงกระหึ่มของการระเบิดครั้งสุดท้ายก็ดังขึ้น แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนอุโมงค์ที่อคินห้อยอยู่แยกออกเป็นสองส่วน!
ร่างของอคินร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับสายเคเบิลที่ขาดสะบั้น และแสงสีเขียวปริศนาที่กำลังส่องประกายเรืองรองอยู่เบื้องล่างดูเหมือนจะรอคอยการมาถึงของเขา... แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือในความมืดมิดนั้น อคินมองเห็นเงาตะคุ่มๆ ของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้แสงสีเขียวนั้น เงามืดที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด... มันไม่ใช่สัตว์ประหลาด หรือศัตรูที่เขาคาดคิด แต่มันคือเงาของร่างมนุษย์ที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น... และกำลังมองขึ้นมาที่เขา!
เงาของใครบางคนที่อคินไม่เคยคิดว่าจะได้เจออีกครั้งในชีวิตนี้... คนที่เขาเคยเชื่อว่าตายไปแล้ว... คนที่เคยเป็นเหมือนครอบครัว... "อลิซ..." ชื่อนั้นผุดขึ้นมาในใจของอคินพร้อมกับความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความตกใจ ความเจ็บปวด และความหวังที่ริบหรี่ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น แรงกระแทกจากการตกก็ทำให้ทุกอย่างดับวูบไป...

เพลิงพิฆาตคืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก