เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 18 — ลมหายใจแห่งความเจ็บปวด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,078 คำ

ลมหายใจของอคินยังคงติดขัดในลำคอ มันไม่ใช่แค่ความแสบร้อนหรือความหวาดหวั่นอีกต่อไป แต่มันคือความเจ็บปวดที่บาดลึกเข้าไปถึงปอดทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงละเอียด เศษซากปรักหักพัง กลิ่นไหม้ของโลหะที่บิดงอ กลิ่นฉุนของสารเคมีที่รั่วไหล และกลิ่นเหม็นไหม้ของสายไฟที่ลัดวงจรตีปะปนกันจนแทบจะสำลัก ‌แรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาจากภายนอกอาคารที่กำลังถล่มลงมาอีกต่อไป แต่มันมาจากภายใน จากโครงสร้างที่กำลังปริร้าวและฉีกขาดออกจากกันทีละส่วน เสียงครวญครางของเหล็กที่เสียดสีกันดังลั่นราวกับเสียงร้องไห้ของสัตว์ร้ายที่กำลังจะตาย ผนังโลหะบิดเบี้ยวจนมองเห็นรอยแตกที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาจากทุกทิศทางเริ่มทำให้ผิวหนังของอคินรู้สึกราวกับถูกเผาไหม้ มันไม่ใช่ความร้อนจากเปลวเพลิงโดยตรง ​แต่เป็นความร้อนที่อัดแน่นจนอากาศรอบตัวหนืดเหนียวและหนักอึ้ง

อคินก้มตัวต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ พยายามใช้มือที่สั่นเทาคลำหาทางไปข้างหน้า สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เขากระตุ้นตัวเองให้ขยับตัวแม้ว่าทุกส่วนของร่างกายจะร้องบอกให้หยุดและยอมแพ้ ทัศนวิสัยเลวร้ายจนแทบมองไม่เห็นอะไร นอกจากเงาตะคุ่มของซากปรักหักพังที่กองสุมอยู่ตรงหน้า และประกายไฟสีแดงฉานที่แลบแปลบปลาบจากสายไฟที่ขาดสะบั้น การทรงตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก ‍พื้นที่เคยราบเรียบกลายเป็นเนินลาดชันที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กและคอนกรีตที่ลื่นไถลได้ตลอดเวลา เสียงรบกวนจากทุกทิศทางทำให้ประสาทสัมผัสของเขาตึงเครียดถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นเสียงโครงสร้างที่ถล่มลงมา เสียงน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไหลทะลัก เสียงท่อไอน้ำที่ระเบิด หรือแม้แต่เสียงการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังก้องอยู่ในหู

"ริว!" อคินตะโกนออกไป เสียงของเขาแหบแห้งและขาดหายไปในความโกลาหล ‌แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ความเงียบที่ไร้เสียงตอบรับนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงถล่มทลายทั้งหมด เขาจำได้ว่าริวอยู่ข้างหน้าเพียงไม่กี่เมตร ก่อนที่แรงระเบิดจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้ขาดออกจากกัน ความกังวลที่กัดกินในใจทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ทว่าร่างกายกลับไม่เป็นใจ เขาต้องใช้แรงมหาศาลเพื่อยกขาสลับไปมา ก้าวผ่านกองเศษซากที่สูงท่วมหัวอย่างยากลำบาก ‍บางครั้งต้องคลานสี่เท้าลอดใต้คานเหล็กที่บิดงอหรือช่องแคบๆ ที่เกิดจากการยุบตัวของผนัง ความมืดและความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก

ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังขึ้นจากระบบภายในอาคารที่ยังพอทำงานได้ มันเป็นเสียงไซเรนที่แหลมสูงและน่าสะพรึงกลัว บ่งบอกถึงอันตรายระดับสูงสุดที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงที่กระพริบถี่ๆ ​ส่องให้เห็นทางเดินที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อย บัดนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวขนาดใหญ่ที่แยกตัวออกจากกันเป็นวงกว้าง แผ่นพื้นคอนกรีตบางส่วนทรุดตัวลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง อคินต้องหยุดชะงัก ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ช่องว่างที่เคยเป็นทางเดินตอนนี้กลายเป็นเหวที่ยากจะคาดเดาความลึก เขาต้องหาทางข้ามมันไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะติดอยู่ตรงนี้

สายตาของอคินกวาดมองไปรอบๆ ​ในความสลัว เขาเห็นคานเหล็กขนาดใหญ่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลังคา ห้อยต่องแต่งอยู่เหนือช่องว่างนั้น มันดูเหมือนจะยังคงยึดติดกับผนังด้านหนึ่งอย่างไม่มั่นคงนัก แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะข้ามไปได้ โดยไม่ลังเล อคินตัดสินใจปีนขึ้นไปบนกองเศษซากที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ตัวเองอยู่ในระดับที่พอจะเอื้อมถึงคานเหล็กนั้นได้ ​ก้อนอิฐและเศษเหล็กบาดมือเขาจนเลือดซิบ แต่เขาก็ไม่สนใจ ความเจ็บปวดทางกายในตอนนี้ดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเทียบกับหายนะที่กำลังถาโถมเข้ามา

เมื่อเอื้อมถึงคานเหล็ก อคินใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีโหนตัวขึ้นไป แขนของเขาปวดร้าวแทบจะหลุดออกจากเบ้า แต่เขาก็ยังกัดฟันปีนป่ายไปตามคานอย่างระมัดระวัง แรงสั่นสะเทือนยังคงดำเนินต่อไป ทำให้คานเหล็กแกว่งไปมาอย่างน่าหวาดเสียว เขาต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่ได้รับการฝึกฝนมาตลอดชีวิต เพื่อรักษาสมดุลและก้าวไปข้างหน้าทีละน้อย ทุกย่างก้าวคือความเสี่ยง ทุกการเคลื่อนไหวคือการเดิมพันด้วยชีวิต

ในระหว่างที่เขาข้ามเหวนั้น สายตาของอคินก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ส่องประกายวูบวาบอยู่ใต้ซากปรักหักพังที่อยู่ไม่ไกลจากอีกฝั่งที่เขากำลังจะไปถึง มันเป็นแสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่ดูแปลกประหลาดและไม่เป็นธรรมชาติ ท่ามกลางความมืดมิดและฝุ่นควันหนาทึบ หัวใจของอคินเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ มันเป็นแสงที่คุ้นตา แสงที่เขาเคยเห็นในรายงานลับสุดยอดเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพที่ถูกขโมยไป แสงที่บ่งบอกถึงแหล่งพลังงานหลักของอุปกรณ์ควบคุมที่ใช้ในการจัดเก็บและขนส่งเชื้อโรคอันตราย

อาวุธชีวภาพ! เป้าหมายหลักของภารกิจ อคินหวนนึกถึงคำสั่งของหัวหน้าหน่วยอย่างชัดเจน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องนำมันกลับมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นโลกทั้งใบจะตกอยู่ในความเสี่ยง" ความคิดนี้จุดประกายพลังงานให้เขาอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดมลายหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขารู้ว่าเขาต้องไปให้ถึงที่นั่น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เมื่อข้ามมาถึงอีกฝั่ง อคินก็รีบกระโดดลงจากคานเหล็กทันที เขารีบกุลีกุจอไปที่ตำแหน่งของแสงสีฟ้านั้น แสงนั้นเล็ดลอดออกมาจากรอยแตกขนาดใหญ่บนพื้นคอนกรีตที่ยุบตัวลงไปบางส่วน เมื่อเขาก้มลงมองผ่านช่องว่างที่มืดมิด เขาก็พบกับสิ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ

ไม่ใช่แค่แสงจากอุปกรณ์ควบคุมเท่านั้น แต่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ขนาดกลางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเก็บรักษาสารชีวภาพอันตรายชนิด 'ไฟร์ฟลาย' อาวุธที่สามารถแพร่กระจายผ่านอากาศและทำลายล้างชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ตู้คอนเทนเนอร์นั้นไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว มันถูกยึดติดกับโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของห้องทดลองใต้ดินลับสุดยอด หรืออาจจะเป็นห้องเก็บอาวุธที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปอีกระดับหนึ่ง และที่สำคัญที่สุด ตู้คอนเทนเนอร์นั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ มันมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏให้เห็นอยู่สองสามจุด และจากรอยร้าวเหล่านั้น มีของเหลวสีฟ้าอ่อนๆ ที่มีประกายเรืองแสงไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ หยดลงไปในความมืดเบื้องล่าง ราวกับน้ำตาพิษที่กำลังจะคร่าชีวิตทุกสิ่ง

"ไม่จริง!" อคินพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ของเหลวนั่นคือสารชีวภาพ 'ไฟร์ฟลาย' ที่รั่วไหลออกมา! หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น หากสารนี้แพร่กระจายออกไปในอากาศ มันจะกลายเป็นหายนะอย่างแท้จริง และที่เลวร้ายกว่านั้น คือเขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอีกระลอกหนึ่งที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ราวกับว่าโครงสร้างทั้งหมดกำลังจะขาดสะบั้นออกจากกันในไม่ช้า เสียงครืนครั่นดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของระเบิดที่ดังมาจากส่วนลึกของฐานทัพ ทำให้พื้นใต้เท้าของอคินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเขาต้องทรุดตัวลง

ในขณะที่เขากำลังพยายามพยุงตัวขึ้นมานั้น แสงไฟฉุกเฉินที่กระพริบอยู่ก็สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาจากช่องว่างที่ตู้คอนเทนเนอร์ไฟร์ฟลายรั่วไหลออกมา ร่างนั้นเปื้อนฝุ่นและเศษซากปรักหักพัง แต่แววตาที่ฉายชัดในเสี้ยววินาทีนั้นทำให้อคินรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต มันคือดวงตาคู่หนึ่งที่เขาจำได้ดี ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและร้ายกาจ ดวงตาของคนที่เขาเคยเชื่อใจยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง

"ริว..." อคินพึมพำชื่อนั้นอย่างแผ่วเบา แต่ไม่ใช่ริวที่เขารู้จัก ริวคนนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเย็นชาที่ยากจะคาดเดา พร้อมกับมือที่ถืออุปกรณ์บางอย่างคล้ายรีโมทคอนโทรลเอาไว้แน่น อุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการรั่วไหลของสารชีวภาพ และที่ทำให้หัวใจของอคินจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวังคือ ประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของริว "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของโลก...เพื่อนเก่า"

ก่อนที่อคินจะได้โต้ตอบอะไร เสียงระเบิดที่ดังมาจากใต้ฐานทัพก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างที่เขายืนอยู่ ผนังรอบตัวเริ่มปริร้าวและฉีกขาดออกจากกันอย่างรวดเร็ว เศษซากขนาดใหญ่หล่นลงมาจากเพดาน ก้อนคอนกรีตขนาดมหึมากำลังร่วงหล่นลงมาตรงจุดที่เขายืนอยู่ อคินรู้ตัวดีว่าเขาเหลือเวลาไม่มากนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาช็อกยิ่งกว่าคือรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของริวที่ไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับว่านี่คือแผนการทั้งหมดที่ถูกวางไว้ และเขากำลังยืนอยู่ตรงกลางของกับดักที่ไม่มีทางหนี

ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุเชื้อไฟร์ฟลายกำลังจะตกลงไปในความมืดมิดพร้อมกับฐานทัพที่พังทลายลงมา และริว... ริวคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้

"ริว!" อคินตะโกนสุดเสียง พุ่งตัวเข้าหาร่างของเพื่อนเก่าที่ไม่เหลือเค้าเดิมด้วยพละกำลังสุดท้าย แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น พื้นใต้เท้าของเขาก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ กลืนกินร่างของอคินลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ... และภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือใบหน้าของริวที่ยังคงยิ้มอย่างเลือดเย็นราวกับปีศาจ ท่ามกลางประกายไฟสีแดงฉานและแสงสีฟ้าอ่อนๆ ของสารชีวภาพที่กำลังรั่วไหลออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่หล่นลงสู่เบื้องลึกที่สุดของหายนะ...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!