ลมหายใจของอคินยังคงติดขัดในลำคอ มันไม่ใช่แค่ความแสบร้อนหรือความหวาดหวั่นอีกต่อไป แต่มันคือความเจ็บปวดที่บาดลึกเข้าไปถึงปอดทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงละเอียด เศษซากปรักหักพัง กลิ่นไหม้ของโลหะที่บิดงอ กลิ่นฉุนของสารเคมีที่รั่วไหล และกลิ่นเหม็นไหม้ของสายไฟที่ลัดวงจรตีปะปนกันจนแทบจะสำลัก แรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาจากภายนอกอาคารที่กำลังถล่มลงมาอีกต่อไป แต่มันมาจากภายใน จากโครงสร้างที่กำลังปริร้าวและฉีกขาดออกจากกันทีละส่วน เสียงครวญครางของเหล็กที่เสียดสีกันดังลั่นแสบแก้วหู มันราวกับเสียงกรีดร้องของยักษ์โลหะที่กำลังจะขาดใจตาย แรงกดดันจากทุกทิศทางบีบคั้นร่างกายของเขาให้จมดิ่งลงไปในซากปรักหักพังที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง
ผนังโลหะที่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้บิดเบี้ยวเป็นลอนคลื่นราวกับกระดาษที่ถูกขยำ ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาไม่ใช่แค่ไออุ่น แต่เป็นความร้อนระอุที่แผดเผาผิวหนังจนรู้สึกแสบร้อนไปทั่ว กลิ่นควันหนาทึบและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายมือ ทำให้ทัศนวิสัยของอคินมืดมิดยิ่งกว่าเดิม เขาขยับกายไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า พลางใช้มือคลำทางไปตามผนังที่สั่นสะท้านตลอดเวลา ทุกก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นเต็มไปด้วยเศษกระจก เศษปูน และเศษโลหะที่แหลมคม บาดเท้าเขาจนเลือดซึมออกมาจากรองเท้าคอมแบตที่เคยทนทาน บัดนี้มันชุ่มไปด้วยเลือดและเหงื่อ
แรงระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ได้ฉีกผนังด้านหนึ่งออก เผยให้เห็นโพรงมืดทึบที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่าง มันไม่ใช่ทางออก แต่มันคือเส้นทางสู่ส่วนลึกของฐานทัพแห่งนี้ ซึ่งตามแผนการเดิมแล้วคือจุดที่อาวุธชีวภาพถูกเก็บซ่อนไว้ อคินรู้ดีว่าการตัดสินใจก้าวลงไปในความมืดมิดนั้น คือการเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตายโดยแท้จริง แต่หัวใจของเขากลับปราศจากความลังเล มีเพียงเป้าหมายเดียวที่ฝังแน่นอยู่ในจิตสำนึก – ยับยั้งหายนะ
"ต้องไปต่อ..." เสียงแหบพร่าเล็ดรอดจากลำคอของเขา ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อโลกทั้งใบ เขาจดจำคำสั่งสุดท้ายที่ได้รับ ก่อนที่สัญญาณจะขาดหายไปในห้วงแห่งความโกลาหล 'กอบกู้อาวุธชีวภาพ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม' ภาพของใบหน้าเพื่อนร่วมทีมที่เคยยิ้มแย้มผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ก่อนจะถูกบดบังด้วยเงาแห่งการทรยศหักหลังที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ สิ่งที่เจ็บปวดกว่าร่างกายที่กำลังจะแหลกสลาย คือความจริงที่ว่าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด อาจไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เขาเคยเชื่อใจ
อคินแทรกตัวผ่านช่องแคบที่ถูกฉีกขาด พลางใช้กำลังเฮือกสุดท้ายผลักเศษซากปรักหักพังที่ขวางทางออกไป แขนซ้ายของเขาเสียดสีกับเหล็กเส้นที่โผล่ออกมา บาดเป็นแผลลึก เลือดอุ่นๆ ไหลซึมลงมาตามปลายแขน แต่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป ร่างกายชาด้านไปหมด มีเพียงความมุ่งมั่นที่ผลักดันให้เขาไปข้างหน้า ก้าวลงสู่ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด เบื้องล่างมีเพียงเสียงก้องสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้น และเสียงครวญครางของโครงสร้างที่กำลังปริร้าวอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งลงลึก อากาศก็ยิ่งเบาบางและอับชื้นมากขึ้น กลิ่นอับของดิน ผสมกับกลิ่นฉุนของสารเคมีบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย เริ่มกัดกินโสตประสาท เสียงปะทุเล็กๆ น้อยๆ ดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับระบบไฟฟ้าบางส่วนยังคงทำงานและกำลังจะระเบิด อคินกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืดมิด แต่ก็ไร้ผล เขาต้องอาศัยสัมผัสทั้งหมดที่มี มือข้างหนึ่งแตะผนัง อีกข้างหนึ่งยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อหยั่งเชิงทาง สายตาคมกริบของอดีตหน่วยรบพิเศษที่เคยมองเห็นทะลุความมืด บัดนี้ถูกบดบังด้วยควันและหยาดเหงื่อ
ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าสีแดงแวบขึ้นจากด้านล่าง ทำให้เงาของโครงสร้างที่พังทลายดูน่ากลัวยิ่งขึ้น อคินหรี่ตาลง มองเห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวออกไปราวกับอุโมงค์ สองข้างทางเต็มไปด้วยท่อโลหะขนาดใหญ่ที่บิดเบี้ยวและสายไฟระโยงระยาง ไฟฉุกเฉินสีแดงริบหรี่เป็นจังหวะ บอกให้รู้ว่าระบบพลังงานของฐานทัพแห่งนี้กำลังจะดับสนิท แสงนั้นส่องให้เห็นร่องรอยของการต่อสู้ ทั้งคราบเลือดที่แห้งกรังบนพื้น และปลอกกระสุนที่เกลื่อนกลาด บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่มาถึงที่นี่
แต่เขาจะต้องไปให้ถึงก่อนใคร หากอาวุธชีวภาพชิ้นนั้นตกอยู่ในมือคนผิด หายนะที่แท้จริงจะบังเกิด อคินเร่งฝีเท้าขึ้น แม้ว่าร่างกายจะประท้วงด้วยความเจ็บปวดทุกย่างก้าว เขาต้องระวังทุกฝีก้าว ไม่ใช่แค่ซากปรักหักพัง แต่ยังรวมถึงกับดักที่อาจถูกวางไว้โดยศัตรู ผู้ที่ออกแบบฐานทัพแห่งนี้อย่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยอันตรายถึงตาย
เขามาถึงประตูเหล็กหนาบานหนึ่ง มันถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อย เผยให้เห็นแสงสีฟ้าจางๆ ที่ลอดออกมาจากภายในห้อง แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนยังคงดำเนินต่อไป แต่ในห้องนั้นกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจ อคินกดร่างต่ำลง พลางชักปืนพกคู่ใจที่เหลือเพียงกระสุนไม่กี่นัดออกมา แม้จะรู้ว่ามันอาจจะไร้ประโยชน์หากต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมาก แต่สัญชาตญาณนักรบก็บอกให้เขาเตรียมพร้อมเสมอ
เขาผลักประตูเหล็กให้เปิดออกช้าๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับที่ไม่ได้ถูกหล่อลื่นดังขึ้นเล็กน้อย แสงสีฟ้าจางๆ ส่องสว่างมาจากจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หลายจอที่เรียงรายอยู่ภายในห้อง ห้องนั้นดูเหมือนห้องควบคุมหลักหรือศูนย์วิจัยบางอย่าง แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษซาก แต่โครงสร้างโดยรวมยังคงอยู่ครบถ้วนกว่าส่วนอื่นๆ ที่เขาผ่านมา อากาศในห้องนี้เย็นกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าระบบปรับอากาศบางส่วนยังคงทำงานอยู่
สายตาของอคินกวาดมองไปรอบๆ พยายามหาบุคคลหรือสิ่งผิดปกติ ไม่มีศัตรูอยู่ในห้อง มีเพียงโต๊ะทำงานที่กระจัดกระจายและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่เสียหาย หน้าจอคอมพิวเตอร์บางจอแสดงผลการทดลองที่ไม่สมบูรณ์ บางจอแสดงแผนที่ของฐานทัพที่กำลังพังทลายลงเรื่อยๆ และมีจอหนึ่งที่ฉายภาพกราฟิกของโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน อคินไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่ามันคือโครงสร้างของเชื้อโรคหรืออาวุธชีวภาพที่เขาตามหา
เขาเดินเข้าไปใกล้จอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานอยู่ นิ้วของเขากดปุ่มเพื่อเลื่อนดูข้อมูลอย่างรวดเร็ว แม้จะปวดร้าวไปทั้งตัว เขาก็กัดฟันอดทน ข้อมูลมากมายไหลผ่านสายตาเขาอย่างรวดเร็ว เป็นภาษาที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว ไม่ใช่รายละเอียดทางวิทยาศาสตร์เหล่านั้น แต่มันคือไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รหัสที่แน่นหนา ในที่สุดเขาก็ถอดรหัสออกมาได้สำเร็จ และสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ก็ทำให้เลือดในกายของอคินพลุ่งพล่าน
มันคือบันทึกการสนทนาที่ถูกเข้ารหัสระหว่างผู้บัญชาการระดับสูงของหน่วยงานที่เขาเคยสังกัด กับชื่อของคนที่เขาเคยเรียกว่า "พี่ชาย" – ราเชน อดีตหัวหน้าหน่วยที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับเขาในการปฏิบัติการครั้งสุดท้าย ภาพใบหน้าของราเชนผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ใบหน้าคนที่เขามั่นใจมาตลอดว่าเป็นผู้ทรยศ และบันทึกการสนทนานี้ยิ่งตอกย้ำความสงสัยนั้น
เสียงสนทนาถูกถอดรหัสและเล่นขึ้นเบาๆ ในห้องที่เงียบงัน น้ำเสียงของราเชนยังคงเป็นที่คุ้นเคย ราวกับเสียงนั้นเคยพูดคุยกับเขาเมื่อวานนี้ แต่เนื้อหาของการสนทนา กลับทำให้ความเย็นชาแผ่ซ่านเข้าปกคลุมหัวใจของอคิน
"แผนการดำเนินไปตามที่ตกลง อคินถูกกำจัดไปพร้อมกับฐานปฏิบัติการหลัก เขาจะไม่มีทางรอด..." เสียงของราเชนดังขึ้นอย่างชัดเจน ตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความอำมหิต "...ส่วนอาวุธชีวภาพ เราจะใช้มันเป็นเครื่องมือต่อรองกับรัฐบาล เราจะควบคุมทุกอย่างจากเงามืด และโลกนี้จะอยู่ในกำมือของเรา"
หัวใจของอคินบีบรัดอย่างแรง ไม่ใช่แค่ความจริงที่ว่าราเชนยังมีชีวิตอยู่ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทรยศหักหลังครั้งใหญ่ แต่เป็นความจริงที่ว่าราเชนเป็นคนวางแผนกำจัดเขา และใช้เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในแผนการอันชั่วร้ายนี้! อคินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ น้ำเสียงของราเชนยังคงดำเนินต่อไปในบันทึก แต่ทุกคำพูดราวกับมีดที่กรีดแทงลงบนแผลสดในจิตใจของเขา ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดของการถูกหักหลังจากคนที่เขาเชื่อใจที่สุด
"แต่ยังมีปัญหาเดียว..." เสียงของราเชนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ศพของอคินไม่ถูกพบ... เขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่"
คำพูดสุดท้ายของราเชนดังก้องในโสตประสาทของอคิน ความโกรธแค้นปะทุขึ้นราวกับลาวาที่กำลังจะระเบิดออกจากภูเขาไฟ ราเชน... เจ้ายังมีชีวิตอยู่ และยังคงดำเนินแผนการชั่วร้ายของแกต่อไปงั้นหรือ? และที่สำคัญกว่านั้น... แกกำลังตามหาฉันงั้นหรือ?
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งห้อง พร้อมกับแสงไฟสีแดงที่กระพริบถี่ๆ บนหน้าจอเตือนภัยขนาดใหญ่ ระบบคอมพิวเตอร์เริ่มแสดงผลการนับถอยหลังที่ปรากฏขึ้นกลางจอ ตัวเลขสีแดงฉานลดลงอย่างรวดเร็ว: "00:05:00"
เสียงของระบบอัตโนมัติดังขึ้นเป็นภาษาที่เขาคุ้นเคย "ระบบทำลายตัวเองอัตโนมัติเปิดใช้งาน... ฐานทัพจะถูกทำลายในอีก 5 นาที"
นี่มันอะไรกัน! อคินหันขวับกลับไปที่ประตู แต่ประตูกลับเลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็วและแน่นหนา ราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้แล้ว ไม่มีทางออก! เขาถูกขังอยู่ในห้องที่กำลังจะกลายเป็นสุสานแห่งนี้ พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในมือ และอาวุธชีวภาพที่อาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เวลาของเขากำลังจะหมดลง
"00:04:50"
อคินมองไปที่หน้าจอนับถอยหลังอีกครั้ง พลางมองไปที่โครงสร้างโมเลกุลของอาวุธชีวภาพที่ยังคงปรากฏอยู่บนหน้าจอข้างๆ เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะหยุดยั้งราเชน และปกป้องโลกจากหายนะ แต่จะทำอย่างไรในเวลาที่เหลือน้อยนิดนี้! แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนเริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง จนหลอดไฟที่แขวนอยู่บนเพดานเริ่มร่วงหล่นลงมาทีละดวง
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงกระพริบถี่ขึ้น เสียงเตือนภัยดังแสบแก้วหู ราวกับจะบีบคั้นจิตใจของเขาให้แหลกสลาย อคินรู้ดีว่านี่คือเดิมพันสุดท้าย ไม่ใช่แค่ชีวิตของเขา แต่คือชะตากรรมของโลกทั้งใบ
"00:04:30"
ในขณะที่เขากำลังคิดหาทางออก ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่มุมห้อง ร่างเงาตะคุ่มที่ซ่อนอยู่หลังกองซากปรักหักพัง อคินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก ร่างนั้นกำลังขยับช้าๆ และเงยหน้าขึ้นมามองเขา
มันไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่ราเชน... แต่เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่มีดวงตากลมโตกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความหวาดกลัว ในอ้อมกอดของเธอคือภาชนะโลหะขนาดเล็กที่เปล่งประกายสีเขียวเรืองๆ ราวกับมีชีวิต... ภาชนะที่บรรจุอาวุธชีวภาพที่เขาตามหา!
เด็กคนนั้นอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และทำไมเธอถึงถือมันอยู่?
ก่อนที่อคินจะทันได้ตั้งคำถามใดๆ หรือแม้แต่ขยับตัว เสียงประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังแผงควบคุมก็เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟฉุกเฉือดย้อมใบหน้าของเขาให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
"ในที่สุดแกก็มาถึง... อคิน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเขา ราเชนยืนอยู่ตรงนั้น... มีชีวิตอยู่จริง! และดูเหมือนเขากำลังรอการมาถึงของอคินอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้อคินต้องชะงักงันราวกับถูกแช่แข็ง ไม่ใช่เพียงการปรากฏตัวของราเชนเท่านั้น หากแต่เป็นเงาร่างอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา เงาร่างของชายหญิงคู่หนึ่ง ที่อคินมั่นใจเหลือเกินว่า... พวกเขาตายไปแล้ว!
และหนึ่งในนั้น... คือเธอ... ผู้หญิงที่เคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา... พลางจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับไร้ชีวิต ในมือของเธอมีปืนพกกระบอกหนึ่งจ่อตรงมาที่เขาอย่างมั่นคง
"นานแล้วนะ... ที่ไม่ได้เจอกัน... อคิน" เธอเอ่ยเสียงเรียบเย็น ราวกับไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยรู้จัก...
ในขณะที่หน้าจอนับถอยหลังยังคงลดลงอย่างไม่หยุดยั้ง: "00:04:00"

เพลิงพิฆาตคืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก