เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 20 — ลมหายใจติดขัด แรงสั่นสะเทือนจากภายใน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,200 คำ

ลมหายใจของอคินยังคงติดขัดในลำคอ มันไม่ใช่แค่ความแสบร้อนหรือความหวาดหวั่นอีกต่อไป แต่มันคือความเจ็บปวดที่บาดลึกเข้าไปถึงปอดทุกครั้งที่พยายามสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงละเอียด เศษซากปรักหักพัง กลิ่นไหม้ของโลหะที่บิดงอ กลิ่นฉุนของสารเคมีที่รั่วไหล และกลิ่นเหม็นไหม้ของสายไฟที่ลัดวงจรตีปะปนกันจนแทบจะสำลัก ‌แรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาจากภายนอกอาคารที่กำลังถล่มลงมาอีกต่อไป แต่มันมาจากภายใน จากโครงสร้างที่กำลังปริร้าวและฉีกขาดออกจากกันทีละส่วน เสียงครวญครางของเหล็กที่เสียดสีกันดังลั่นราวกับสัตว์ประหลาดโลหะกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย

แผ่นปูนขนาดใหญ่พังครืนลงมาตรงหน้าอคิน ห่างจากปลายเท้าเขาไม่ถึงคืบ แรงกระแทกส่งผลให้พื้นอาคารที่เขายืนอยู่สะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว อคินเซถลาไปด้านข้าง มือคว้าหาหลักยึดอย่างอัตโนมัติ ​แต่มันกลับเป็นเพียงซากโครงเหล็กที่บิดเบี้ยวจนไม่อาจรับน้ำหนักได้ แรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ตามมาติดๆ ผนังด้านข้างทรุดฮวบลง เผยให้เห็นโพรงมืดมิดเบื้องล่างที่คาดเดาไม่ได้ว่าลึกเท่าใด อคินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การพังทลายจากความเสียหายปกติ แต่ดูเหมือนโครงสร้างหลักของสถานที่แห่งนี้กำลังถูกทำลายจากภายใน มีบางอย่างที่จงใจให้มันพังลงมา หรือไม่ก็เป็นผลข้างเคียงจากการปฏิบัติการบางอย่างที่เลวร้ายกว่าที่เขาคาดคิดไว้

“ให้ตายสิ!” ‍อคินสบถเบาๆ ไอค่อกแค่ก ความแสบในลำคอทำให้เขาแทบจะพูดไม่ออก สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจากหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงถูกกระตุ้นขึ้นถึงขีดสุด ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด จิตใจของเขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะหาทางรอดและทำภารกิจให้สำเร็จ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงริบหรี่กระพริบเหนือศีรษะ เผยให้เห็นเส้นทางข้างหน้า ‌ซึ่งเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่กองสุมกันราวกับเขาวงกตที่พร้อมจะยุบตัวลงได้ทุกเมื่อ เขารู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากใต้พื้น ซึ่งน่าจะเป็นจากสายไฟที่ไหม้ลัดวงจรและท่อส่งสารเคมีที่แตกออก

อคินตัดสินใจเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและระมัดระวัง เขาต้องหาทางออกจากส่วนที่อันตรายที่สุดนี้ให้ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการหาทางลงไปสู่ชั้นล่าง ที่ซึ่งข้อมูลระบุว่าอาวุธชีวภาพถูกเก็บซ่อนไว้ หรืออย่างน้อยก็หาทางออกจากกับดักมรณะนี้ไปก่อน ร่างกายของเขาฟ้องถึงความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บที่สะสมมาจากการต่อสู้และการแทรกซึม ‍แต่จิตใจของเขาไม่ยอมแพ้ กล้ามเนื้อเกร็งตึงทุกครั้งที่พยายามก้าวผ่านกองเศษเหล็กและแผ่นปูนที่พังถล่ม เขากระโดดข้ามช่องว่างที่พื้นยุบตัวลงไปอย่างหวุดหวิด แขนที่ถูกเศษเหล็กบาดเป็นแผลลึกยังคงทำงานได้ดีเยี่ยม

เสียงคำรามของโครงสร้างอาคารที่ทรุดตัวลงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อคินรู้สึกราวกับกำลังเต้นรำอยู่บนกองเพลิงที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ แผ่นปูนขนาดใหญ่เหนือศีรษะเริ่มปริร้าวเป็นทางยาวและเศษปูนร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน อคินรู้ว่าเขาไม่มีเวลาอีกแล้ว เขาเหลือบไปเห็นช่องทางระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะทะลุลงไปสู่ชั้นใต้ดินได้ ​มันเป็นทางเลือกที่เสี่ยง แต่เป็นทางเลือกเดียวที่พอจะมองเห็นในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเสี่ยง เขาใช้กำลังทั้งหมดที่มีงัดแงะตะแกรงเหล็กที่ปิดช่องทางระบายอากาศออกอย่างยากลำบาก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นโลหะสนิมคละคลุ้งออกมาจากช่องนั้น บ่งบอกถึงความเก่าแก่และความไม่ได้ใช้งานมานาน

เมื่อตะแกรงถูกปลดออก อคินสอดตัวเข้าไปในช่องแคบๆ นั้นอย่างระมัดระวัง ​แม้จะเต็มไปด้วยบาดแผลและความเหนื่อยล้า แต่เขาก็ยังคงรักษาท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว สายไฟระโยงระยางและท่อส่งน้ำที่แตกหักขวางทางเป็นระยะๆ เขาคลานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ใช้แขนและขาดันตัวเองไปตามช่องแคบๆ ที่มืดมิด ฝุ่นละอองและใยแมงมุมปกคลุมไปทั่ว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงครวญครางของอาคารที่ตามติดมาตลอดทาง ​เขาแทบจะได้ยินเสียงกระดูกสันหลังของโครงสร้างที่กำลังแตกหัก และเสียงโครมครามของการพังทลายที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับตามหลังเขามาติดๆ

ไม่นานนัก ช่องทางระบายอากาศก็ลาดเอียงลงอย่างรวดเร็ว อคินไม่มีเวลาเตรียมตัว ร่างของเขาไหลลงไปตามแรงโน้มถ่วงอย่างควบคุมไม่ได้ ความมืดมิดเบื้องหน้าดูดกลืนเขาลงไปสู่ก้นบึ้งที่มองไม่เห็น เขากระแทกกับผนังโลหะของท่อหลายต่อหลายครั้ง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง กลิ่นเลือดคละคลุ้งในโพรงจมูกเมื่อเขาปะทะเข้ากับท่อระบายอากาศบางส่วนที่แตกออก แต่แล้วร่างกายของเขาก็พุ่งออกจากปลายท่ออย่างกะทันหัน อคินหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงโครมครามที่ยังคงดังอยู่เบื้องบน

เขาพยายามลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายปวดร้าวไปหมด แต่ก็ยังคงเคลื่อนไหวได้ อคินหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกจากกระเป๋าคาดเอว เปิดส่องไปรอบๆ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือโถงทางเดินใต้ดินที่กว้างขวางและดูเหมือนจะได้รับการดูแลดีกว่าชั้นบนที่พังทลายลงมามาก ผนังคอนกรีตเรียบไร้รอยร้าว ท่อต่างๆ ถูกจัดระเบียบอย่างเป็นระเบียบ และมีไฟนีออนสว่างไสวเป็นระยะๆ แม้จะดูเก่าและสกปรก แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่กำลังจะพังลง อคินรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณกลับเตือนว่าที่นี่อาจอันตรายยิ่งกว่าที่ที่เขาจากมา

เขาเดินสำรวจไปตามโถงทางเดินอย่างเงียบเชียบ ปลายเท้าของเขาก้าวไปบนพื้นคอนกรีตอย่างระมัดระวัง เสียงเพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้ศัตรูที่อาจซ่อนตัวอยู่รับรู้ถึงการมาของเขาได้ กลิ่นของสารเคมีบางอย่างที่เขารู้สึกได้ตั้งแต่ชั้นบนเริ่มชัดเจนขึ้นในบริเวณนี้ มันเป็นกลิ่นฉุนที่คุ้นเคย กลิ่นของสารชีวภาพที่ถูกเก็บรักษาในภาชนะปิดสนิท กลิ่นที่บ่งบอกว่าเขาเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว

ระหว่างทาง เขาพบกับป้ายบอกทางที่เขียนด้วยภาษาที่เขาคุ้นเคย “ส่วนวิจัยและพัฒนาชีวภาพ” และ “คลังจัดเก็บสารตัวอย่างระดับอันตรายสูงสุด” ป้ายเหล่านี้ตอกย้ำว่าเขามาถูกทางแล้ว และสิ่งที่เขาตามหากำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่อคินก็รู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น ที่นี่จะต้องมีการป้องกันที่แน่นหนา และแน่นอนว่าศัตรูต้องรู้ว่าเขากำลังเข้ามาใกล้

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นมาจากปลายทางเดิน อคินรีบซ่อนตัวหลังตู้เก็บอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างทางเดิน หัวใจของเขาเต้นรัว สัญชาตญาณนักล่ากลับมาอีกครั้ง เขาเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ ชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบติดอาวุธครบมือสองคนเดินผ่านไปอย่างไม่รีบร้อน พูดคุยกันด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจ แต่จากท่าทางและอาวุธที่พวกเขาถือ อคินรู้ว่าพวกเขาคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้ และพวกเขาอยู่ในโหมดเตรียมพร้อม

เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งสองเดินลับหายไปในความมืด อคินก็ออกจากที่ซ่อนและเดินหน้าต่อไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น เขาใช้ความรู้ด้านการแทรกซึมที่เคยร่ำเรียนมาในหน่วยรบพิเศษ สังเกตการณ์ทุกรายละเอียด ล่วงรู้ถึงจุดบอดของกล้องวงจรปิด และทางเดินที่ถูกใช้บ่อย เขาเดินลัดเลาะผ่านห้องต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องปฏิบัติการร้าง มีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ถูกทิ้งร้างไว้ มีหลอดทดลองที่ว่างเปล่า และเศษกระดาษที่กระจัดกระจาย

แต่แล้ว เขาก็มาหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าขนาดใหญ่ที่มีสัญลักษณ์เตือนภัยชีวภาพติดอยู่ ประตูนี้ต้องเป็นทางเข้าไปยังคลังเก็บอาวุธชีวภาพที่เขาตามหาแน่ๆ อคินพยายามเปิดประตูด้วยมือเปล่า แต่มันถูกล็อกอย่างแน่นหนาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน เขาใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่พกติดตัวมา พยายามเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของประตู เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทุกวินาทีคือความกดดัน เสียงของโครงสร้างอาคารที่ถล่มลงมาเบื้องบนยังคงดังเป็นระยะๆ เตือนให้เขารู้ว่าเวลาของเขามีจำกัด

เมื่อระบบรักษาความปลอดภัยถูกปลดล็อก ประตูก็เปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงหวีดหวิวของมอเตอร์ อคินสอดตัวเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ สิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัว ที่นี่คือศูนย์บัญชาการลับขนาดย่อม ภายในห้องกว้างขวางมีจอแสดงผลขนาดใหญ่หลายจอ ฉายภาพแผนผังของฐานทัพทั้งหมด และข้อมูลต่างๆ ที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว บนโต๊ะกลางห้องมีโฮโลแกรมสามมิติของสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นโมเดลของอาวุธชีวภาพที่เขาตามหา แต่มันไม่ใช่แค่อาวุธชีวภาพ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตบางอย่าง ที่มีโครงสร้างซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ

และในขณะที่เขากำลังประมวลผลสิ่งที่เห็น สายตาของอคินก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มหนึ่งที่มุมห้อง บุคคลนั้นหันหลังให้เขา กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก อคินยกปืนขึ้นช้าๆ เตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่ง แต่เมื่อเงาตะคุ่มนั้นหันกลับมา แสงไฟจากจอภาพฉายกระทบใบหน้า เขาแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของคนตรงหน้าไม่ใช่ศัตรูทั่วไป แต่เป็นใบหน้าของคนที่เขารู้จักดี เป็นใบหน้าของ "อเล็กซ์" เพื่อนร่วมทีมที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับเขาในการปฏิบัติการครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อน

อเล็กซ์จ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของความประหลาดใจหรือการยอมรับใดๆ มีเพียงความเฉยชาที่น่าขนลุก อคินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน การทรยศหักหลังที่ฝังลึกที่เขาเคยสัมผัส มันเพิ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างคาดไม่ถึง อเล็กซ์ยกมือขึ้นช้าๆ แล้วกดปุ่มสีแดงขนาดใหญ่บนแผงควบคุม ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยก็ดังลั่นไปทั่วทั้งฐานทัพ พร้อมกับเสียงล็อกที่ดังขึ้นของประตูเหล็กที่อคินเพิ่งเดินเข้ามา อคินถูกขังไว้ในห้องกับเพื่อนเก่าที่กลายเป็นศัตรู และอาวุธชีวภาพที่เขาต้องกอบกู้นั้นกำลังถูกกระตุ้นขึ้น พร้อมที่จะถูกปลดปล่อยสู่โลกภายนอก...

ในเวลาเดียวกัน จอภาพหลักขนาดใหญ่เบื้องหลังอเล็กซ์ก็ฉายภาพนับถอยหลังขึ้นมา: "00:05:00" และข้อความเตือนภัยสีแดงฉาน: "การเปิดใช้งานสารชีวภาพกำลังจะเสร็จสมบูรณ์" อคินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากโฮโลแกรมตรงกลางห้องที่เริ่มเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ และขยายตัวอย่างช้าๆ มันกำลัง "ตื่น" ขึ้นมาจริงๆ และในขณะที่อคินกำลังประเมินสถานการณ์ตรงหน้า สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับรอยยิ้มเย็นชาของอเล็กซ์ รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความเป็นเพื่อน แต่เป็นรอยยิ้มของพญามัจจุราชที่กำลังจะพรากทุกสิ่งไปจากเขา...และจากโลกใบนี้... และเหนือศีรษะของเขา เสียงครวญครางของเหล็กที่เสียดสีกันดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าเพดานกำลังจะถล่มลงมาทับพวกเขาในไม่กี่วินาทีข้างหน้า...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!