เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 21 — เงาในห้องทดลองใต้ดิน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,838 คำ

กลิ่นอายเย็นเยียบของโลหะและสารเคมีฉุนกึกปะปนกับความชื้นใต้ดินอันเยือกเย็น แทรกซึมผ่านหน้ากากกรองอากาศที่อคินสวมใส่ มันคือกลิ่นแห่งความลับ ความตาย และความวิปลาสที่ซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกของฐานทัพศัตรูแห่งนี้ อคินเคลื่อนไหวราวกับเงา ท่วงท่าของเขานุ่มนวลแต่เปี่ยมไปด้วยพลังแฝงเร้น ทุกย่างก้าวถูกคำนวณอย่างรอบคอบ ‌ไม่ให้เกิดเสียงแม้แต่น้อย เขาลอบเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุดของฐาน ซึ่งแผนผังที่ได้มาอย่างยากลำบากระบุว่าเป็น ‘เขตวิจัยชีวภาพระดับสูงสุด’ หัวใจของภารกิจครั้งนี้ คือการตามหาและกอบกู้อาวุธชีวภาพสุดอันตรายที่ถูกขโมยไป ก่อนที่มันจะถูกปล่อยออกไปทำลายล้างโลก

แสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบเป็นช่วงๆ ยิ่งเพิ่มความหลอนให้กับโถงทางเดินแคบๆ ​ที่ทอดยาวอย่างไร้จุดสิ้นสุด ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาทึบบ่งบอกถึงความสำคัญและความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้ อคินเหลือบมองจอแสดงผลบนข้อมือ ซึ่งแสดงผลการสแกนความร้อนและคลื่นเสียง ทุกสัญญาณบ่งชี้ว่าทางข้างหน้าปลอดโปร่ง แต่สัญชาตญาณของหน่วยรบพิเศษที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนกลับกระซิบเตือนว่า ‘อันตราย’ อคินไม่เคยละเลยเสียงกระซิบนั้น ‍มันช่วยชีวิตเขามานักต่อนัก

เขาหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าบานหนึ่ง ประตูไร้ร่องรอยการเชื่อมต่อหรือช่องว่างใดๆ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของผนัง ทว่ามีแผงควบคุมระบบสัมผัสขนาดเล็กฝังอยู่ข้างๆ แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ กะพริบเป็นจังหวะ อคินหยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา กดปุ่มไม่กี่ครั้ง ‌แสงสีแดงวาบขึ้นจากปลายสายที่ยื่นออกมาจากอุปกรณ์ ก่อนจะส่องกระทบแผงควบคุมนั้นอย่างแม่นยำ เสียงจี่เบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับตัวเลขและสัญลักษณ์ประหลาดที่วิ่งวนอยู่บนจอภาพของอุปกรณ์ อคินรออย่างใจเย็น เขารู้ดีว่าการเร่งรีบในสถานการณ์เช่นนี้คือการเชื้อเชิญความตาย

เวลาผ่านไปราวหนึ่งนาทีที่เหมือนยาวนานเป็นชั่วโมง เสียง ‘ติ๊ด’ ‍สั้นๆ ดังขึ้นพร้อมกับไฟสีเขียวที่ปรากฏบนแผงควบคุม ประตูเหล็กกล้าหนาทึบเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางเบื้องหลัง แสงไฟในห้องสว่างกว่าด้านนอกมาก เผยให้เห็นเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อันซับซ้อนเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ มันคือห้องทดลองขนาดใหญ่ ที่มีผนังกระจกใสแบ่งกั้นเป็นห้องย่อยๆ ​หลายห้อง ข้างในมีตู้แช่แข็งขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ และที่สำคัญที่สุดคือแท่นวางขนาดมหึมากลางห้อง ที่มีภาชนะทรงกระบอกโปร่งแสงขนาดใหญ่บรรจุของเหลวสีอำพันเรืองรองอยู่ภายใน นั่นอาจจะเป็นมัน อาวุธชีวภาพที่โลกกำลังตามหา!

อคินก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง ทุกประสาทสัมผัสตื่นตัวสูงสุด เขาสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ​เพื่อตรวจหาสัญญาณของศัตรูหรือกับดัก ห้องดูว่างเปล่า ไร้เงาผู้คน มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง อคินเดินตรงไปยังแท่นวางกลางห้อง ภาชนะทรงกระบอกนั้นสูงกว่าตัวเขาถึงสองเท่า ภายในของเหลวสีอำพันนั้นมีอนุภาคเล็กๆ ​ลอยวนอยู่ราวกับดวงดาวในจักรวาลย่อส่วน เขารู้สึกถึงรังสีความเย็นที่แผ่ออกมาจากภาชนะนั้น แม้จะยืนห่างออกไปหลายเมตรก็ตาม

ขณะที่อคินกำลังตรวจสอบภาชนะนั้นอย่างละเอียดด้วยอุปกรณ์สแกน จู่ๆ เสียงหวานใสนุ่มนวลแต่เจือแววความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “อย่าแตะต้องมัน!”

อคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาสะบัดตัวกลับทันที ปืนพกในมือยกขึ้นเล็งไปยังทิศทางของเสียงอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติราวกับส่วนหนึ่งของร่างกาย เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวร่างเล็ก ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าของเธอขาวซีด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอสวมชุดกาวน์สีขาวสะอาดและแว่นตานิรภัยวางอยู่บนศีรษะ มือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือศีรษะเป็นการยอมจำนน

“คุณเป็นใคร?” อคินถามเสียงห้าวต่ำ น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก

หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก “ฉัน... ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่นี่ ดร.อรุณี ฉันถูกบังคับให้ทำงานที่นี่” เธอพูดอย่างติดๆ ขัดๆ ดวงตาคู่สวยเหลียวมองไปทางภาชนะทรงกระบอกอย่างกังวล

อคินลดปืนลงเล็กน้อย แต่ยังคงจับตาดูเธออย่างไม่วางตา “ถูกบังคับ? ใครบังคับคุณ?”

“พลเอกวิวัฒน์... เขา... เขาขโมยโปรเจกต์วิจัยของฉันไป” ดร.อรุณีตอบ ใบหน้าฉายแววความเจ็บปวดและขมขื่น “เขาต้องการใช้อาวุธชีวภาพนี้เพื่อ... เพื่อสร้างโลกใหม่ตามที่เขาคิด”

คำว่า ‘พลเอกวิวัฒน์’ ทำให้หัวใจของอคินกระตุกวูบ ชื่อนี้คุ้นหูเขาอย่างประหลาด มันไม่ใช่ชื่อที่เขาจะลืมได้ง่ายๆ แต่ในความทรงจำที่พร่าเลือนของเขา ชื่อนี้กลับพันธนาการอยู่กับความรู้สึกที่ไม่ชัดเจนบางอย่าง ความรู้สึกของความเคารพ... และความเจ็บปวด

“พลเอกวิวัฒน์... คนที่ประกาศว่าฉันเสียชีวิตงั้นหรือ?” อคินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติ

ดร.อรุณีมองเขาอย่างประหลาดใจ “คุณ... คุณรู้ชื่อเขาได้ยังไง? แล้วคุณเป็นใครกันแน่?”

อคินไม่ตอบ เขากลับไปที่ภาชนะทรงกระบอกอีกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์สแกนที่ยังคงทำงานอยู่ ตัวเลขและกราฟต่างๆ ปรากฏขึ้นบนจอแสดงผลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลเหล่านั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะทำความเข้าใจได้ทั้งหมดในทันที แต่เขาก็พอจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือหายนะขั้นสูงสุด

“อาวุธนี่คืออะไรกันแน่?” อคินถาม โดยไม่หันกลับไปมองหญิงสาว

ดร.อรุณีเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย “มันคือ... ไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่ค่ะ มันถูกออกแบบมาให้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในอากาศ และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญที่สุดคือมันมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ และไม่มีทางรักษา” เสียงของเธอสั่นเครือเมื่ออธิบายถึงสิ่งที่เธอกำลังถูกบังคับให้สร้าง

อคินกำหมัดแน่น ข้อมูลนี้ทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน เขารู้สึกถึงความโกรธที่พุ่งขึ้นมาในอก ความโกรธต่อคนที่คิดจะใช้สิ่งนี้ทำลายล้างชีวิตนับล้าน

“แล้วทำไมคุณถึงไม่หนี?” อคินถามเสียงเย็น

ดร.อรุณีถอนหายใจ “ฉันหนีไม่ได้ค่ะ พวกเขามีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนามาก และฉันก็... ฉันเป็นคนเดียวที่รู้รหัสปลดล็อกและวิธีควบคุมมัน” เธอชี้ไปที่แผงควบคุมขนาดเล็กข้างภาชนะทรงกระบอก

อคินหันกลับมามองเธออีกครั้ง ตอนนี้เขาเริ่มเห็นแววตาแห่งความสิ้นหวังและความกลัวในดวงตาของเธอ เขารู้สึกว่าเธอพูดความจริง

“คุณช่วยฉันได้ใช่ไหม?” อคินถามตรงๆ

ดร.อรุณีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ “ถ้าคุณ... ถ้าคุณสัญญาว่าจะหยุดยั้งมันได้ ฉันจะช่วยคุณให้ถึงที่สุด”

“ฉันสัญญา” อคินตอบหนักแน่น เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ เขามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง “มีใครอีกไหมในห้องนี้?”

“ไม่มีค่ะ ตอนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนกะ พอดีฉันได้รับมอบหมายให้เฝ้าระบบช่วงนี้คนเดียว” ดร.อรุณีตอบ “แต่... อีกไม่นานพวกเขาก็จะกลับมาแล้วค่ะ”

“อีกนานแค่ไหน?”

“ประมาณสิบห้านาที”

อคินคำนวณเวลาในใจ สิบห้านาที... มันน้อยเกินไปที่จะทำอะไรได้มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะวางแผน

“เราต้องทำลายมัน” อคินพูด

ดร.อรุณีส่ายหน้า “ทำลายไม่ได้ค่ะ! ถ้าทำลายมันในสภาพนี้ ตัวไวรัสจะแพร่กระจายออกมาทันที และเราจะกลายเป็นคนแรกที่ติดเชื้อ”

“แล้วเราต้องทำยังไง?” อคินถามอย่างใจเย็น แม้สถานการณ์จะบีบคั้นเพียงใด เขาก็ยังคงรักษาความสงบ

“เราต้องทำให้มันเสถียรก่อนค่ะ ต้องลดอุณหภูมิลงไปอีกระดับหนึ่ง แล้วก็ต้องฉีดสารยับยั้งการทำงานบางชนิดเข้าไปในภาชนะ” ดร.อรุณีอธิบายอย่างรวดเร็ว “แต่ฉัน... ฉันต้องใช้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หลักเพื่อคำนวณปริมาณสารและอุณหภูมิที่เหมาะสม” เธอชี้ไปที่ห้องย่อยห้องหนึ่งที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่วางอยู่

“คุณทำได้ไหม?” อคินถาม

“ฉันต้องลองค่ะ แต่ฉันต้องการเวลา”

“ฉันจะถ่วงเวลาให้คุณ” อคินพูดพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง มองหาจุดยุทธศาสตร์และทางหนีทีไล่ เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กขึ้นมาแนบหู “ทีมหนึ่ง สถานการณ์เปลี่ยนไป เป้าหมายยังคงอยู่ แต่มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ ดร.อรุณีกำลังพยายามทำให้เป้าหมายเสถียรเพื่อทำลายมัน ฉันต้องการการสนับสนุนในสิบห้านาที”

เสียงตอบรับจากปลายสายดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “รับทราบ อคิน ทีมสนับสนุนกำลังเคลื่อนที่ ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที”

ยี่สิบนาที... มันนานกว่าที่เขาคิดไว้ อคินถอนหายใจ “ทำตามแผนเดิม ฉันจะพยายามยื้อเวลาให้มากที่สุด”

“ระวังตัวด้วย อคิน” เสียงนั้นเตือน

อคินเก็บอุปกรณ์สื่อสาร เขากลับมาหาดร.อรุณี “คุณมีเวลาสิบห้านาที ฉันจะเฝ้าประตูไว้”

ดร.อรุณีพยักหน้า สีหน้ามุ่งมั่นมากขึ้น เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว มือเรียวบางเริ่มกดแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว สายตาจับจ้องไปที่จอภาพที่เต็มไปด้วยตัวเลขและกราฟซับซ้อน

อคินกลับมาที่ประตูทางเข้า เขาตรวจสอบระบบล็อกของประตูอีกครั้ง พยายามหาทางล็อกมันจากด้านใน แต่ดูเหมือนว่าระบบจะถูกออกแบบมาให้ควบคุมจากภายนอกเท่านั้น นั่นหมายความว่าเขาจะต้องสู้

เขาเลือกตำแหน่งซุ่มโจมตีที่เหมาะสมที่สุด คือมุมห้องที่มองเห็นประตูทางเข้าได้อย่างชัดเจน และมีแท่นวางอุปกรณ์ขนาดใหญ่บังตัวได้บางส่วน เขาเตรียมอาวุธให้พร้อม ทั้งปืนพกและปืนไรเฟิลจู่โจมที่เก็บเสียง เขาถอดระเบิดควันออกมาจากกระเป๋า เตรียมไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน

เวลาค่อยๆ เดินไปอย่างเชื่องช้า แต่ในความรู้สึกของอคิน มันกลับเร็วราวกับพริบตา เขานับลมหายใจตัวเอง พยายามรักษาสมาธิให้คงที่ ความเงียบในห้องทดลองถูกแทนที่ด้วยเสียงกดแป้นพิมพ์ของดร.อรุณีและเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักร เขาเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ สิบนาทีผ่านไปแล้ว

จู่ๆ ไฟในห้องก็กะพริบถี่ขึ้น ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ของดร.อรุณีที่ยังคงทำงานอยู่ และแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวๆ ที่สว่างขึ้นเป็นช่วงๆ

“เกิดอะไรขึ้น?” อคินถามเสียงต่ำ

“ระบบไฟฟ้าหลักถูกตัดค่ะ! พวกเขาคงรู้ตัวแล้ว!” ดร.อรุณีตอบด้วยเสียงตื่นตระหนก

เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นมาจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่แค่คนเดียวหรือสองคน แต่เป็นกลุ่มใหญ่ อคินรู้ดีว่านี่คือสัญญาณของการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง

“คุณทำได้แค่ไหนแล้ว?” อคินถาม

“เกือบเสร็จแล้วค่ะ! อีกนิดเดียว!” เสียงของดร.อรุณีปนเปไปด้วยความเครียดและกดดัน

อคินกัดฟัน เขาต้องยื้อเวลาให้ได้อีกไม่กี่นาที และมันจะเป็นไม่กี่นาทีที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา

ประตูเหล็กกล้าที่เขาเพิ่งจะเปิดเข้ามาเมื่อครู่เริ่มมีเสียงครืดคราดเบาๆ มันกำลังจะถูกเปิดออก!

อคินเตรียมพร้อม เขาชักปืนไรเฟิลขึ้นประทับบ่า เล็งไปที่ช่องประตูที่กำลังจะเปิดออก หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลอง แต่จิตใจกลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก เขาคืออคิน อดีตหน่วยรบพิเศษผู้ถูกประกาศว่าเสียชีวิต แต่ในความเป็นจริง เขาคือเพลิงพิฆาตที่ถูกปลุกให้คืนชีพเพื่อหยุดยั้งหายนะ

เสียงเปิดประตูเหล็กกล้าดังขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่จะมีเงาร่างแรกของทหารติดอาวุธหนักปรากฏขึ้นที่ขอบประตู อคินไม่รอช้า เขาลั่นไกทันที!

เสียงปืนเก็บเสียงดัง ‘ฟิ้ว’ เบาๆ กระสุนเจาะเข้าที่กลางอกของทหารคนนั้นอย่างแม่นยำ ร่างของเขาล้มลงอย่างเงียบงัน แต่เสียงปืนนั้นก็เพียงพอที่จะเตือนคนอื่นๆ ที่ตามมา

“บุก!” เสียงตะโกนสั่งดังขึ้นจากด้านนอก

ทหารอีกสามคนกรูเข้ามาในห้องพร้อมอาวุธครบมือ พวกเขาสาดกระสุนเข้าใส่ในทิศทางที่อคินซุ่มอยู่ทันที อคินกลิ้งตัวหลบหลังแท่นวางอุปกรณ์ กระสุนนับสิบนัดพุ่งเข้าใส่กำแพงและอุปกรณ์รอบตัวเขา เกิดประกายไฟและเสียงระเบิดย่อมๆ อคินสวนกลับอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เขายิงตอบโต้สองนัด ทหารสองคนล้มลงทันที เหลืออีกคนหนึ่งที่หลบอยู่หลังเสา

“ดร.อรุณี!” อคินตะโกน “อีกนานแค่ไหน!”

“เกือบเสร็จแล้วค่ะ!” เสียงของเธอตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็ยังคงมุ่งมั่น

อคินมองไปที่ทหารคนสุดท้ายที่กำลังจะโผล่ออกมาจากหลังเสา เขาตัดสินใจใช้ระเบิดควัน เขาดึงสลักและขว้างมันออกไปอย่างแรง ระเบิดควันตกลงกลางห้องและพ่นควันสีขาวขุ่นออกมาอย่างรวดเร็ว บดบังทัศนวิสัยของทหารศัตรู

“บ้าเอ๊ย!” เสียงสบถดังขึ้น ทหารคนนั้นเริ่มยิงกราดไปในทิศทางที่อคินน่าจะอยู่

อคินใช้ช่วงเวลานี้ในการเปลี่ยนตำแหน่ง เขาเคลื่อนที่ผ่านควันหนาทึบราวกับวิญญาณ ไปยังตำแหน่งที่ดีกว่า นั่นคือมุมห้องอีกด้านหนึ่งที่มองเห็นประตูได้อย่างชัดเจน

เสียงฝีเท้าอีกหลายคนดังขึ้นจากด้านนอก คราวนี้มีเงาร่างปรากฏขึ้นที่ประตูอีกครั้ง พวกเขาสวมหมวกกันน็อกพร้อมแว่นตาไนท์วิชั่น แสดงว่าเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์แสงน้อย

“ยิง!” เสียงสั่งการดังขึ้นอีกครั้ง

กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ห้องทดลองอีกครั้ง ควันหนาทึบไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเมื่อศัตรูมีอุปกรณ์มองเห็นในที่มืด อคินรู้ว่าเขาไม่มีทางสู้กับคนจำนวนมากได้ในระยะประชิดแบบนี้

เขาเหลือบมองไปที่ดร.อรุณี เธอใช้มือทั้งสองข้างกดแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเปื้อนเหงื่อ แต่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่จอภาพอย่างไม่ละสายตา

“เสร็จแล้วค่ะ!” ดร.อรุณีตะโกน เสียงของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจและเหนื่อยล้า “ฉันเปิดระบบลดอุณหภูมิหลักแล้ว และคำนวณสารยับยั้งได้แล้วค่ะ”

“ดีมาก!” อคินตอบ เขายิงกระสุนออกไปอีกสองสามนัด สังหารศัตรูไปได้อีกคน

“ตอนนี้ต้องฉีดสารยับยั้งเข้าไปในภาชนะค่ะ!” ดร.อรุณีบอก

อคินมองไปที่ภาชนะทรงกระบอก เขาเห็นช่องสำหรับฉีดสารอยู่ด้านข้าง “มันอยู่ตรงไหน?”

“ในตู้แช่แข็งเบอร์สามค่ะ! ขวดสีน้ำเงิน!” เธอชี้ไปที่ตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ทางด้านขวาของห้อง

อคินวิ่งฝ่ากระสุนปืนที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เขาใช้ความเร็วและประสบการณ์ในการหลบหลีกอย่างน่าทึ่ง กระโดดข้ามแท่นวางอุปกรณ์ พุ่งตัวลงไปนอนราบกับพื้น เพื่อหลบกระสุนที่พุ่งผ่านศีรษะไปอย่างเฉียดฉิว

เขาไปถึงตู้แช่แข็งเบอร์สามอย่างปลอดภัย เขาดึงขวดสารสีน้ำเงินออกมา มันเป็นของเหลวข้นหนืดสีคราม

“เอาไปฉีดในช่องนี้ค่ะ!” ดร.อรุณีตะโกนบอกอีกครั้ง

อคินวิ่งกลับไปยังภาชนะทรงกระบอกขนาดใหญ่ เขาสอดขวดสารเข้าไปในช่องที่ดร.อรุณีบอก และกดปุ่มฉีดสาร

“เรียบร้อยแล้วค่ะ!” ดร.อรุณีบอก “ตอนนี้เราต้องออกจากที่นี่ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะล็อกดาวน์ห้องนี้!”

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอย่างกึกก้องทั่วทั้งฐานทัพ ไฟสีแดงฉุกเฉินกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายถึงขีดสุด

“ทางออกอยู่ทางไหน?” อคินถามพลางยิงสวนกลับไปอีกสองสามนัด

“ฉันรู้ทางลับค่ะ! ตามฉันมา!” ดร.อรุณีตะโกน เธอวิ่งออกจากห้องคอมพิวเตอร์และมุ่งหน้าไปยังผนังห้องด้านหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็นผนังธรรมดา

อคินตามเธอไปติดๆ เขายิงคุ้มกันให้เธอตลอดทาง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องทดลอง ทหารศัตรูเริ่มบุกเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาดูเหมือนจะไม่ลดละ

ดร.อรุณีไปถึงผนังห้อง เธอเอามือแตะที่แผงควบคุมที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นโลหะเล็กๆ ผนังคอนกรีตขนาดใหญ่เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ มืดมิดที่ทอดยาวลงไปใต้ดิน

“เร็วเข้า!” อคินตะโกน เขารีบผลักดร.อรุณีเข้าไปในช่องทางลับนั้น ก่อนที่ตัวเองจะตามเข้าไปเป็นคนสุดท้าย พร้อมกับยิงคุ้มกันให้ผนังเลื่อนปิดลง

เสียงปืนและเสียงตะโกนของศัตรูดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อพวกเขาเห็นทางลับถูกปิดลง แต่ก็สายเกินไป อคินและดร.อรุณีได้หายเข้าไปในความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดินแล้ว

อคินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่แท้จริง เบื้องหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยอันตรายและการทรยศหักหลังที่รอคอยการเปิดเผย แต่ในตอนนี้ เขามีพันธมิตรคนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดคือ เขามีความหวังว่าจะหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ได้

ทว่าในห้วงลึกของจิตใจ อคินยังคงสงสัย... พลเอกวิวัฒน์... ชื่อที่ถูกพร่ำบอกมาตลอดว่าคือผู้ดูแลและเคารพต่อเขา... ชายคนนั้นเป็นคนทรยศตัวจริงอย่างนั้นหรือ? เงาแห่งอดีตกำลังเริ่มคืบคลานเข้ามาในปัจจุบันของเขาอย่างช้าๆ และมันกำลังจะเปิดเผยความจริงอันโหดร้ายที่อคินอาจไม่พร้อมที่จะรับรู้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!