เพลิงพิฆาตคืนชีพ

ตอนที่ 23 — แผนซ้อนแผนใต้เงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,211 คำ

การเดินทางในท่อระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่นั้นแสนยาวนานและทรมาน กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงทำให้ดร.อรุณีแทบจะอาเจียนหลายครั้ง แต่อคินยังคงสงบนิ่งราวกับหินผา เขาลุยน้ำเสียที่สูงถึงเอวไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมกริบสอดส่ายไปรอบๆ เพื่อระวังภัยที่อาจจะซุ่มอยู่ อคินรู้ดีว่าแม้พวกเขาจะหนีออกมาจากฐานทัพได้แล้ว แต่ก็ยังไม่พ้นอันตราย

ความทรงจำเกี่ยวกับธนากรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของอคิน ‌มันเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของภารกิจสุดท้ายในป่าทึบที่เต็มไปด้วยเสียงปืนและระเบิด ภาพของธนากรที่อยู่ข้างเขา ใบหน้าเปื้อนโคลนและคราบเลือด แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและมิตรภาพ

แล้วภาพก็เปลี่ยนไป ภาพของธนากรที่ชี้ไปที่อาคารร้างแห่งหนึ่ง บอกว่านั่นคือจุดที่ปลอดภัยสำหรับการรวมพลก่อนที่จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับ ​อคินเชื่อเขาโดยไม่ลังเล เขาวิ่งตรงไปยังอาคารนั้น... และนั่นคือกับดัก ระเบิดลูกมหึมาถูกจุดชนวนขึ้นทันทีที่อคินก้าวเข้าไปในอาคาร เปลวเพลิงและแรงระเบิดกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในพริบตา

อคินรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ความทรงจำของเขาพร่าเลือนไปชั่วขณะ และเมื่อเขาฟื้นคืนสติขึ้นมา ‍เขาก็ถูกประกาศว่าเสียชีวิตไปแล้วพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน และธนากรก็อยู่ในรายชื่อนั้นด้วย

แต่ตอนนี้... ดร.อรุณีบอกว่าธนากรอยู่กับพลเอกวิวัฒน์ นั่นหมายความว่าธนากรไม่ได้ตาย! เขาทรยศ! ทรยศต่อความไว้ใจของอคิน ทรยศต่อมิตรภาพ และทรยศต่อประเทศชาติ!

ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอกของอคิน ‌แต่เขาก็ยังคงควบคุมอารมณ์ไว้ได้ เขาต้องนิ่ง ต้องสุขุม เขาต้องหาความจริงทั้งหมด และเขาจะต้องทำให้ธนากรและวิวัฒน์ชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ

“เรากำลังจะออกไปจากท่อน้ำทิ้งนี้แล้วค่ะ” ดร.อรุณีบอก เธอชี้ไปที่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

อคินมองไปที่แสงสว่างนั้น มันเป็นแสงของดวงจันทร์ที่ส่องลอดลงมา ‍แสดงว่าพวกเขาออกมาจากใต้ดินแล้ว แต่อคินยังคงระมัดระวัง เขายกปืนขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

พวกเขาเดินออกจากท่อระบายน้ำทิ้งมายังลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านป่าทึบยามค่ำคืน อากาศยามค่ำคืนที่นี่เย็นยะเยือกแต่สดชื่นกว่าในท่อระบายน้ำมาก อคินพาดร.อรุณีขึ้นฝั่ง เขาตรวจสอบพื้นที่รอบๆ ​อย่างรวดเร็ว ไม่มีสัญญาณของศัตรูในทันที แต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นเพียงการพักหายใจชั่วคราว

“เราต้องไปที่ไหนต่อ?” อคินถาม

ดร.อรุณีมองไปรอบๆ “ฉันไม่แน่ใจค่ะ ฉันไม่เคยออกมาจากฐานทัพจากทางนี้มาก่อน”

อคินถอนหายใจ “เราต้องหาทางติดต่อหน่วยสนับสนุนของฉัน” เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาอีกครั้ง ​แต่สัญญาณกลับเงียบสนิท “ไม่มีสัญญาณ”

“พวกเขาน่าจะบล็อกสัญญาณในบริเวณนี้ทั้งหมดค่ะ” ดร.อรุณีบอก “เราต้องออกไปจากเขตนี้ก่อน”

“คุณมีแผนที่แถวนี้ไหม?” อคินถาม

ดร.อรุณีส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ”

อคินมองไปที่ทิศทางที่น่าจะเป็นทางออกของป่า เขาจะต้องอาศัยสัญชาตญาณและประสบการณ์ในการนำทางไปก่อน

“เราจะไปทางนั้น” อคินชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง ​“คุณตามฉันมา”

พวกเขาเริ่มเดินลึกเข้าไปในป่าทึบยามค่ำคืน เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม เสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกัน และเสียงฝีเท้าของพวกเขาก็เป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นในความเงียบงัน อคินนำทางไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ท่วงท่าของเขาสง่างามราวกับสัตว์ป่าผู้ล่า

ขณะที่เดินไป อคินก็พยายามนึกถึงรายละเอียดของแผนการทั้งหมด เขาต้องหาทางติดต่อกับหน่วยสนับสนุนให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อรายงานสถานการณ์และวางแผนการเคลื่อนย้ายอาวุธชีวภาพที่ถูกทำให้เสถียรแล้ว

“ไวรัสที่อยู่ในฐานทัพ ตอนนี้มันอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” อคินถามดร.อรุณี

“ใช่ค่ะ อุณหภูมิถูกลดลงจนถึงจุดที่มันไม่สามารถแพร่กระจายได้ และสารยับยั้งก็จะทำให้มันอยู่ในสภาพนั้นไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่เราจะทำลายมันได้อย่างสมบูรณ์” ดร.อรุณีตอบ “แต่เราต้องรีบนะคะ เพราะถ้าสารยับยั้งหมดฤทธิ์ มันก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง”

“อีกนานแค่ไหน?”

“ประมาณสี่สิบแปดชั่วโมงค่ะ”

อคินคำนวณเวลาในใจ สองวัน... พวกเขามีเวลาเพียงสองวันที่จะเคลื่อนย้ายอาวุธชีวภาพนั้นออกมาจากฐานทัพ และทำลายมันอย่างถาวร

ทันใดนั้น อคินก็หยุดชะงัก เขาได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงของเครื่องยนต์ที่ดังมาจากระยะไกล มันไม่ใช่เสียงรถยนต์ธรรมดา แต่เป็นเสียงของรถหุ้มเกราะ!

“มีอะไรคะ?” ดร.อรุณีถามอย่างกระซิบกระซาบ

“มีรถกำลังมา” อคินตอบ “เตรียมตัว”

เขาพาดร.อรุณีหลบอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ พวกเขาเฝ้ารออย่างเงียบเชียบ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรถหุ้มเกราะสองคันปรากฏขึ้นที่ถนนเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปราวห้าสิบเมตร ไฟหน้าของรถสาดส่องไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นทหารติดอาวุธหนักนับสิบนายที่อยู่บนรถ

“พวกเขากำลังตามเรามา” ดร.อรุณีบอกเสียงสั่น

“ใช่” อคินตอบ “แต่ดูเหมือนพวกเขาจะตามรอยผิด”

รถหุ้มเกราะทั้งสองคันขับเลยพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังอีกทิศทางหนึ่ง อคินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการล่าที่ไม่ประสบความสำเร็จในครั้งแรก ศัตรูจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

“เราต้องไปทางอื่น” อคินบอก “เราจะเลี่ยงถนนไป”

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าอีกครั้ง อคินพยายามหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด เขาใช้ความรู้เรื่องการเดินป่าและสัญชาตญาณของหน่วยรบพิเศษในการนำทาง

ขณะที่เดินไป อคินก็คิดถึงแผนการของพลเอกวิวัฒน์ เขาต้องการใช้อาวุธชีวภาพนี้เพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ นั่นหมายความว่าเขายังคงอยู่ในฐานทัพ และยังคงคิดจะปล่อยไวรัสออกไปทำลายล้างโลก

“ดร.อรุณี คุณรู้ไหมว่าพลเอกวิวัฒน์วางแผนจะปล่อยไวรัสนี้ตอนไหน?” อคินถาม

ดร.อรุณีคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เขาเคยพูดถึงการเตรียมการครั้งใหญ่ค่ะ เขาต้องการใช้มันในช่วงที่ผู้นำของโลกกำลังรวมตัวกันในการประชุมสุดยอดที่กำลังจะมาถึง”

หัวใจของอคินกระตุกวูบ การประชุมสุดยอดผู้นำโลก! นั่นคือเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับวิวัฒน์ ถ้าเขาปล่อยไวรัสในงานนั้น มันจะทำลายล้างผู้นำของโลกไปพร้อมๆ กัน และก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่วโลก

“การประชุมนั้นเมื่อไหร่?” อคินถาม

“อีกสามวันค่ะ” ดร.อรุณีตอบ

สามวัน! อคินรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น พวกเขามีเวลาไม่มากนัก ไม่ใช่แค่การทำลายไวรัสที่ถูกทำให้เสถียรแล้ว แต่ยังรวมถึงการหยุดยั้งวิวัฒน์ก่อนที่เขาจะปล่อยไวรัสที่เหลือออกไป

“เราต้องกลับไปที่ฐานทัพ” อคินพูดอย่างหนักแน่น

ดร.อรุณีเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ? แต่เราเพิ่งหนีออกมาจากที่นั่นนะคะ!”

“ฉันรู้” อคินตอบ “แต่ถ้าเราไม่หยุดยั้งพลเอกวิวัฒน์ตอนนี้ เขาจะปล่อยไวรัสที่เหลือออกไปทำลายล้างโลก”

ดร.อรุณีลังเล “แต่เราจะทำยังไงคะ? เราแค่สองคน และพวกเขาก็มีทหารเป็นร้อยๆ นาย”

“เราจะใช้แผนซ้อนแผน” อคินบอก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว “เราจะทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปากไม่ทัน”

อคินเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็วและละเอียดรอบคอบ เขาอธิบายแผนการของเขาให้ดร.อรุณีฟัง หญิงสาวฟังอย่างตั้งใจ แม้จะยังคงมีความกังวล แต่เธอก็เริ่มเห็นประกายแห่งความหวังในแผนการของอคิน

แผนของอคินคือการใช้ข้อมูลที่ดร.อรุณีมีอยู่เกี่ยวกับระบบของฐานทัพ และความรู้ของเขาในด้านยุทธวิธีในการแทรกซึมกลับเข้าไปในฐานทัพอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปเพื่อหลบหนี แต่เพื่อโจมตี!

“คุณจะต้องช่วยฉันในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หลักของฐานทัพ” อคินบอก “เราจะต้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด”

ดร.อรุณีพยักหน้า “ฉันจะพยายามค่ะ”

“และฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของพลเอกวิวัฒน์ และธนากร” อคินพูดถึงชื่อธนากรด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

ดร.อรุณีพยักหน้าอีกครั้ง “ฉันจะพยายามหาให้ค่ะ”

พวกเขาเดินต่อไปในป่า อคินเริ่มรู้สึกถึงความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็เป็นความหวังที่เพียงพอที่จะทำให้เขาก้าวต่อไป เขารู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้จะเป็นภารกิจที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา เขาจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขาเคยไว้ใจที่สุด และหยุดยั้งคนที่เขาเคยเคารพที่สุด

แต่เขาก็พร้อม อคินพร้อมที่จะเป็นเพลิงพิฆาตที่จะเผาผลาญความชั่วร้ายทั้งหมด และกอบกู้โลกใบนี้ไว้

ทันใดนั้น อคินก็หยุดเดินอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงบางอย่างที่แตกต่างออกไป เสียงของใบไม้ที่ถูกเหยียบย่ำอย่างแผ่วเบา มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงของมนุษย์

“หลบ!” อคินกระซิบ เขารีบผลักดร.อรุณีให้หลบหลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่ตัวเองจะชักปืนขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง

เงาร่างสามคนปรากฏขึ้นในความมืด พวกเขาสวมชุดทหารและถือปืนไรเฟิล อคินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทหารธรรมดา แต่เป็นหน่วยพิเศษที่ถูกส่งมาเพื่อล่าพวกเขาโดยเฉพาะ

“พวกเขารู้ว่าเราอยู่แถวนี้” อคินกระซิบ “เตรียมตัว”

ดร.อรุณีตัวสั่นด้วยความกลัว แต่เธอก็พยายามควบคุมตัวเอง อคินมองไปที่เงาร่างเหล่านั้น เขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์บางอย่างบนชุดของพวกเขา มันเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยพิเศษที่เขาคุ้นเคยดี หน่วยเดียวกันกับที่เขาเคยอยู่!

นั่นหมายความว่าคนที่กำลังตามล่าเขาคืออดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาเอง!

ความเจ็บปวดและความผิดหวังแล่นเข้ามาในอกของอคิน แต่เขาก็สลัดมันทิ้งไป เขาไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจตอนนี้ เขาต้องรอด และเขาต้องทำภารกิจให้สำเร็จ

“เราจะจัดการพวกเขา” อคินบอก เขาชักมีดสั้นออกมาจากซองข้างเอว “คุณอยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียง”

ดร.อรุณีพยักหน้า สีหน้าของเธอยังคงซีดเผือด

อคินเคลื่อนไหวราวกับเงา เขาพุ่งเข้าใส่เงาร่างเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ออกล่าเหยื่อ

การต่อสู้เริ่มขึ้นในความมืด มันเป็นการต่อสู้ที่รวดเร็วและโหดเหี้ยม อคินใช้มีดสั้นของเขาอย่างเชี่ยวชาญ เขาสังหารศัตรูไปทีละคนอย่างเงียบเชียบและแม่นยำ

ไม่นานนัก เงาร่างทั้งสามคนก็ล้มลงอย่างไม่มีเสียง อคินตรวจสอบชีพจรของพวกเขาอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว

อคินถอนหายใจยาวๆ เขาเช็ดคราบเลือดบนใบมีดด้วยเสื้อของศัตรู ก่อนที่จะกลับมาหาดร.อรุณี

“ปลอดภัยแล้ว” อคินบอก

ดร.อรุณีมองเขาด้วยความตกใจและหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมแบบนี้มาก่อน

“เราต้องไปต่อ” อคินบอก “เราไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

พวกเขาเดินต่อไปในป่า อคินรู้ดีว่าจากนี้ไปทุกย่างก้าวจะเต็มไปด้วยอันตราย และทุกการตัดสินใจจะหมายถึงความเป็นความตาย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันทั้งหมด

เพราะเขาคือเพลิงพิฆาตที่ถูกปลุกให้คืนชีพ และเขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายโลกใบนี้ได้!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงพิฆาตคืนชีพ

เพลิงพิฆาตคืนชีพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!