การเดินทางในท่อระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่นั้นแสนยาวนานและทรมาน กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงทำให้ดร.อรุณีแทบจะอาเจียนหลายครั้ง แต่อคินยังคงสงบนิ่งราวกับหินผา เขาลุยน้ำเสียที่สูงถึงเอวไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมกริบสอดส่ายไปรอบๆ เพื่อระวังภัยที่อาจจะซุ่มอยู่ อคินรู้ดีว่าแม้พวกเขาจะหนีออกมาจากฐานทัพได้แล้ว แต่ก็ยังไม่พ้นอันตราย
ความทรงจำเกี่ยวกับธนากรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของอคิน มันเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของภารกิจสุดท้ายในป่าทึบที่เต็มไปด้วยเสียงปืนและระเบิด ภาพของธนากรที่อยู่ข้างเขา ใบหน้าเปื้อนโคลนและคราบเลือด แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและมิตรภาพ
แล้วภาพก็เปลี่ยนไป ภาพของธนากรที่ชี้ไปที่อาคารร้างแห่งหนึ่ง บอกว่านั่นคือจุดที่ปลอดภัยสำหรับการรวมพลก่อนที่จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับ อคินเชื่อเขาโดยไม่ลังเล เขาวิ่งตรงไปยังอาคารนั้น... และนั่นคือกับดัก ระเบิดลูกมหึมาถูกจุดชนวนขึ้นทันทีที่อคินก้าวเข้าไปในอาคาร เปลวเพลิงและแรงระเบิดกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในพริบตา
อคินรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ความทรงจำของเขาพร่าเลือนไปชั่วขณะ และเมื่อเขาฟื้นคืนสติขึ้นมา เขาก็ถูกประกาศว่าเสียชีวิตไปแล้วพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน และธนากรก็อยู่ในรายชื่อนั้นด้วย
แต่ตอนนี้... ดร.อรุณีบอกว่าธนากรอยู่กับพลเอกวิวัฒน์ นั่นหมายความว่าธนากรไม่ได้ตาย! เขาทรยศ! ทรยศต่อความไว้ใจของอคิน ทรยศต่อมิตรภาพ และทรยศต่อประเทศชาติ!
ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอกของอคิน แต่เขาก็ยังคงควบคุมอารมณ์ไว้ได้ เขาต้องนิ่ง ต้องสุขุม เขาต้องหาความจริงทั้งหมด และเขาจะต้องทำให้ธนากรและวิวัฒน์ชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ
“เรากำลังจะออกไปจากท่อน้ำทิ้งนี้แล้วค่ะ” ดร.อรุณีบอก เธอชี้ไปที่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
อคินมองไปที่แสงสว่างนั้น มันเป็นแสงของดวงจันทร์ที่ส่องลอดลงมา แสดงว่าพวกเขาออกมาจากใต้ดินแล้ว แต่อคินยังคงระมัดระวัง เขายกปืนขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
พวกเขาเดินออกจากท่อระบายน้ำทิ้งมายังลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านป่าทึบยามค่ำคืน อากาศยามค่ำคืนที่นี่เย็นยะเยือกแต่สดชื่นกว่าในท่อระบายน้ำมาก อคินพาดร.อรุณีขึ้นฝั่ง เขาตรวจสอบพื้นที่รอบๆ อย่างรวดเร็ว ไม่มีสัญญาณของศัตรูในทันที แต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นเพียงการพักหายใจชั่วคราว
“เราต้องไปที่ไหนต่อ?” อคินถาม
ดร.อรุณีมองไปรอบๆ “ฉันไม่แน่ใจค่ะ ฉันไม่เคยออกมาจากฐานทัพจากทางนี้มาก่อน”
อคินถอนหายใจ “เราต้องหาทางติดต่อหน่วยสนับสนุนของฉัน” เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาอีกครั้ง แต่สัญญาณกลับเงียบสนิท “ไม่มีสัญญาณ”
“พวกเขาน่าจะบล็อกสัญญาณในบริเวณนี้ทั้งหมดค่ะ” ดร.อรุณีบอก “เราต้องออกไปจากเขตนี้ก่อน”
“คุณมีแผนที่แถวนี้ไหม?” อคินถาม
ดร.อรุณีส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ”
อคินมองไปที่ทิศทางที่น่าจะเป็นทางออกของป่า เขาจะต้องอาศัยสัญชาตญาณและประสบการณ์ในการนำทางไปก่อน
“เราจะไปทางนั้น” อคินชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง “คุณตามฉันมา”
พวกเขาเริ่มเดินลึกเข้าไปในป่าทึบยามค่ำคืน เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม เสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกัน และเสียงฝีเท้าของพวกเขาก็เป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นในความเงียบงัน อคินนำทางไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ท่วงท่าของเขาสง่างามราวกับสัตว์ป่าผู้ล่า
ขณะที่เดินไป อคินก็พยายามนึกถึงรายละเอียดของแผนการทั้งหมด เขาต้องหาทางติดต่อกับหน่วยสนับสนุนให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อรายงานสถานการณ์และวางแผนการเคลื่อนย้ายอาวุธชีวภาพที่ถูกทำให้เสถียรแล้ว
“ไวรัสที่อยู่ในฐานทัพ ตอนนี้มันอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” อคินถามดร.อรุณี
“ใช่ค่ะ อุณหภูมิถูกลดลงจนถึงจุดที่มันไม่สามารถแพร่กระจายได้ และสารยับยั้งก็จะทำให้มันอยู่ในสภาพนั้นไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่เราจะทำลายมันได้อย่างสมบูรณ์” ดร.อรุณีตอบ “แต่เราต้องรีบนะคะ เพราะถ้าสารยับยั้งหมดฤทธิ์ มันก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง”
“อีกนานแค่ไหน?”
“ประมาณสี่สิบแปดชั่วโมงค่ะ”
อคินคำนวณเวลาในใจ สองวัน... พวกเขามีเวลาเพียงสองวันที่จะเคลื่อนย้ายอาวุธชีวภาพนั้นออกมาจากฐานทัพ และทำลายมันอย่างถาวร
ทันใดนั้น อคินก็หยุดชะงัก เขาได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงของเครื่องยนต์ที่ดังมาจากระยะไกล มันไม่ใช่เสียงรถยนต์ธรรมดา แต่เป็นเสียงของรถหุ้มเกราะ!
“มีอะไรคะ?” ดร.อรุณีถามอย่างกระซิบกระซาบ
“มีรถกำลังมา” อคินตอบ “เตรียมตัว”
เขาพาดร.อรุณีหลบอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ พวกเขาเฝ้ารออย่างเงียบเชียบ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรถหุ้มเกราะสองคันปรากฏขึ้นที่ถนนเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปราวห้าสิบเมตร ไฟหน้าของรถสาดส่องไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นทหารติดอาวุธหนักนับสิบนายที่อยู่บนรถ
“พวกเขากำลังตามเรามา” ดร.อรุณีบอกเสียงสั่น
“ใช่” อคินตอบ “แต่ดูเหมือนพวกเขาจะตามรอยผิด”
รถหุ้มเกราะทั้งสองคันขับเลยพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังอีกทิศทางหนึ่ง อคินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการล่าที่ไม่ประสบความสำเร็จในครั้งแรก ศัตรูจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
“เราต้องไปทางอื่น” อคินบอก “เราจะเลี่ยงถนนไป”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าอีกครั้ง อคินพยายามหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด เขาใช้ความรู้เรื่องการเดินป่าและสัญชาตญาณของหน่วยรบพิเศษในการนำทาง
ขณะที่เดินไป อคินก็คิดถึงแผนการของพลเอกวิวัฒน์ เขาต้องการใช้อาวุธชีวภาพนี้เพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ นั่นหมายความว่าเขายังคงอยู่ในฐานทัพ และยังคงคิดจะปล่อยไวรัสออกไปทำลายล้างโลก
“ดร.อรุณี คุณรู้ไหมว่าพลเอกวิวัฒน์วางแผนจะปล่อยไวรัสนี้ตอนไหน?” อคินถาม
ดร.อรุณีคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เขาเคยพูดถึงการเตรียมการครั้งใหญ่ค่ะ เขาต้องการใช้มันในช่วงที่ผู้นำของโลกกำลังรวมตัวกันในการประชุมสุดยอดที่กำลังจะมาถึง”
หัวใจของอคินกระตุกวูบ การประชุมสุดยอดผู้นำโลก! นั่นคือเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับวิวัฒน์ ถ้าเขาปล่อยไวรัสในงานนั้น มันจะทำลายล้างผู้นำของโลกไปพร้อมๆ กัน และก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่วโลก
“การประชุมนั้นเมื่อไหร่?” อคินถาม
“อีกสามวันค่ะ” ดร.อรุณีตอบ
สามวัน! อคินรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น พวกเขามีเวลาไม่มากนัก ไม่ใช่แค่การทำลายไวรัสที่ถูกทำให้เสถียรแล้ว แต่ยังรวมถึงการหยุดยั้งวิวัฒน์ก่อนที่เขาจะปล่อยไวรัสที่เหลือออกไป
“เราต้องกลับไปที่ฐานทัพ” อคินพูดอย่างหนักแน่น
ดร.อรุณีเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ? แต่เราเพิ่งหนีออกมาจากที่นั่นนะคะ!”
“ฉันรู้” อคินตอบ “แต่ถ้าเราไม่หยุดยั้งพลเอกวิวัฒน์ตอนนี้ เขาจะปล่อยไวรัสที่เหลือออกไปทำลายล้างโลก”
ดร.อรุณีลังเล “แต่เราจะทำยังไงคะ? เราแค่สองคน และพวกเขาก็มีทหารเป็นร้อยๆ นาย”
“เราจะใช้แผนซ้อนแผน” อคินบอก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว “เราจะทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปากไม่ทัน”
อคินเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็วและละเอียดรอบคอบ เขาอธิบายแผนการของเขาให้ดร.อรุณีฟัง หญิงสาวฟังอย่างตั้งใจ แม้จะยังคงมีความกังวล แต่เธอก็เริ่มเห็นประกายแห่งความหวังในแผนการของอคิน
แผนของอคินคือการใช้ข้อมูลที่ดร.อรุณีมีอยู่เกี่ยวกับระบบของฐานทัพ และความรู้ของเขาในด้านยุทธวิธีในการแทรกซึมกลับเข้าไปในฐานทัพอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปเพื่อหลบหนี แต่เพื่อโจมตี!
“คุณจะต้องช่วยฉันในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หลักของฐานทัพ” อคินบอก “เราจะต้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด”
ดร.อรุณีพยักหน้า “ฉันจะพยายามค่ะ”
“และฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของพลเอกวิวัฒน์ และธนากร” อคินพูดถึงชื่อธนากรด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
ดร.อรุณีพยักหน้าอีกครั้ง “ฉันจะพยายามหาให้ค่ะ”
พวกเขาเดินต่อไปในป่า อคินเริ่มรู้สึกถึงความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็เป็นความหวังที่เพียงพอที่จะทำให้เขาก้าวต่อไป เขารู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้จะเป็นภารกิจที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา เขาจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขาเคยไว้ใจที่สุด และหยุดยั้งคนที่เขาเคยเคารพที่สุด
แต่เขาก็พร้อม อคินพร้อมที่จะเป็นเพลิงพิฆาตที่จะเผาผลาญความชั่วร้ายทั้งหมด และกอบกู้โลกใบนี้ไว้
ทันใดนั้น อคินก็หยุดเดินอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงบางอย่างที่แตกต่างออกไป เสียงของใบไม้ที่ถูกเหยียบย่ำอย่างแผ่วเบา มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงของมนุษย์
“หลบ!” อคินกระซิบ เขารีบผลักดร.อรุณีให้หลบหลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่ตัวเองจะชักปืนขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง
เงาร่างสามคนปรากฏขึ้นในความมืด พวกเขาสวมชุดทหารและถือปืนไรเฟิล อคินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทหารธรรมดา แต่เป็นหน่วยพิเศษที่ถูกส่งมาเพื่อล่าพวกเขาโดยเฉพาะ
“พวกเขารู้ว่าเราอยู่แถวนี้” อคินกระซิบ “เตรียมตัว”
ดร.อรุณีตัวสั่นด้วยความกลัว แต่เธอก็พยายามควบคุมตัวเอง อคินมองไปที่เงาร่างเหล่านั้น เขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์บางอย่างบนชุดของพวกเขา มันเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยพิเศษที่เขาคุ้นเคยดี หน่วยเดียวกันกับที่เขาเคยอยู่!
นั่นหมายความว่าคนที่กำลังตามล่าเขาคืออดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาเอง!
ความเจ็บปวดและความผิดหวังแล่นเข้ามาในอกของอคิน แต่เขาก็สลัดมันทิ้งไป เขาไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจตอนนี้ เขาต้องรอด และเขาต้องทำภารกิจให้สำเร็จ
“เราจะจัดการพวกเขา” อคินบอก เขาชักมีดสั้นออกมาจากซองข้างเอว “คุณอยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียง”
ดร.อรุณีพยักหน้า สีหน้าของเธอยังคงซีดเผือด
อคินเคลื่อนไหวราวกับเงา เขาพุ่งเข้าใส่เงาร่างเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ออกล่าเหยื่อ
การต่อสู้เริ่มขึ้นในความมืด มันเป็นการต่อสู้ที่รวดเร็วและโหดเหี้ยม อคินใช้มีดสั้นของเขาอย่างเชี่ยวชาญ เขาสังหารศัตรูไปทีละคนอย่างเงียบเชียบและแม่นยำ
ไม่นานนัก เงาร่างทั้งสามคนก็ล้มลงอย่างไม่มีเสียง อคินตรวจสอบชีพจรของพวกเขาอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว
อคินถอนหายใจยาวๆ เขาเช็ดคราบเลือดบนใบมีดด้วยเสื้อของศัตรู ก่อนที่จะกลับมาหาดร.อรุณี
“ปลอดภัยแล้ว” อคินบอก
ดร.อรุณีมองเขาด้วยความตกใจและหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมแบบนี้มาก่อน
“เราต้องไปต่อ” อคินบอก “เราไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
พวกเขาเดินต่อไปในป่า อคินรู้ดีว่าจากนี้ไปทุกย่างก้าวจะเต็มไปด้วยอันตราย และทุกการตัดสินใจจะหมายถึงความเป็นความตาย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันทั้งหมด
เพราะเขาคือเพลิงพิฆาตที่ถูกปลุกให้คืนชีพ และเขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายโลกใบนี้ได้!

เพลิงพิฆาตคืนชีพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก