บุปผากลางพายุหงส์

ตอนที่ 2 — เงาในห้องลับ และคำสาบานใต้แสงจันทร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 990 คำ

ลมหนาวกรีดผ่านผืนฟ้าสีหม่นราวกับคมดาบ ทอดเงายาวเยือกเย็นจับจ้องไปยังยอดปราสาทอันโอ่อ่าของหอฉงเหวิน ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งรวมปัญญาของแผ่นดิน บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งเงาและความลับ พลบค่ำของวันนั้น หลี่หมิง—หรือแท้จริงคือคุณหนูหลี่ซูเวย—ผู้ปลอมตัวเป็นขันทีหนุ่มผู้อ่อนแอ กำลังยืนอยู่กลางห้องโถงอันเงียบสงัด ท่ามกลางแสงตะเกียงที่ริบหรี่ ‌รอยร้าวบนผนังหินโบราณสะท้อนเงาตะคุ่มราวกับกำลังกระซิบเล่าขานเรื่องราวในอดีต

“ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับบิดาของข้า กลายเป็นความลับที่ถูกฝังกลบไปตลอดกาล” หลี่ซูเวยพึมพำ เสียงของนางสั่นเครือด้วยความแค้นและความมุ่งมั่น ดวงตาคมกริบของนางฉายแววแห่งการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยว เธอเพิ่งจะค้นพบเบาะแสสำคัญที่ซุกซ่อนอยู่ในห้องทำงานลับของบิดา ซึ่งเป็นห้องที่ถูกปิดตายมานานนับปีหลังจากที่ท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและถูกประหารชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ

เบาะแสที่ว่าคือม้วนกระดาษที่ม้วนอย่างประณีตซ่อนอยู่ในช่องลับหลังภาพวาดทิวทัศน์อันงดงาม ในม้วนกระดาษนั้น ​มีอักษรที่เขียนด้วยลายมือของบิดาเธอเอง บรรยายถึงแผนการอันชั่วร้ายของกลุ่มขุนนางกังฉินที่กำลังบ่อนทำลายอำนาจของฮ่องเต้และวางแผนยึดครองบัลลังก์ การค้นพบครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของหลี่ซูเวยว่าบิดาของเธอไม่ได้เป็นกบฏอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่กลับเป็นผู้ที่พยายามปกป้องราชวงศ์

“แต่จะทำอย่างไรถึงจะนำความจริงนี้ออกไปเปิดเผยได้” หลี่ซูเวยถอนหายใจยาว สภาพของเธอในฐานะขันทีนาม ‘หลี่หมิง’ นั้นบอบบางเกินไป ‍เสียงที่เปล่งออกมาก็แหบพร่า ร่างกายก็ดูผ่ายผอมจนยากที่จะเป็นที่น่าเชื่อถือ ยิ่งไปกว่านั้น การอยู่ในวังหลวงอันเต็มไปด้วยสายตาจับจ้องและแผนการอันซับซ้อนเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้การดำเนินแผนการยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากภายนอก ทำให้หลี่ซูเวยสะดุ้งเฮือก เธอรีบเก็บม้วนกระดาษเข้าที่อย่างรวดเร็วและแสร้งทำเป็นกำลังจัดข้าวของอยู่บนโต๊ะ ‌พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมอาการประหม่า

“คุณชายหลี่ ท่านยังไม่นอนอีกหรือ” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับร่างของ ‘ฉินอ๋อง’ เสด็จเหย้าแห่งองค์จักรพรรดิ ผู้มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของฮ่องเต้ ก้าวเข้ามาในห้องโถง ‍เขามาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปักลายเมฆมงคลสีทอง ท่าทางสง่างามแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ

หลี่ซูเวยรีบก้มศีรษะลงคารวะ “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ฉินอ๋อง ข้าเพียงแต่...กำลังรำลึกถึงคุณบิดาของข้าพ่ะย่ะค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูเศร้าสร้อย

ฉินอ๋องกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างสำรวจก่อนจะหยุดอยู่ที่กองเอกสารบนโต๊ะ “ข้าได้ยินว่าคุณหนูหลี่ซูเวย บุตรีของท่านแม่ทัพผู้ล่วงลับ ​มีความรู้ความสามารถในการเขียนโคลงกลอนและจดบันทึกโบราณอย่างยอดเยี่ยม” เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉย แต่ดวงตาคู่คมกลับจับจ้องไปที่สีหน้าของหลี่ซูเวย

หลี่ซูเวยรู้สึกหัวใจเต้นระส่ำ เธอไม่แน่ใจว่าฉินอ๋องรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเธอหรือไม่ หรือเพียงแค่เอ่ยถึงคุณหนูหลี่ซูเวยในอดีต “ข้า...ข้าก็เพียงแต่พอจะมีความรู้บ้างพ่ะย่ะค่ะ” เธอตอบอย่างระมัดระวัง

ฉินอ๋องยิ้มมุมปากบางเบา ​“หากคุณชายหลี่มีโอกาสได้พบกับคุณหนูหลี่ซูเวยอีกครั้ง เจ้าคิดว่านางจะบอกสิ่งใดกับเจ้า”

คำถามนี้ทำให้หลี่ซูเวยชะงักไป เธอเงยหน้ามองฉินอ๋องอย่างกล้าๆ กลัวๆ “หาก...หากนางมีโอกาส นางคงอยากจะขอความยุติธรรมให้กับบิดาของนางพ่ะย่ะค่ะ”

ฉินอ๋องเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของหลี่ซูเวย เขามองไปยังภาพวาดทิวทัศน์ที่ดูเหมือนจะถูกเลื่อนตำแหน่งไปเล็กน้อย “ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่มีค่า ​แต่บางครั้งก็หายากยิ่งกว่าไข่มุกในมหาสมุทร” เขาเอ่ยพลางใช้นิ้วเรียวยาวลูบไปตามกรอบภาพวาดอย่างเบามือ

หลี่ซูเวยกลั้นหายใจ เธอรู้สึกว่าฉินอ๋องกำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสช่องลับ แต่แล้วเขาก็ลดมือลง “ข้าเห็นเจ้าดูเหนื่อยอ่อน ข้าจะให้ขันทีนำยาบำรุงมาให้ เจ้าพักผ่อนเสียเถอะ” ฉินอ๋องกล่าว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้หลี่ซูเวยยืนนิ่งด้วยความโล่งอกปนความสงสัย

หลังฉินอ๋องจากไป หลี่ซูเวยรีบกลับไปที่ช่องลับ เธอหยิบม้วนกระดาษออกมาอีกครั้ง และพลิกดูด้านหลังของภาพวาดอย่างละเอียด ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องโถง แสงตะเกียงที่สั่นไหวทำให้เธอมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวด้านหลังของภาพวาด มันคือสัญลักษณ์เล็กๆ ที่แกะสลักไว้อย่างประณีต เป็นสัญลักษณ์ที่เธอจำได้แม่นยำ มันคือสัญลักษณ์ประจำตัวของ ‘หอคอยบุปผา’ กลุ่มลับที่บิดาของเธอเคยร่วมก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการทุจริต

“หอคอยบุปผา...” หลี่ซูเวยพึมพำด้วยความหวัง “นี่อาจเป็นกุญแจสำคัญ”

เธอตัดสินใจว่าคืนนี้จะต้องออกไปจากวังเพื่อตามหาสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์นี้ แม้จะรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดก็ตาม

ภายใต้แสงจันทร์สีนวล หลี่ซูเวยในคราบขันทีหลี่หมิง ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของกำแพงวัง เธอกำลังรอคอย ‘อู่เฉิน’ ขันทีคนสนิทของบิดาผู้ภักดี ซึ่งเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจและทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ อู่เฉินได้ให้สัญญากับเธอว่า จะช่วยพาเธอออกไปจากวังหลวงเพื่อไปพบกับสมาชิกคนอื่นๆ ของหอคอยบุปผา

“คุณหนู” เสียงกระซิบดังขึ้นจากด้านหลัง หลี่ซูเวยหันไปพบอู่เฉิน ร่างกายของเขาผอมเกร็งแต่แฝงไปด้วยความว่องไว “ข้าเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว”

“ท่านอู่เฉิน” หลี่ซูเวยเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่าน”

“คุณหนู อย่าพูดเช่นนั้น นี่คือหน้าที่ของข้า” อู่เฉินตอบ “แต่ก่อนที่เราจะไป ข้ามีบางสิ่งจะมอบให้คุณหนู”

เขาหยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ “นี่คือของที่ท่านแม่ทัพฝากไว้ให้คุณหนู หากวันใดที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตราย”

หลี่ซูเวยเปิดกล่องออก ข้างในมีสร้อยคอที่ทำจากไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ ประดับด้วยจี้รูปดอกบัวที่แกะสลักจากหยกสีเขียวอ่อน “ดอกบัว...” หลี่ซูเวยเอ่ยเบาๆ

“ดอกบัวหมายถึงความบริสุทธิ์และการยืนหยัดท่ามกลางความมัวหมอง” อู่เฉินกล่าว “และไข่มุกนั้น...เป็นของกำนัลจากพระมารดาของฮ่องเต้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งพระองค์ทรงมีรับสั่งว่า หากวันใดที่ตระกูลหลี่ถูกใส่ร้าย พระมารดาจะทรงช่วยเหลือ”

หลี่ซูเวยหยิบสร้อยคอขึ้นมาสวมใส่ รู้สึกได้ถึงความเย็นของไข่มุกที่สัมผัสกับผิว “พระมารดา...” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวัง

“ท่านแม่ทัพเชื่อว่า พระมารดาจะทรงเป็นที่พึ่งให้คุณหนูได้” อู่เฉินกล่าวเสริม “แต่คุณหนูต้องระวังตัวให้มากที่สุด การเดินทางครั้งนี้อันตรายยิ่งกว่าที่คุณหนูคิด”

หลี่ซูเวยพยักหน้า เธอรู้สึกถึงความกดดันและความรับผิดชอบที่ถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน ความหวังก็ก่อตัวขึ้นในใจ

“เราไปกันเถอะ” อู่เฉินเอ่ย ก่อนจะพาหลี่ซูเวยเดินลัดเลาะไปตามทางลับที่ซ่อนอยู่ภายในกำแพงวัง

ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวผ่านประตูบานสุดท้ายที่นำไปสู่โลกภายนอก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“หยุดอยู่ตรงนั้น!”

ร่างสูงสง่าของฉินอ๋องปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ดวงตาของเขาสาดประกายเย็นยะเยือกราวกับกำลังจับจ้องเหยื่อ

“ท่านฉินอ๋อง!” หลี่ซูเวยอุทานด้วยความตกใจ เธอรีบหันกลับไปมองฉินอ๋องด้วยท่าทีที่พร้อมจะป้องกันตัว

“ข้าคิดว่าเจ้าควรจะนอนหลับใหลอยู่ในห้องของเจ้าเสียอีก คุณชายหลี่” ฉินอ๋องกล่าว น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความไม่พอใจ “แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความลับบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่มากกว่าที่ข้าคิด”

เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม “ข้าเองก็มีความลับเช่นกัน และบางครั้ง...ความลับก็ถูกเปิดเผยในยามที่ควรจะถูกเก็บงำ”

หลี่ซูเวยรู้ตัวว่าเธอถูกจับได้ แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอจับสร้อยคอไข่มุกบนคอแน่น พลางตั้งสติเพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง

“ท่านจะทำอย่างไร” หลี่ซูเวยถาม เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่สายตากลับแข็งกร้าว

ฉินอ๋องยิ้มเยาะ “คำถามที่ดี...คุณหนูหลี่ซูเวย”

เขาเอ่ยชื่อของเธอออกมาเต็มๆ ทำให้หลี่ซูเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“ข้าจะทำ...ในสิ่งที่สมควรทำ” ฉินอ๋องกล่าว “และบางที...เจ้าอาจจะพบว่า ข้ามีความเกี่ยวข้องกับความลับที่คุณหนูพยายามจะค้นหามากกว่าที่เจ้าคิดเสียอีก”

เงาของฉินอ๋องทาบทับลงบนตัวหลี่ซูเวย สร้างความรู้สึกกดดันและอึดอัดอย่างแสนสาหัส การเดินทางเพื่อค้นหาความจริงของหลี่ซูเวยเพิ่งจะเริ่มต้น แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ซับซ้อนและอันตรายกว่าที่คาดคิดไว้ ชะตากรรมของเธอจะเป็นเช่นไร และความจริงที่ฉินอ๋องกล่าวถึงคืออะไร...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผากลางพายุหงส์

บุปผากลางพายุหงส์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!