บุปผากลางพายุหงส์

ตอนที่ 25 — เงื่อนงำซ่อนเร้นในอุโมงค์ลับ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,176 คำ

แสงจันทร์สีนวลยังคงสาดส่องผ่านบานหน้าต่างหินอ่อนของตำหนักหลิงเฟิง ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของหลี่ซูเวยฉายแววเคร่งขรึม ขณะที่นิ้วเรียวยาวของนางค่อยๆ ลากไล้ไปตามลายเส้นบนแผนที่โบราณที่กางอยู่ กลิ่นอายของหมึกจางๆ ลอยอบอวล ท่ามกลางความเงียบสงัดที่ปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก ทว่าในครานี้ ‌แววตาของนางไม่ได้ฉายเพียงความกังวล หากแต่แฝงไปด้วยประกายแห่งความหวังอันริบหรี่ แผนที่ที่นางทุ่มเทเวลาหลายคืนในการแกะรอย มิใช่เพียงแผนที่ธรรมดา หากแต่เป็นกุญแจที่จะไขความลับของ "อุโมงค์พันปี" สถานที่ซึ่งถูกเล่าลือว่าซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกผันชะตากรรมของนาง และอาจรวมถึงความมั่นคงของบัลลังก์มังกร

"ท่านหญิง" ​เสียงกระซิบแผ่วเบาของอันเจิน ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่เลือนลาง "ได้เวลาแล้ว"

หลี่ซูเวยพยักหน้ารับ พับแผนที่เก็บไว้อย่างระมัดระวัง นางลุกขึ้นยืน สวมเสื้อคลุมสีเข้มที่กลมกลืนกับความมืดมิดยามค่ำคืน ‍"อันเจิน เจ้าเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วใช่หรือไม่"

"เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ" อันเจินตอบ ดวงตาของเขามองหลี่ซูเวยด้วยความห่วงใย "สถานที่นั้นอันตรายเกินไปนัก ท่านหญิงควรจะ..."

"ข้ามิอาจลังเลอีกต่อไปแล้วอันเจิน" หลี่ซูเวยกล่าวเสียงหนักแน่น "หากสิ่งที่เรากำลังตามหาอยู่ที่นั่น ‌การเสี่ยงภัยครั้งนี้ย่อมคุ้มค่า"

นางเดินนำอันเจินออกจากตำหนักหลิงเฟิง ท่ามกลางความมืดที่กำลังจะกลืนกินแสงจันทร์ ดวงดาวน้อยใหญ่ส่องแสงระยิบระยับบนฟากฟ้า ราวกับเป็นพยานเงียบๆ ของภารกิจอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้

เส้นทางสู่ "อุโมงค์พันปี" มิได้สะดวกสบายดังที่คาดคิด อันเจินนำทางหลี่ซูเวยผ่านตรอกซอกซอยที่มืดมิดของวังหลวง ‍หลีกเลี่ยงเหล่าทหารยามและข้าราชบริพารที่อาจพบเห็น ทิวทัศน์รอบกายเต็มไปด้วยเงาของอาคารเก่าแก่ที่ดูน่าสะพรึงกลัว ยิ่งพาให้บรรยากาศยิ่งดูเคร่งเครียด

ในที่สุด อันเจินก็หยุดลงที่เบื้องหน้ากำแพงหินสูงชันที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์รกชัฏ "ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ" เขากล่าว พร้อมกับชี้ไปยังรอยแยกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ ​"ทางเข้าอุโมงค์"

หลี่ซูเวยมองตามไปยังรอยแยกนั้น นางรู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดออกมาจากภายใน มันมีกลิ่นอายของดิน กลิ่นอายของความเก่าแก่ และกลิ่นอายของสิ่งที่ถูกลืมเลือนมานาน

"ข้าจะลงไปก่อน" หลี่ซูเวยกล่าว "เจ้าคอยระวังอยู่ด้านบน หากมีอันตราย ​จงรีบกลับไปแจ้งฮ่องเต้"

"มิได้พ่ะย่ะค่ะ" อันเจินปฏิเสธทันควัน "บ่าวจะติดตามท่านหญิงไปจนกว่าจะถึงที่สุด"

หลี่ซูเวยพิจารณาคำพูดของอันเจิน ก่อนจะพยักหน้าด้วยความเห็นใจ "ก็ได้ แต่จงระวังตัวให้มากที่สุด"

นางค่อยๆ แทรกกายเข้าไปในรอยแยกนั้น ทันทีที่ร่างกายส่วนใหญ่ของนางเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า ​แสงจันทร์ก็ถูกบดบังจนเกือบหมดสิ้น อันเจินตามเข้ามาติดๆ ท่ามกลางความมืดที่หนาทึบ จนมองเห็นเพียงเลือนราง

เมื่อเข้ามาภายใน นางก็พบว่ารอยแยกนั้นนำไปสู่ทางเดินที่ค่อนข้างแคบและมีลักษณะเป็นขั้นบันไดลงไปเบื้องล่าง พื้นผิวของบันไดเต็มไปด้วยฝุ่นละอองหนาเตอะ ราวกับมิเคยมีผู้ใดลงมาที่นี่เป็นเวลานานแสนนาน

"แผนที่บอกว่าทางเข้าอุโมงค์แห่งนี้ถูกปิดผนึกไว้ด้วยกลไกโบราณ" หลี่ซูเวยกระซิบ "เราต้องหาวิธีเปิดมัน"

นางใช้มือคลำไปตามผนังหินเบื้องหน้า สัมผัสถึงความเย็นเยียบและความขรุขระของผิวหิน นางค่อยๆ เลื่อนนิ้วไปตามรอยต่อของก้อนหินใหญ่ พยายามหาร่องรอยของกลไกที่ซ่อนอยู่

อันเจินยืนคอยอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ คอยสอดส่องให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดคุกคามหลี่ซูเวย

"พบแล้ว!" หลี่ซูเวยร้องขึ้นเบาๆ นางพบว่ามีก้อนหินก้อนหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกสลักลายเป็นพิเศษ นางลองออกแรงกดลงไป เสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้น ตามด้วยเสียงครืดคราดของก้อนหินที่เคลื่อนตัว

ผนังหินส่วนหนึ่งค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์ที่ทอดยาวออกไปในความมืดมิดที่ลึกกว่าเดิม อากาศภายในอุโมงค์เย็นยะเยือกกว่าภายนอกมาก กลิ่นอายของความเก่าแก่เข้มข้นขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้

"ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นทางเข้าหลัก" หลี่ซูเวยกล่าว "แผนที่ชี้ว่าหลักฐานสำคัญถูกซ่อนไว้ที่ส่วนลึกที่สุดของอุโมงค์นี้"

นางจุดตะเกียงน้ำมันที่เตรียมมา แสงไฟสีส้มอ่อนๆ ค่อยๆ สาดส่องไปตามผนังอุโมงค์ เผยให้เห็นภาพแกะสลักโบราณที่ดูทรงพลังและลึกลับ ลวดลายเหล่านั้นบอกเล่าเรื่องราวที่หลี่ซูเวยไม่อาจเข้าใจได้ในทันที

"อุโมงค์นี้ถูกสร้างขึ้นมานานมากแล้ว" อันเจินกล่าว พลางก้มลงพิจารณาภาพแกะสลัก "ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับอุโมงค์ลับใต้พระราชวัง แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริง"

หลี่ซูเวยเดินนำหน้าเข้าไปในอุโมงค์อย่างระมัดระวัง นางก้าวเดินอย่างมั่นคง แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดและความไม่แน่นอน นางรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจนำมาซึ่งอันตรายที่ไม่คาดฝัน แต่ความปรารถนาที่จะเปิดโปงความจริง และกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูล ก็มีน้ำหนักมากกว่าความกลัว

อุโมงค์มีความกว้างพอที่คนสองคนจะเดินเคียงข้างกันได้ ผนังทั้งสองด้านเต็มไปด้วยภาพแกะสลักที่คล้ายคลึงกัน ทว่ามีความแตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งหลี่ซูเวยเชื่อว่าอาจมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่

"ลองสังเกตภาพเหล่านี้สิอันเจิน" หลี่ซูเวยหยุดเดิน "ดูเหมือนว่ามันจะเล่าเรื่องราวของการสืบทอดอำนาจ"

อันเจินพยักหน้าเห็นด้วย เขากวาดสายตามองไปตามภาพแกะสลักเหล่านั้น "น่าสนใจพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีสัญลักษณ์บางอย่างปรากฏขึ้นซ้ำๆ"

หลี่ซูเวยพยักหน้า ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยสมาธิ นางพยายามเชื่อมโยงภาพแกะสลักเหล่านี้เข้ากับข้อมูลที่นางได้รวบรวมมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

"สัญลักษณ์นี้..." หลี่ซูเวยชี้ไปที่รูปทรงคล้ายเกล็ดมังกรที่มีขีดเส้นสองขีดตัดผ่าน "ข้าเคยเห็นมันในตำราโบราณเล่มหนึ่ง มันเป็นสัญลักษณ์ของเหล่าขุนนางผู้ภักดีต่อองค์จักรพรรดิในยุคโบราณ"

"แล้วสัญลักษณ์อื่นเล่าพ่ะย่ะค่ะ" อันเจินถาม

"สัญลักษณ์นี้..." หลี่ซูเวยชี้ไปยังรูปทรงคล้ายหงส์ที่มีปีกกางออก "ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของสนมเอก หรือพระสนมที่ทรงอิทธิพล"

"ท่านหญิงกำลังจะบอกว่า..." อันเจินเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ

"ข้ากำลังจะบอกว่า อุโมงค์แห่งนี้มิใช่เพียงแค่ทางลับ" หลี่ซูเวยกล่าว "แต่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้"

นางเดินต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับอันเจิน ตะเกียงในมือของนางส่องสว่างไปในความมืด สร้างเงาที่ดูน่าขนลุกบนผนัง

จู่ๆ หลี่ซูเวยก็ชะงักเท้า นางสัมผัสได้ถึงลมที่พัดแรงขึ้นมาจากเบื้องหน้า และมีเสียงประหลาดดังแว่วมาอย่างแผ่วเบา

"มีอะไรอยู่ข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ" อันเจินถามด้วยความระแวดระวัง

"ข้าไม่แน่ใจ" หลี่ซูเวยตอบ "แต่ดูเหมือนว่าทางเดินจะสิ้นสุดลงที่นี่"

เมื่อพวกเขาเดินไปถึงสุดทางเดิน หลี่ซูเวยก็พบว่าอุโมงค์นั้นไม่ได้สิ้นสุดลง แต่กลับมีสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นประตูหินขนาดมหึมาปิดกั้นอยู่ ประตูนั้นถูกสลักลวดลายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าภาพแกะสลักบนผนัง

"นี่คือจุดที่แผนที่บอกว่าหลักฐานถูกซ่อนไว้" หลี่ซูเวยกล่าว เสียงของนางแผ่วลงด้วยความตื่นเต้น "แต่เราจะเปิดประตูนี้ได้อย่างไร"

นางเดินเข้าไปใกล้ประตูหิน สังเกตเห็นร่องรอยบางอย่างบนพื้นผิวของมัน นางพบว่ามีแผ่นหินบางส่วนที่สามารถขยับได้

"อันเจิน มาช่วยข้าหน่อย" หลี่ซูเวยเรียก "ดูเหมือนว่าเราต้องจัดเรียงแผ่นหินเหล่านี้ให้ถูกต้อง"

ทั้งสองช่วยกันออกแรงดันและหมุนแผ่นหินเหล่านั้นไปมาอย่างระมัดระวัง เสียงเสียดสีของหินดังขึ้นเป็นระยะๆ ท่ามกลางความเงียบของอุโมงค์

หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่ แผ่นหินเหล่านั้นก็เข้าที่อย่างลงตัว เสียง "กึก" ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับแสงสว่างจางๆ ที่ลอดผ่านรอยแยกเล็กๆ ของประตูหิน

"สำเร็จแล้ว!" หลี่ซูเวยร้องออกมาด้วยความยินดี

นางค่อยๆ ผลักประตูหินบานนั้นออกไป เสียงเสียดสีของหินดังสนั่นสะท้านไปทั่วอุโมงค์ เผยให้เห็นห้องโถงลับเบื้องหลัง

แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาจากด้านนอก เผยให้เห็นถึงความอลังการของห้องโถงนั้น เพดานห้องสูงลิบลิ่วประดับประดาด้วยลวดลายที่งดงาม เฟอร์นิเจอร์ที่วางอยู่ภายในดูโบราณและล้ำค่า

และตรงกลางห้องโถงนั้นเอง สิ่งที่หลี่ซูเวยตามหามาตลอด ก็ปรากฏแก่สายตาของนาง

มันคือหีบไม้โบราณใบหนึ่ง สลักลวดลายคล้ายกับสัญลักษณ์บนประตูหิน ซ่อนอยู่ภายใต้แสงสลัวของตะเกียงที่ยังคงส่องสว่างอยู่

"นี่คงเป็นที่เก็บหลักฐาน" หลี่ซูเวยกล่าว พลางเดินเข้าไปใกล้หีบไม้ใบนั้นอย่างช้าๆ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง

นางค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้น แสงสว่างจากตะเกียงสาดส่องเข้าไปภายใน เผยให้เห็นเอกสารโบราณจำนวนหนึ่ง กองเหรียญทองที่ซีดจาง และสิ่งของล้ำค่าอื่นๆ

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลี่ซูเวยมากที่สุด คือม้วนเอกสารที่ถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา ม้วนเอกสารนั้นมีตราประทับของราชวงศ์โบราณที่หลี่ซูเวยคุ้นเคยเป็นอย่างดี

"นี่คือมัน" หลี่ซูเวยกระซิบ "หลักฐานที่แท้จริง"

นางหยิบม้วนเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา นางพยายามแกะตราประทับออกอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางเข้าอุโมงค์ ก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงตะโกนกึกก้องดังมาจากด้านนอก

หลี่ซูเวยและอันเจินหันขวับไปมองด้วยความตกใจ

"พวกเราถูกพบตัวแล้ว!" อันเจินกล่าวอย่างเร่งรีบ

เงาตะคุ่มๆ ของกลุ่มคนปรากฏขึ้นที่ปากอุโมงค์ พวกเขาถืออาวุธพร้อมที่จะเข้าโจมตี

หลี่ซูเวยกำม้วนเอกสารในมือแน่น นางรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด

"อันเจิน หาทางพาเราหนีออกไป!" นางสั่งเสียงเข้ม

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ลงมือทำสิ่งใด เสียงดัง "ปัง!" ก็ดังขึ้นมาจากทางเข้าอุโมงค์ ประตูหินที่พวกเขาเพิ่งเปิดออก ก็ถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว

แสงสว่างจากตะเกียงของพวกเขาถูกตัดขาด เหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่ว

"แย่แล้ว!" อันเจินร้อง

หลี่ซูเวยได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ในความมืด นางรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง

นางตัดสินใจทันที นางซ่อนม้วนเอกสารไว้ในเสื้อคลุมอย่างรวดเร็ว

"พวกเจ้าจะทำอันใดกับข้า!" หลี่ซูเวยตะโกนถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะแสดงความเด็ดเดี่ยว

เสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากความมืด...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บุปผากลางพายุหงส์

บุปผากลางพายุหงส์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!