รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 1 — เงาในอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 966 คำ

แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ สาดส่องลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบที่ปกคลุมผืนป่าดงดิบแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ความชื้นที่อบอ้าวและกลิ่นดินชุ่มน้ำปะปนกับกลิ่นดอกไม้ป่าลอยคละคลุ้ง อากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แน่นขึ้นทุกขณะ

ท่ามกลางความเงียบสงัดของผืนป่า มีเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินที่อ่อนนุ่มเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พร้อมกับเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ ดร.กวินท์ วัฒนากร ‌นักโบราณคดีหนุ่มผู้มีชื่อเสียงจากผลงานการค้นพบครั้งสำคัญหลายครั้ง กำลังเร่งฝีเท้าฝ่าป่าทึบ ใบหน้าคมคายที่ปกติจะฉายแววสงบเยือกเย็น บัดนี้กลับมีเหงื่อซึมเล็กน้อย แต่แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลง

เหงื่อหยดหนึ่งไหลลงมาปะทะกับผิวหนังที่สากระคาย ดร.กวินท์ ชะงักเล็กน้อย หันกลับไปมองด้านหลังอย่างระแวดระวัง ​ไม่มีวี่แววของใคร แต่ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลมันคอยกัดกินใจเขามาตลอดทางตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ป่าแห่งนี้

“มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาถูกกลืนกินไปกับเสียงแมลงและเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้

ตลอดสามวันมานี้ เขาใช้เวลาอยู่กับการแกะรอยข้อมูลจากจารึกโบราณที่เขาเพิ่งค้นพบในวัดร้างแห่งหนึ่ง จารึกนั้นเล่าถึง “สุริยันวิหาร” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกล่าวขานว่าซ่อนเร้นความลับของอารยธรรมโบราณที่สาบสูญไปพร้อมกับตำนาน ‍“รหัสลับสุริยัน”

ข้อมูลที่ได้มานั้นกระจัดกระจายและคลุมเครือ แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการระบุตำแหน่งคร่าวๆ ของวิหารที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางผืนป่าที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน และที่สำคัญ จารึกนั้นกล่าวถึง “ผู้พิทักษ์” ที่คอยปกป้องวิหารจากผู้ไม่ประสงค์ดี

“ผู้พิทักษ์...” ดร.กวินท์ ‌ทวนคำนั้นในใจ เขาไม่ใช่คนเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่สัญชาตญาณของนักโบราณคดีบอกเขาว่า ข้อมูลในจารึกนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าขาน แต่มีส่วนที่เป็นความจริงแฝงอยู่

ยิ่งใกล้เข้ามาเท่าไร ความรู้สึกไม่สบายใจก็ยิ่งทวีคูณขึ้น จนกระทั่งเขามาถึงแนวหินผาที่ทอดตัวเป็นแนวยาว เป็นจุดที่เขาคาดว่าจะเป็นทางเข้าสู่ถ้ำโบราณตามที่จารึกได้บอกใบ้ไว้

“ถึงแล้วสินะ” ‍ดร.กวินท์ ถอนหายใจยาว เขาหยิบไฟฉายกระบอกใหญ่ขึ้นมาเตรียมพร้อม มืออีกข้างหนึ่งกำมีดพกคู่ใจแน่น

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจำนวนมากก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง!

“หยุดอยู่ตรงนั้น ดร.วัฒนากร!” เสียงตะโกนที่แหบพร่าดังลั่น ชัดเจนว่ามาจากใครบางคนที่มีอำนาจ

ดร.กวินท์ ​ชะงักกึก หัวใจเต้นระรัว เขารู้ทันทีว่าสิ่งที่เขากังวลมาตลอดกำลังจะเกิดขึ้น เขาหันขวับกลับไปตามเสียง

กลุ่มคนประมาณสิบคนปรากฏตัวขึ้นจากแนวต้นไม้ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความดุดัน ดวงตาจับจ้องมาที่เขาเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ

หัวหน้ากลุ่มชายร่างกำยำ สวมเสื้อผ้าสีเข้ม ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างองอาจ ​เขาคือ “เสี่ยอุดม” นักธุรกิจผู้มั่งคั่งที่มักจะเข้าไปพัวพันกับข่าวฉาวในวงการค้าโบราณวัตถุ

“เลิกเล่นตลกได้แล้ว ดร.วัฒนากร จารึกนั่นเป็นของผม!” เสี่ยอุดมพูดเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโลภ

“จารึกนั้นเป็นสมบัติของชาติ และผมจะปกป้องมัน!” ​ดร.กวินท์ ยืนหยัดเผชิญหน้า เขาไม่ยอมเสียเปรียบง่ายๆ

“อย่าคิดว่าจะหนีพ้น! ขนของทั้งหมดออกมาเดี๋ยวนี้!” เสี่ยอุดมออกคำสั่งลูกน้อง

“ถ้าพวกแกคิดจะแย่งชิง ผมไม่ยอมแน่!” ดร.กวินท์ ก้าวถอยหลังไปช้าๆ จนกระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับแนวหินผา

“แกมันก็แค่เด็กเส้น! รู้ดีแค่ไหนกันเชียวว่าอะไรควรเป็นของใคร!” ลูกน้องของเสี่ยอุดมคนหนึ่งตะโกนขึ้น

“ความรู้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของมนุษยชาติ!” ดร.กวินท์ ตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

“พูดมาก! จัดการมัน!” เสี่ยอุดมไม่รอช้า โบกมือให้ลูกน้อง

พวกนักเลงที่มาด้วยกันรีบพุ่งเข้ามา ดร.กวินท์ ไม่ได้รอช้า เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว กระโดดขึ้นไปบนโขดหินที่ยื่นออกมา แล้วอาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังสับสน กระโจนลงไปในช่องว่างระหว่างหินผา

“อ๊าก! มันลงไปแล้ว!” เสียงตะโกนดังขึ้น

ดร.กวินท์ ทิ้งตัวลงไปในความมืด เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะหนีรอด เขาใช้ไฟฉายส่องนำทาง ปรากฏเป็นปากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตกเล็กๆ

เสียงตะโกนและเสียงวิ่งไล่ตามมาติดๆ เขาไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปในปากถ้ำทันที

ภายในถ้ำมีความเย็นยะเยือกต่างจากอากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง แสงไฟฉายสาดส่องไปบนผนังหินที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ มีกลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลนลอยมาแตะจมูก

“พวกแกจะเข้ามาไม่ได้! ถ้ำนี้อันตราย!” เสียงของเสี่ยอุดมดังไล่หลังมา

แต่เขารู้ดีว่าพวกมันไม่เคยกลัวอะไร นอกจากอำนาจและเงินทอง

ดร.กวินท์ วิ่งลึกเข้าไปในถ้ำ ผนังถ้ำเริ่มแคบลงเรื่อยๆ เขาต้องย่อตัวลงเพื่อเดินผ่านในบางช่วง

ทันใดนั้นเอง เสียงกลไกบางอย่างก็ดังขึ้น!

“ติ๊ก! ติ๊ก!”

เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า!

“กับดัก!” เขาตะโกน และกระโดดถอยหลังอย่างรวดเร็ว

พื้นหินที่เขาเหยียบอยู่เมื่อครู่ทรุดตัวลงไป เกิดเป็นหลุมลึกที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง!

“โชคดีจริงๆ” เขาพึมพำ ขณะที่หัวใจยังเต้นแรง

เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานถ้ำ แสงไฟฉายส่องไปเจอแท่งหินแหลมคมจำนวนมากที่ห้อยระย้าลงมา

“อีกแล้ว...” เขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมสุริยันวิหารถึงถูกซ่อนเร้นไว้อย่างดี

เขาต้องใช้สมาธิอย่างมากในการเดินผ่านกับดักแต่ละอย่าง ค่อยๆ สังเกตพื้น สังเกตผนัง และเพดาน

เสียงฝีเท้าของพวกเสี่ยอุดมดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกมันคงไม่ยอมปล่อยให้เขาหลุดมือไปง่ายๆ

“ดร.กวินท์! ออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงเสี่ยอุดมดังขึ้นอีกครั้ง

“พวกแกมันไม่รู้จักเคารพสถานที่โบราณ!” ดร.กวินท์ ตะโกนกลับไป

เขาเดินมาถึงจุดที่ผนังถ้ำเริ่มกว้างขึ้น และมีทางแยกอยู่สามทาง

“ทางไหนดีนะ?” เขาคิด

บนผนังแต่ละทางมีสัญลักษณ์โบราณสลักอยู่ ดร.กวินท์ ใช้เวลาไม่นานในการพิจารณา

“สัญลักษณ์แห่งดวงจันทร์... สัญลักษณ์แห่งดวงดาว... และสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์” เขาพึมพำ

“รหัสลับสุริยัน... ต้องเป็นทางนี้!”

เขาเลือกเดินไปทางสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์

ทันใดนั้นเอง เสียงประตูกลไกโบราณก็ดัง “ครืดดด” ปิดกั้นทางเดินที่เหลือ

“แย่แล้ว! พวกมันจะเข้ามาได้!”

เขาหันกลับไปมอง เขาเห็นแสงไฟฉายของพวกเสี่ยอุดมกำลังส่องเข้ามา

“วิ่ง! ดร.กวินท์ วิ่ง!” เขาบอกตัวเอง

เขาเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินที่มืดมิดและคดเคี้ยว เสียงของพวกเสี่ยอุดมยังคงดังตามมาไม่ห่าง

เขามาถึงลานกว้างภายในถ้ำ ตรงกลางมีแท่นหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นนั้นมีสิ่งที่ดูเหมือน “วัตถุบางอย่าง” คลุมด้วยผ้าเก่าแก่

“นี่สินะ...” เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าจารึกกล่าวถึงอะไร

แต่ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปใกล้ เสียงปืนก็ดังขึ้น!

“ปัง! ปัง!”

กระสุนเฉียดศีรษะเขาไปเพียงนิดเดียว!

“พวกแกมันบ้าไปแล้ว!” ดร.กวินท์ หมอบลงหลบหลังแท่นหิน

“ส่งของมาซะดีๆ ดร.กวินท์! ไม่งั้นแกตายแน่!” เสี่ยอุดมตะโกน

“ไม่! ฉันจะไม่ยอมให้ของสำคัญนี้ตกไปอยู่ในมือพวกแก!” ดร.กวินท์ ยันกายลุกขึ้นยืน

เขาเห็นลูกน้องของเสี่ยอุดมประมาณสามคนกำลังเล็งปืนมาที่เขา

“ถ้าข้าสู้ไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องถ่วงเวลา!”

เขาถีบแท่นหินโบราณอย่างแรง!

แท่นหินล้มลงไปกระแทกพื้น เกิดเสียงดังสนั่น!

ผ้าที่คลุมวัตถุบางอย่างหลุดออก เผยให้เห็น “คัมภีร์โบราณ” ที่ดูเก่าแก่และล้ำค่า

“ฮ่าๆๆ! ในที่สุดก็เจอ!” เสี่ยอุดมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

แต่แล้ว สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น!

ขณะที่เสี่ยอุดมกำลังจะก้าวเข้ามา ก้อนหินขนาดมหึมาก็ร่วงลงมาจากเพดานถ้ำ!

“โครมมมม!”

มันปิดกั้นทางเข้าที่เสี่ยอุดมและลูกน้องเข้ามาอย่างพอดี!

“อะไรกันวะเนี่ย!” เสี่ยอุดมตะโกนด้วยความตกใจ

“นี่คือกับดักสุดท้ายของสุริยันวิหาร!” ดร.กวินท์ พึมพำ

เขาไม่รอช้า รีบคว้าคัมภีร์โบราณมาไว้ในอ้อมแขน

“ต้องรีบไปต่อแล้ว!”

เขาหันไปมองทางเดินที่เหลืออยู่ มันทอดลึกลงไปในความมืดมิด

“ถึงแม้จะหลุดจากพวกมันมาได้ แต่การผจญภัยครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้น...”

ในขณะที่เขาเดินจากมา เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวของเสี่ยอุดมก็ยังคงดังสะท้อนอยู่ในถ้ำโบราณแห่งนั้น

ดร.กวินท์ รู้ดีว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ “รหัสลับสุริยัน” ที่จะนำพาเขาไปสู่การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และอันตรายยิ่งกว่าที่เคยเจอมา

เขาจะสามารถไขปริศนาทั้งหมดได้หรือไม่? และผู้พิทักษ์แห่งสุริยันวิหารนั้น แท้จริงแล้วคือใคร?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!