รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 2 — เงามายาในม่านหมอก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,108 คำ

แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ สาดส่องลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบที่ปกคลุมผืนป่าดงดิบแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ความชื้นที่อบอ้าวและกลิ่นดินชุ่มน้ำปะปนกับกลิ่นดอกไม้ป่าลอยคละคลุ้ง อากาศรอบตัวราวกับจะระเบิดออกเป็นหยดน้ำ ดร. กวินท์ วัฒนากร นักโบราณคดีหนุ่มผู้มีแววตาเฉลียวฉลาดและร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับนักผจญภัย ‌กำลังก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ไหลซึมตามไรผมและลำคอ เขาชูแผนที่โบราณที่ถูกปิดผนึกไว้ในซองหนังอย่างแน่นหนา ดวงตาจับจ้องไปที่สัญลักษณ์บางอย่างที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษที่เก่าแก่จนเกือบจะเปื่อยยุ่ย

"ใกล้แล้วสินะ..." เสียงพึมพำของเขาดังลอดไรฟัน พร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ​เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งสภาพอากาศที่เลวร้าย ป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่า และที่สำคัญที่สุดคือ "พวกเขา" กลุ่มคนที่หมายมั่นจะช่วงชิงสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในถ้ำแห่งนี้ไป

ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังกรอบแกรบจากเบื้องหลังทำให้กวินท์ชะงัก เขาหันขวับไปมองด้วยความระแวง ‍มือข้างหนึ่งค่อยๆ วางทาบไว้ที่ด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋า ท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ที่กำลังร่วงโรยลงมา ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์สองคน แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ภายใต้หมวกปีกกว้าง แต่แววตาที่ฉายประกายคมกริบนั้นบ่งบอกถึงเจตนาที่ไม่ประสงค์ดี

"คุณ ดร. ‌กวินท์ ใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มเย็นของชายคนหนึ่งดังขึ้น ราวกับน้ำแข็งที่กำลังจะกัดกินทุกสิ่งทุกอย่าง

กวินท์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "พวกคุณคงไม่ได้เดินป่ามาชมทิวทัศน์แน่ๆ"

"เรามาเพื่อสิ่งเดียวกับคุณครับ" ชายอีกคนพูดแทรก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ‍"บางที... ของที่ท่านตามหา อาจจะเป็นของเรามากกว่า"

"ผมไม่เคยเห็นคนของท่านในประวัติศาสตร์โบราณเลยนะ" กวินท์ยอกย้อน "หรือพวกท่านเป็นทายาทผู้สืบทอดที่ซ่อนตัวมานาน?"

บทสนทนาที่เต็มไปด้วยการเหน็บแนมถูกขัดจังหวะด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ชายทั้งสองพุ่งเข้าหากวินท์พร้อมกัน คนหนึ่งใช้ท่อนไม้ที่แข็งแกร่งฟาดเข้าใส่ ขณะที่อีกคนพยายามจะคว้าแผนที่ในมือของเขา ​กวินท์ปัดป้องการโจมตีแรกอย่างว่องไว ก่อนจะหมุนตัวหลบการคว้า และใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องของชายที่พยายามจะแย่งแผนที่

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ชายคนนั้นเซถอยหลังไป กวินท์ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ชายอีกคน ที่กำลังจะใช้ท่อนไม้ฟาดซ้ำ เขาเอี้ยวตัวหลบอย่างหวุดหวิด ​ก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งรัดคออีกฝ่าย และใช้ไหล่กระแทกเข้าที่ด้านข้างลำตัวอย่างแรง

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงนกร้องและเสียงแมลงที่ดังระงม ป่าทึบที่เคยสงบเงียบกลับกลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ กวินท์ต่อสู้ด้วยความคล่องแคล่ว เขาใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ หลบหลีกการโจมตี และหาจังหวะสวนกลับ ชายทั้งสองแม้จะแข็งแรง ​แต่ก็ประมาทในความสามารถของนักโบราณคดีหนุ่มผู้นี้

"คิดจะแย่งของของข้าไปง่ายๆ อย่างนี้หรือ" กวินท์ตะคอก ขณะที่เขายกเท้าเตะเข้าที่เข่าของชายคนหนึ่งจนอีกฝ่ายทรุดลงไปกองกับพื้น

ชายอีกคนเห็นเพื่อนร่วมทางเสียท่า ก็โกรธจัด เขาคว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา กวินท์เห็นดังนั้นก็กัดฟัน เขาไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีทางเลือกอื่น

"ถอยไปเสีย" กวินท์เตือน "ผมไม่อยากทำร้ายพวกคุณ"

"ฝันไปเถอะ!" ชายคนนั้นตะโกน พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ด้วยมีดในมือ กวินท์หมุนตัวหลบคมมีดที่เฉียดผ่านใบหน้าไปเพียงคืบ เขาสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่ปะทะแก้ม ขนแขนลุกซู่

นี่คือสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา เขาไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่นักฆ่า แต่เขามีความจำเป็นต้องปกป้องสิ่งที่เขาค้นพบ เขาใช้จังหวะที่ชายคนนั้นเสียหลักจากการโจมตีพลาด พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือที่ถือมีดไว้แน่น บิดอย่างแรงจนมีดหลุดมือ กวินท์ไม่รอช้า ใช้หมัดซ้ายชกเข้าที่คางของอีกฝ่ายอย่างจัง

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง ชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร่างกายอ่อนระทวย กวินท์ยืนหอบหายใจ มองดูสภาพของคู่ต่อสู้ทั้งสองด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน แต่ก็โล่งใจที่สามารถเอาตัวรอดมาได้

"ครั้งหน้า... เตรียมตัวให้ดีกว่านี้" เขาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะรีบเก็บแผนที่เข้าที่เดิม และเร่งฝีเท้าเดินต่อไป

เมื่อเขาเดินลึกเข้าไปในป่า ความหนาแน่นของใบไม้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แสงแดดส่องลงมาได้น้อยลงเรื่อยๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นความเย็นยะเยือกผิดปกติ กลิ่นอับชื้นของถ้ำเริ่มลอยมาปะปนกับกลิ่นดิน

กวินท์ก้าวเท้าขึ้นไปบนเนินเล็กๆ แห่งหนึ่ง เบื้องหน้าของเขาคือหน้าผาหินขนาดมหึมาที่ปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวสด และมีเถาวัลย์เลื้อยพันไปทั่วราวกับเกราะป้องกันธรรมชาติ แต่ในบรรดาม่านสีเขียวเหล่านั้น กวินท์มองเห็นสิ่งที่เขาตามหา... ปากถ้ำโบราณแห่งหนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลงมาจากหน้าผา

"เจอแล้ว..." เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น การผจญภัยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เขาเดินตรงไปยังปากถ้ำ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเข้าไป เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นก็ดังมาจากเบื้องหลังอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับเสียงก่นด่าและเสียงของเหล็กที่เสียดสีกัน

"แกหนีไม่พ้นหรอกไอ้หน้าอ่อน!" เสียงตะโกนดังลั่น

กวินท์หันกลับไปมองด้วยความตกใจ เขาเห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง เดินออกมาจากเงามืดของป่า แต่ไม่ใช่สองคนเมื่อครู่ แต่เป็นกลุ่มใหญ่กว่านั้น ราวสี่ห้าคน แต่ละคนมีสีหน้าถมึงทึง และในมือของพวกเขามีอาวุธครบครัน ทั้งปืนสั้น ปืนลูกซอง และมีดเล่มใหญ่

"พวกแกเป็นใครกันแน่!" กวินท์ถามเสียงดัง เขาไม่เคยเจอคนของกลุ่มไหนที่ตามล่าเขาอย่างต่อเนื่องขนาดนี้

"แกไม่จำเป็นต้องรู้!" ผู้นำกลุ่มตะคอก "ส่งมอบแผนที่มาซะ แล้วเราจะปล่อยแกไป!"

"ฝันไปเถอะ!" กวินท์ตอบ พลางมองหาทางหนีทีไล่ เขาไม่สามารถต่อสู้กับคนจำนวนมากขนาดนี้ได้แน่

"งั้นเราก็คงต้องใช้กำลัง!" ผู้นำกลุ่มชี้นิ้วมาที่กวินท์ "จับเป็น! อย่าให้มันตายคาที่!"

เสียงปืนดังขึ้น! แต่ไม่ใช่ปืนที่ยิงใส่กวินท์ แต่เป็นเสียงปืนที่ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มโจร!

ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ ท่ามกลางความสับสนนั้น ร่างของชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำราวกับพายุ เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แต่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าสีเข้มที่เขาใส่ แววตาของเขาคมกริบ และดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"ใคร... ใครกัน?" ผู้นำกลุ่มโจรตะโกนถามด้วยความไม่เชื่อสายตา

ชายหนุ่มคนนั้นไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยกมือขึ้นชูนิ้วชี้ขึ้นฟ้า เป็นสัญญาณบางอย่างที่กวินท์ไม่เข้าใจ

ทันใดนั้น! เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มาจากทุกทิศทุกทาง! เสียงปืนที่ดังสะท้อนก้องป่า ทำให้ทุกคนตกตะลึง

ชายหนุ่มปริศนาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรด้วยความรวดเร็วราวกับเงา เขาเตะ ถีบ ต่อย และใช้เทคนิคการต่อสู้ที่กวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อน

"พวกแกมาจากไหนกัน!" ผู้นำกลุ่มโจรตะโกนถามด้วยความหวาดกลัว

"จากที่เดียวกับที่แกกำลังจะไป" เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มปริศนาตอบกลับมา

กวินท์ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความอึ้ง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนอื่นเข้ามาแทรกแซงในการต่อสู้ครั้งนี้ และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ กลุ่มโจรกลุ่มนี้ดูเหมือนจะถูกโจมตีโดยกลุ่มคนปริศนาอีกกลุ่มหนึ่ง!

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ชายหนุ่มปริศนาสามารถจัดการกับโจรไปได้หลายคนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีโจรอีกหลายคนโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้

"แก... แกเป็นใครกันแน่!" ผู้นำกลุ่มโจรตะโกนถามด้วยความโกรธจัด

"ฉันคือผู้ที่จะหยุดยั้งแก!" ชายหนุ่มปริศนาตอบ พร้อมกับยกขาขึ้นเตะเข้าที่กรามของผู้นำกลุ่มโจรอย่างแรง

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ผู้นำกลุ่มโจรเซถอยหลังไปอย่างโซซัดโซเซ

กวินท์เห็นโอกาส เขารีบวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มปริศนา

"คุณ... คุณคือใคร?" กวินท์ถาม น้ำเสียงสั่นเครือ

ชายหนุ่มปริศนาหันมามองกวินท์ด้วยแววตาที่เฉียบคม "ฉันคือคนที่มาเพื่อช่วยคุณ... และขัดขวางพวกเขา"

"พวกเขา... หมายถึงใคร?" กวินท์ถามต่อ

"พวกที่ต้องการครอบครอง 'รหัสสุริยัน' ของคุณ" ชายหนุ่มปริศนาตอบ "แต่ก่อนอื่น... เราต้องผ่าน 'ผู้เฝ้ามอง' ที่รออยู่ภายในถ้ำนี้เสียก่อน"

"ผู้เฝ้ามอง?" กวินท์ทวนคำ "หมายถึงอะไร?"

"หมายถึงกับดักและปริศนาที่รอคุณอยู่" ชายหนุ่มปริศนาตอบ "และดูเหมือนว่า... เวลาของเราจะเหลือน้อยเต็มทีแล้ว"

ทันใดนั้น! เสียงกึกก้องดังมาจากปากถ้ำ! แผ่นหินขนาดมหึมาที่เคยปิดบังทางเข้าอยู่ เริ่มเคลื่อนตัวเลื่อนออกไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่ซ่อนอยู่ภายใน พร้อมกับลมเย็นยะเยือกที่พัดออกมาจากเบื้องลึก

กวินท์มองตามแผ่นหินที่กำลังเลื่อนออกไปด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่เคยเห็นกลไกที่ซับซ้อนขนาดนี้มาก่อน

"มาเถอะครับ ดร. กวินท์" ชายหนุ่มปริศนาเอื้อมมือมาหากวินท์ "การผจญภัยของเรา... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว"

กวินท์มองมือที่ยื่นมาของชายหนุ่มปริศนา ก่อนจะหันกลับไปมองปากถ้ำที่กำลังเปิดออก ความมืดมิดเบื้องในดูเหมือนจะเชื้อเชิญและท้าทายเขาในเวลาเดียวกัน เขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มปริศนาคนนี้เป็นใคร หรือจะไว้ใจเขาได้มากน้อยแค่ไหน แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น

เขากำหมัดแน่น ก่อนจะคว้ามือของชายหนุ่มปริศนาไว้ และก้าวเท้าเข้าไปในความมืดมิดของถ้ำโบราณแห่งนั้น พร้อมกับคำถามที่ยังค้างคาใจ... อะไรคือ "ผู้เฝ้ามอง" ที่รอพวกเขาอยู่ข้างใน?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!