แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ยังคงสาดส่องผ่านม่านใบไม้หนาทึบที่ปกคลุมผืนป่าดงดิบแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แม้จะเลยช่วงเวลาเที่ยงวันมานาน แต่ความชื้นที่อบอ้าวและกลิ่นดินชุ่มน้ำปะปนกับกลิ่นดอกไม้ป่า ยังคงอบอวลอยู่รอบกาย ดร. กวินท์ วัฒนากร นักโบราณคดีผู้เปี่ยมด้วยไหวพริบ และทีมงานคู่ใจ กำลังย่ำฝ่าพงหญ้าสูงชัน ลำธารเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยคือเป้าหมายถัดไป หลังจากการเผชิญหน้ากับกับดักสุดอันตรายในถ้ำโบราณอันเร้นลับ ที่พวกเขาเพิ่งค้นพบเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับ "รหัสลับสุริยัน"
“ท่านอาจารย์ครับ เห็นรอยเท้าเยอะแยะเลยบริเวณนี้” เสียงของชินวัตร หรือ "ชิน" ลูกศิษย์เอกที่วิ่งนำหน้ามา รายงานหอบเหนื่อย ดวงตาคมกริบกวาดมองพื้นดินที่เต็มไปด้วยรอยด่างพร้อยของใบไม้ที่ถูกเหยียบย่ำ
กวินท์พยักหน้า เขาก้มลงสำรวจรอยเท้าเหล่านั้นอย่างละเอียด “ไม่ใช่รอยเท้าของคนป่าธรรมดาแน่ๆ ชิน รอยเท้าเหล่านี้ลึกและทิ้งระยะห่างอย่างสม่ำเสมอ แสดงว่าผู้เดินต้องมีน้ำหนักตัวมาก และมีลักษณะเร่งรีบ”
"หมายถึง... พวกนั้นตามเรามาหรือครับ?" นวลพรรณ หรือ "นวล" นักภาษาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ และเป็นหญิงสาวคนเดียวในทีม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล แววตาของเธอฉายประกายแห่งความระแวง
“ไม่แน่ นวล” กวินท์ตอบพลางลุกขึ้นยืน “เส้นทางที่เราเข้ามาในป่านี้ไม่ใช่ทางปกติ คนที่จะเดินเข้ามาถึงนี่ได้ ต้องมีความตั้งใจบางอย่าง หรือไม่ก็… ตามรอยเรามาจริงๆ”
"แล้วถ้าเป็นพวกเงามายาที่อาจารย์เคยเล่าให้ฟังล่ะครับ?" ชินถาม เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อย เขายังจำภาพหลอนที่พวกเขารับมือมาได้ไม่ลืม
กวินท์ส่ายหน้า “เงามายาจะไม่มีร่องรอยทางกายภาพแบบนี้ พวกมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากพลังงานบางอย่าง แต่นี่… นี่คือรอยเท้าจริงๆ” เขากล่าวเสริม “และดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาถึงที่นี่ไม่นานเท่าเรา”
ทันใดนั้น เสียงใบร่วงกราวก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้า เสียงนั้นดังกว่าปกติ ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว กวินท์ผงกศีรษะทันที เขาผายมือให้นวลและชินหมอบลงกับพื้น
“ระวัง! อาจจะมีอันตราย” กวินท์กระซิบเสียงเข้ม มือของเขากำมีดสั้นคู่ใจแน่น
พวกเขาคลานต่ำลงไปตามพื้นดินที่ชุ่มชื้น กลิ่นโคลนและใบไม้เน่าเปื่อยยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อพวกเขาค่อยๆ คืบคลานไปข้างหน้า ผ่านดงเฟิร์นสูงใหญ่ และต้นไม้ที่บิดเบี้ยว
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาทั้งสามคนต้องกลั้นหายใจ แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ส่องลงมายังลำธารสายเล็กๆ ที่กว้างพอประมาณ บริเวณปากลำธารนั้น ชายฉกรรจ์ร่างกำยำจำนวนหนึ่งกำลังยืนล้อมกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ คนกลุ่มหลังสวมเสื้อผ้าสีดำทะมึน ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุม ส่วนกลางลำธาร มีร่างของชายคนหนึ่งกำลังลอยคว้างอยู่เหนือผิวน้ำ ร่างนั้นถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เหล็กที่พันธนาการจากก้อนหินใต้น้ำ
“นั่นมัน… ท่านนายพล!” นวลอุทานเบาๆ เธอจำได้ทันทีว่าเป็นนายพลวีระศักดิ์ ผู้มีส่วนรู้เห็นในการค้นหา "รหัสลับสุริยัน" ครั้งนี้
“เขาทำอะไรกับท่านนายพล?” ชินถามอย่างไม่เข้าใจ
กวินท์เพ่งมองไปยังชายที่ถูกตรึงไว้ เขาเห็นนายพลวีระศักดิ์พยายามขัดขืน แต่ดูเหมือนพลังของโซ่เหล็กนั้นจะแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทานได้
“ดูนั่นสิ” กวินท์ชี้ไปยังกลุ่มคนชุดดำ มือของคนหนึ่งถือคฑาที่ปลายประดับด้วยอัญมณีสีแดงฉาน เมื่อเขาชูคฑาขึ้น แสงสีแดงก็เปล่งประกายออกมา พุ่งตรงไปยังนายพลวีระศักดิ์
“นี่มันพิธีกรรมบ้าอะไรกัน!” ชินพึมพำ
“ไม่ใช่พิธีกรรมบ้าๆ หรอกชิน” กวินท์ตอบเสียงเครียด “นี่คือการดูดกลืนพลังงานบางอย่าง”
ทันใดนั้น แสงสีแดงจากคฑาก็พุ่งเข้าสู่นายพลวีระศักดิ์ ร่างของท่านนายพลกระตุกเฮือก ใบหน้าซีดเผือดราวกับกำลังถูกสูบเลือด อัญมณีที่คฑาเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
“พวกเขาต้องการบางอย่างจากท่านนายพล” กวินท์วิเคราะห์ “บางทีอาจจะเป็นความทรงจำ หรือพลังงานที่เกี่ยวข้องกับ "รหัสลับสุริยัน””
“เราต้องช่วยท่านนายพล!” นวลกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“ใจเย็น นวล” กวินท์ห้าม “ตอนนี้พวกมันมีกำลังมากกว่าเรามาก ถ้าเราเปิดเผยตัวไปตอนนี้ เราอาจจะตกอยู่ในอันตรายเหมือนท่านนายพล”
ขณะที่กวินท์กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา!
“แย่แล้ว! พวกมันตามมาถึงแล้ว!” ชินร้องเตือน
กวินท์หันขวับไปมอง เห็นชายฉกรรจ์อีกสองคนในชุดสีดำ กำลังวิ่งตรงมาทางพวกเขา พวกเขามีอาวุธที่ดูคล้ายดาบยาวอยู่ในมือ
“ชิน! นวล! ไปทางซ้าย! หาที่หลบ!” กวินท์ตะโกนสั่ง
ทั้งสามรีบวิ่งหลบเข้าไปใต้พุ่มไม้หนาทึบ ฝีเท้าของพวกคนชุดดำดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงหอบหายใจของพวกเขาดังชัดเจน
“พวกแกหนีไม่พ้นหรอก!” ชายคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
กวินท์ยันตัวลุกขึ้น เขาเห็นว่าพวกคนชุดดำกำลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด “ชิน! หาทางเบี่ยงเบนความสนใจพวกมัน! นวล! ไปกับชิน!”
“แล้วท่านอาจารย์ล่ะคะ?” นวลถามด้วยความเป็นห่วง
“ข้าจะตามไปเอง! รีบไป!” กวินท์ผลักนวลเบาๆ
ชินพยักหน้า เขาคว้าแขนนวลวิ่งนำไปตามเส้นทางที่รกทึบกว่าเดิม กวินท์หันไปเผชิญหน้ากับพวกคนชุดดำ เขาเห็นว่าพวกมันกำลังจะก้าวเข้ามาในที่กำบังของเขา
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!” กวินท์ตะโกนเสียงดัง มือของเขาชักมีดสั้นออกมา
ชายสองคนหยุดชะงัก พวกเขามองกวินท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
“แกคือ ดร. กวินท์ สินะ!” ชายคนหนึ่งกล่าวเสียงเย็น “หัวหน้าใหญ่ของเราต้องการพบแก!”
“หัวหน้าใหญ่ของพวกแกคงต้องรอไปก่อน” กวินท์ตอบพลางตั้งท่าป้องกันตัว
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว กวินท์อาศัยความคล่องแคล่วว่องไวในการหลบหลีกคมดาบที่ฟาดฟันมาอย่างไม่ยั้ง เขาใช้มีดสั้นที่อยู่ในมือตอบโต้ สวนกลับทุกครั้งที่มีโอกาส
เพียงไม่นาน ชินและนวลก็กลับมา พวกเขาเห็นกวินท์กำลังต่อสู้อยู่กับคนชุดดำทั้งสองคน
“อาจารย์!” ชินร้อง
“พวกนั้นไม่ได้มาคนเดียว!” นวลเสริม
กวินท์เหลือบมองไปด้านหลังของพวกคนชุดดำ เห็นชายชุดดำอีกสามคนกำลังเดินตามมา พร้อมด้วยชายร่างใหญ่ที่สวมชุดเกราะสีดำ ใบหน้าของชายผู้นั้นดูดุร้ายยิ่งนัก
“แย่แล้ว! พวกเรากำลังจะถูกล้อม!” ชินกล่าว
ชายชุดเกราะสีดำก้าวออกมาข้างหน้า เขาชูมือข้างหนึ่งขึ้น เหนือฝ่ามือของเขามีวัตถุคล้ายลูกแก้วสีดำเรืองแสงอยู่
“ถึงเวลาจบเรื่องแล้ว ดร. กวินท์” ชายชุดเกราะกล่าวเสียงทุ้มลึก “แกไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่แกไม่เข้าใจ”
“ผมไม่เข้าใจอย่างเดียวคือ ทำไมพวกคุณถึงต้องทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้!” กวินท์สวนกลับ
ชายชุดเกราะยิ้มเยาะ “นี่ไม่ใช่ความโหดร้าย แต่นี่คือการรักษาสมดุลของโลก!”
ทันใดนั้น ลูกแก้วสีดำในมือของชายชุดเกราะก็เปล่งแสงจ้าขึ้น แสงนั้นขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่กวินท์
“อาจารย์!” นวลตะโกน
ชินรีบคว้าแขนนวลกระชากให้หลบออกไปด้านข้าง ขณะที่แสงสีดำกำลังจะปะทะเข้ากับกวินท์
แต่ก่อนที่แสงนั้นจะถึงตัวกวินท์ เสียงคำรามดังกึกก้องก็ดังขึ้นมาจากลำธาร!
ร่างของนายพลวีระศักดิ์ที่เคยถูกตรึงไว้ บัดนี้กำลังสลัดโซ่เหล็กออกอย่างน่าอัศจรรย์! พลังงานสีทองสว่างไสวแผ่กระจายออกมาจากร่างของท่านนายพล ปะทะเข้ากับลำแสงสีดำจากลูกแก้ว!
เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง แสงสีทองและแสงสีดำปะทะกันจนเกิดเป็นประกายไฟนับไม่ถ้วน ร่างของนายพลวีระศักดิ์ลอยขึ้นสูงเหนือลำธาร ดวงตาของท่านฉายประกายแห่งความแข็งแกร่ง
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!” ชายชุดเกราะร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
“เป็นไปได้สิ” นายพลวีระศักดิ์กล่าวเสียงกังวาน “พลังแห่งสุริยัน… ไม่ได้ถูกใครหน้าไหนจะมาช่วงชิงไปได้ง่ายๆ!”
นายพลวีระศักดิ์ใช้พลังที่กำลังพลุ่งพล่านพุ่งเข้าใส่พวกคนชุดดำอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ที่ดุเดือดได้อุบัติขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... กวินท์ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวดายอีกต่อไป
ขณะที่กวินท์ ชิน และนวล กำลังประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จู่ๆ ชายชุดดำที่ถือคฑาก็หันมามองทางพวกเขา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น
“แก… เป็นพวกเดียวกับมัน!” ชายชุดดำชี้มาที่กวินท์
ก่อนที่กวินท์จะได้ตอบอะไร ชายชุดดำคนนั้นก็ชูคฑาขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้… พลังงานที่พุ่งออกมาไม่ได้มาจากอัญมณีสีแดง แต่เป็นลำแสงสีดำทมิฬ ที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบข้าง!
ลำแสงนั้นพุ่งตรงมายังกลุ่มกวินท์อย่างรวดเร็ว!
“หลบ!” กวินท์ตะโกน
พวกเขาพยายามวิ่งหลบ แต่ลำแสงสีดำนั้นเร็วเกินกว่าที่พวกเขาจะหนีพ้น
ในวินาทีสุดท้าย กวินท์ผลักนวลกับชินให้พ้นจากวิถีของลำแสง แต่ตัวเขาเอง… ก็ถูกกระแสพลังงานอันมหาศาลนั้นพัดพาออกไป!
“อาจารย์!” เสียงของนวลและชินดังมาแต่ไกล
ร่างของกวินท์ลอยละลิ่วไปตามกระแสลำแสงสีดำ ก่อนจะหายลับไปในความมืดมิดของป่าทึบ ราวกับถูกกลืนกินเข้าไปในมิติอื่น…
นายพลวีระศักดิ์ที่กำลังต่อสู้อยู่ หันมามองทางที่กวินท์หายไป แววตาของท่านฉายประกายแห่งความกังวล…
บทสรุปของตอนนี้ คือ ดร. กวินท์ วัฒนากร ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ท่ามกลางการต่อสู้ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และปริศนาของ "รหัสลับสุริยัน" ก็ยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีก...

รหัสลับสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก