รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 8 — พันธนาการแห่งอักษรา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,121 คำ

แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ยังคงสาดส่องผ่านม่านใบไม้หนาทึบที่ปกคลุมผืนป่าดงดิบแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แม้จะเลยช่วงเวลาเที่ยงวันมานาน แต่ความชื้นที่อบอ้าวและกลิ่นดินชุ่มน้ำปะปนกับกลิ่นดอกไม้ป่าลอยคละคลุ้ง อากาศรอบตัวราวกับผ้าห่มที่หนักอึ้ง ทว่าภายในใจของ ดร. กวินท์ ‌วัฒนากร กลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบและตึงเครียด ราวกับกำลังวิ่งแข่งกับเวลา มือข้างหนึ่งประคองแผลที่พันผ้าพันแผลอย่างหยาบๆ ไว้แนบอก อีกข้างหนึ่งถือปืนสั้นประจำกาย กระสุนนัดสุดท้ายยังคงค้างอยู่ในรังเพลิง

หลังจากหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของ "กลไกแห่งเงา" ​ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังน้ำตก ดร. กวินท์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกับอสูรกายที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการรบกวนสมดุลพลังงานในถ้ำโบราณนั้น เขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนซ่อนตัวจากกลุ่มนักล่าปริศนาที่ยังคงตามล่าเขาอยู่ จนกระทั่งแสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องลงมา เขาจึงได้เห็นร่องรอยบางอย่างที่บ่งบอกถึงทางออก

"ยังไงก็ต้องไปต่อ" เสียงแหบพร่ากระซิบกับตัวเอง ‍ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อและคราบดิน ดวงตาคมกริบยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาจำคำเตือนของอาจารย์มรดกในความฝันได้ "หากพลังแห่งสุริยันถูกปลุกขึ้นมาโดยปราศจากการชี้นำอันถูกต้อง โลกจะตกอยู่ในความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์"

เขาคลำหา "ม้วนศิลา" ที่ได้มาจากการไขปริศนาแห่งอักษราในถ้ำ ก่อนหน้านี้ ‌เขาเคยเห็นภาพสลักบางส่วนที่เชื่อมโยงกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แต่ทว่าสัญลักษณ์บางตัวยังคงเป็นปริศนา ม้วนศิลานี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับทั้งหมด

"โชคดีที่ยังเหลือรอยแผลเก่าๆ จากการสำรวจครั้งก่อนๆ ไม่งั้นคงแย่กว่านี้" เขาพึมพำขณะปีนป่ายก้อนหินที่ลื่นจากความชื้น พืชพรรณเขตร้อนหนาทึบปกคลุมทุกสิ่ง ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้

ทันใดนั้น ‍เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังใกล้เข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ย่ำไปบนพื้นดินแห้ง เสียงกิ่งไม้หักดังกร๊อบแกร๊บ เขาชะงัก ฝ่ามือเย็นเฉียบ เขาหรี่ตาลงมองผ่านม่านใบไม้

"พวกมันตามมาอีกแล้ว"

กลุ่มคนประมาณห้าถึงหกคนในชุดสีดำสนิท กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วผิดมนุษย์ ​พวกเขามีอาวุธครบมือ และสายตาของพวกเขากวาดสแกนไปทั่วบริเวณอย่างไม่ลดละ

"พวกแกแน่ใจนะว่ามาทางนี้?" เสียงหนึ่งดังขึ้น "ฉันได้กลิ่นเลือดจางๆ"

"แน่ใจสิ หัวหน้าเห็นรอยเลือดนั่นเอง" อีกเสียงตอบ

ดร. กวินท์ รู้ดีว่าเขาไม่มีเวลามากพอที่จะหลบหนีไปเรื่อยๆ ​การบาดเจ็บทำให้ความเร็วของเขาเสียเปรียบ เขาต้องหาที่กำบังที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุด คือต้องหาทางทำให้พวกเขาตามเขาไม่เจอ

เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่เขาเพิ่งออกมา เห็นรอยเลือดที่ไหลซึมออกมาจากแผลของเขาเอง มันคือร่องรอยที่เลวร้ายที่สุด เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

"ต้องล่อพวกมันไปทางอื่น"

เขาหยิบก้อนหินขนาดพอเหมาะขึ้นมา แล้วขว้างมันออกไปทางด้านซ้ายของทิศทางที่เขาจะไป ​เสียงก้อนหินกระทบใบไม้และกิ่งไม้ดังพอจะดึงดูดความสนใจได้

"นั่นไง! ไปทางนั้น!"

เสียงตะโกนดังขึ้น และกลุ่มนักล่าก็เปลี่ยนทิศทาง ดร. กวินท์ ไม่รอช้า รีบใช้จังหวะนี้เร่งความเร็วเท่าที่ร่างกายจะอำนวย เขาซอกแซกผ่านพงหนาม วิ่งลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่ หายเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของป่า

ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดกลับแข็งแกร่งกว่า เขารู้ว่าถ้าถูกจับได้ ผลลัพธ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย

หลายชั่วโมงผ่านไป เขาอาศัยความรู้เรื่องป่าที่สั่งสมมา หลบหลีกเส้นทางที่คนทั่วไปจะเดิน ดื่มน้ำจากลำธารเล็กๆ ที่ไหลเอื่อย และกินผลไม้ป่าที่พอจะจำแนกได้ว่าปลอดภัย

เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงเย็น แสงอาทิตย์เริ่มลดน้อยลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอมม่วง เขามาถึงริมลำธารสายใหญ่ที่ไหลค่อนข้างเชี่ยว

"ต้องข้ามไป" เขาบอกตัวเอง "พวกมันไม่น่าจะคาดคิดว่าฉันจะข้ามลำธารที่เชี่ยวขนาดนี้"

เขาประเมินกระแสน้ำอย่างระมัดระวัง ถึงแม้จะอ่อนแรง แต่เขาก็ยังมีความแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับกระแสน้ำที่ไม่รุนแรงจนเกินไป เขาถอดเสื้อตัวนอกออก ผูกปลายเสื้อกับปืนสั้น เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะไม่เปียกน้ำและเสียหาย

"เอาล่ะนะ"

เขาปล่อยตัวลงสู่น้ำทันที กระแสน้ำกระโชกแรงดึงเขาไปตามทาง แต่เขาก็พยายามใช้แขนและขาป่ายไปหาฝั่งตรงข้ามอย่างสุดกำลัง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาปนกับน้ำในลำธาร

ในขณะที่กำลังจะถึงฝั่ง ท่อนไม้ขนาดใหญ่ก็ลอยมาตามน้ำ ดร. กวินท์ พยายามหลบ แต่พลาด ท่อนไม้ปะทะเข้าที่สีข้างอย่างจัง ทำให้เขาเสียหลัก จมลงไปใต้น้ำชั่วขณะ

"อึก!"

เขาสำลักน้ำ พยายามดันตัวขึ้นมาสูดอากาศ แต่ท่อนไม้ก็ยังคงกีดขวางอยู่ เขามองเห็นแสงรำไรจากผิวน้ำด้านบน เขาพยายามตะเกียกตะกายไปอีกครั้ง

ทันใดนั้น แขนข้างหนึ่งก็คว้าเข้าที่แขนเสื้อของเขา ดึงเขาขึ้นมาอย่างแรง

"ใครน่ะ!"

ดร. กวินท์ หันไปมองด้วยความตกใจ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่า

หญิงสาวร่างเล็กในชุดพื้นเมืองสีเข้ม ใบหน้าของเธอดูอ่อนเยาว์ แต่แววตาฉายแววเข้มแข็งและรอบรู้ สวมปลอกแขนที่ทำจากหนังสัตว์ และมีรอยสักโบราณปรากฏอยู่บนแผ่นหลังของเธอ

"ไม่ต้องตกใจหรอก ท่านผู้มาเยือน" เสียงของเธอหวานใส แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันเห็นท่านกำลังลำบาก"

"เธอ... เธอเป็นใคร?" ดร. กวินท์ ถามอย่างงุนงง

"ฉันชื่อ "แก้ว" เป็นคนจากหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่" เธอตอบพร้อมยิ้มบางๆ "ท่านดูไม่เหมือนคนในแถบนี้เลย"

"ฉัน... ฉันกำลังหลบหนี" ดร. กวินท์ พูดตรงๆ "มีคนกำลังตามล่าฉัน"

แก้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ฉันเห็นร่องรอยพวกมันแล้ว พวกมันน่ากลัวจริงๆ"

"เธอรู้เหรอว่าพวกมันเป็นใคร?"

"ฉันไม่รู้ชื่อที่แน่ชัด แต่พวกมันเป็นพวก 'เงา' ที่ถูกส่งมาเพื่อตามล่าผู้ที่ล่วงรู้ความลับโบราณ" แก้วตอบ ดวงตาของเธอทอประกายบางอย่างที่ ดร. กวินท์ อ่านไม่ออก "หมู่บ้านของฉันเฝ้าระวังเรื่องนี้มานานหลายชั่วอายุคน"

"ความลับโบราณ? หมายถึง... สุริยัน?"

แก้วพยักหน้า "ใช่ สุริยันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และอันตราย หากตกอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี"

ดร. กวินท์ รู้สึกว่าเขามาถูกทางแล้ว "ฉันกำลังตามหาสถานที่บางแห่ง... วิหารสุริยัน"

แก้วมองเขาอย่างพิจารณา "วิหารสุริยัน... เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และอันตราย เป็นที่ซ่อนของกุญแจแห่งพลังโบราณ แต่เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคและกับดัก"

"ฉันรู้" ดร. กวินท์ กล่าว "แต่ฉันจำเป็นต้องไปให้ถึงที่นั่น"

"ถ้าเช่นนั้น ท่านต้องพักฟื้นก่อน" แก้วพูด "แผลของท่านดูหนักทีเดียว"

เธอพา ดร. กวินท์ ไปยังกระท่อมเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่า ซึ่งมีลักษณะเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น แก้วใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่เธอเก็บมา นำมาตำและทาที่แผลของ ดร. กวินท์ ความเย็นของสมุนไพรช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้เป็นอย่างดี

ขณะที่แก้วกำลังพันผ้าพันแผลให้เขา ดร. กวินท์ ก็ได้สังเกตเห็นลวดลายแปลกตาบนปลอกแขนของเธอ ลวดลายเหล่านั้นคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์บางอย่างที่เขาเห็นในม้วนศิลา

"แก้ว... สัญลักษณ์พวกนี้..." ดร. กวินท์ ชี้ไปที่ปลอกแขนของเธอ "เธอรู้ความหมายของมันหรือเปล่า?"

แก้วมองที่สัญลักษณ์นั้น แล้วยิ้ม "นี่คือสัญลักษณ์ของ 'ผู้พิทักษ์' มันคือรหัสลับที่สืบทอดกันมา เพื่อบ่งบอกถึงผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องความลับแห่งสุริยัน"

"ผู้พิทักษ์..." ดร. กวินท์ ทวนคำ "แล้ว... พวกเขากำลังปกป้องอะไร?"

"พวกเขาปกป้องสมดุลของพลังงานบนโลกนี้" แก้วตอบอย่างจริงจัง "และตามหาผู้ที่ถูกเลือก ผู้ที่จะนำความสมดุลกลับคืนมา"

"ผู้ที่ถูกเลือก..." ดร. กวินท์ คิดถึงคำพยากรณ์ที่เขาเคยได้ยินมา "แล้ว... เธอคิดว่าฉันคือคนผู้นั้นหรือเปล่า?"

แก้วมองเข้าไปในดวงตาของ ดร. กวินท์ อย่างลึกซึ้ง "ท่าน ดร. กวินท์ วัฒนากร... ดวงตาของท่านฉายแววของความมุ่งมั่น และความเสียสละ... ข้าเชื่อว่าโชคชะตาได้นำพาให้เรามาพบกันในวันนี้"

"แล้ว... ม้วนศิลาที่ฉันมีล่ะ? มันมีความหมายอย่างไร?" ดร. กวินท์ ชูม้วนศิลาขึ้นมา

แก้วรับม้วนศิลามาพลิกดูอย่างพิจารณา "อักษราโบราณเหล่านี้... มันคือ 'คัมภีร์แห่งกาล' เป็นบันทึกของเหล่านักปราชญ์ในอดีตที่ได้ค้นพบวิธีควบคุมพลังแห่งสุริยัน"

"แล้วมันนำไปสู่ที่ไหน?"

"มันคือแผนที่... แผนที่ที่จะนำท่านไปยังใจกลางวิหารสุริยัน" แก้วชี้ไปที่สัญลักษณ์บางอย่างบนม้วนศิลา "แต่... สัญลักษณ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่แผนที่เท่านั้น มันยังเป็นปริศนา... และเป็นคำเตือน"

"คำเตือนอะไร?"

"คำเตือนเกี่ยวกับ 'พันธนาการแห่งอักษรา'" แก้วกล่าวเสียงเครียด "พลังที่ถูกจารึกไว้ในอักษราเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถควบคุมได้โดยง่าย หากผิดพลาด... มันอาจย้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้เอง"

ทันใดนั้น เสียงลมหวีดหวิวที่ดังผิดปกติก็ดังขึ้นจากภายนอกกระท่อม

"พวกมันมาแล้ว!" แก้วอุทาน

ดร. กวินท์ รีบลุกขึ้น มือคว้าปืนสั้นประจำกาย "เร็ว! เราต้องไปจากที่นี่!"

"ไม่ทันแล้ว!" แก้วรีบคว้าดาบสั้นที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อ "ข้าจะถ่วงเวลาให้ท่าน ท่านต้องรีบไปก่อน!"

"ไม่! ฉันไม่ทิ้งเธอไว้คนเดียว!" ดร. กวินท์ ยืนกราน

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ และเงาดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู

"พวกเงา... พวกมันมาถึงแล้ว" แก้วกล่าว "ท่าน ดร. กวินท์... โปรดไปเถิด! จงไปให้ถึงวิหารสุริยัน! นี่คือคำขอร้องสุดท้ายของข้า!"

แต่ก่อนที่ ดร. กวินท์ จะได้ตอบ เสียงตะโกนอันดังสนั่นก็ดังมาจากด้านนอก "กวินท์! เราต้องไปเดี๋ยวนี้!"

ดร. กวินท์ หันไปมอง เสียงนั้น... มันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ

แสงสว่างวาบหนึ่งสาดเข้ามาจากด้านนอก ดาบเล่มหนึ่งฟาดฟันเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ใครกันแน่ที่มา? และพันธนาการแห่งอักษราจะปลดปล่อย หรือจะกลืนกินเขา?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!