รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 12 — เงามรณะในป่าใหญ่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,026 คำ

ความเย็นยะเยือกที่สัมผัสได้จากปลายนิ้วมือของ ดร. กวินท์ วัฒนากร ไม่ใช่เพียงไอเย็นของความมืดยามราตรี แต่เป็นความเย็นเยียบที่แฝงเร้นไปด้วยอันตราย ยิ่งกว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ความรู้สึกระแวงที่เริ่มกัดกินจิตใจก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ‌เสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงลมแผ่วเบา หรือเสียงสัตว์ป่าที่หากินกลางคืน ล้วนถูกตีความไปในทางที่น่าหวาดหวั่น

"คุณกวินท์คะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาของเจนจิรา ดังลอดเข้ามาในโสตประสาท กวินท์สะดุ้งเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าซีดเซียวของเธอภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดกิ่งก้านสาขาของต้นไม้สูงใหญ่ "ฉันรู้สึกแปลกๆ ​ค่ะ เหมือนมีใครกำลังจับตามองเราอยู่"

กวินท์พยักหน้ารับ เขาก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน จิตสัมผัสของนักโบราณคดีที่คุ้นเคยกับการสำรวจสถานที่ลึกลับ ช่วยให้เขารับรู้ถึงภัยคุกคามที่มองไม่เห็นได้ดีกว่าใคร "ระวังตัวให้มากนะเจน อย่าปล่อยให้อะไรมารบกวนสมาธิเด็ดขาด"

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่ตั้งแคมป์เล็กๆ ‍ของพวกเขา แสงไฟฉายสาดส่องไปทั่ว แต่กลับมองเห็นเพียงความมืดทึบที่แผ่ขยายออกไปจนสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้สูงใหญ่ที่เรียงรายอยู่รอบทิศ เป็นเหมือนกำแพงธรรมชาติที่บดบังทัศนียภาพ และสร้างเงาตะคุ่มที่ดูเหมือนจะขยับไหวได้ตลอดเวลา

"อาจจะเป็นแค่สัตว์ป่าค่ะ" สมศักดิ์ พลทหารอาสาที่คอยคุ้มกันทีมอยู่เสมอ ‌พยายามปลอบประโลม แต่เสียงของเขาก็แฝงด้วยความกังวลไม่แพ้กัน "ป่าแถวนี้มีสัตว์ป่าชุกชุม"

"สัตว์ป่าทั่วไปไม่น่าจะทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้" กวินท์ตอบเสียงเครียด เขาเหลือบมองไปทางด้านหลังของสมศักดิ์ ซึ่งเป็นทิศทางที่เขาได้ยินเสียงบางอย่างแว่วมาเป็นระยะๆ "พวกคุณทั้งสองคน ระวังหลังให้ดีนะ"

ทันใดนั้นเอง ‍เสียงหักกิ่งไม้ดังกรอบแกรบมาจากทางด้านหลังของสมศักดิ์ สมศักดิ์หันขวับไปทันที แสงไฟฉายสาดส่องไป แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

"เมื่อกี้มีเสียงอะไรน่ะคะ" เจนจิราถามเสียงสั่น

"ไม่แน่ใจ" สมศักดิ์ตอบ พลางก้าวเท้าถอยหลังมาประชิดกับกวินท์มากขึ้น "แต่ฉันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ"

วินาทีต่อมา ​ทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงแว่วหวานที่เคยได้ยินจากที่ไกลๆ บัดนี้ดังใกล้เข้ามาอย่างน่าประหลาดใจ มันไม่ใช่เสียงนกร้อง หรือเสียงลม แต่เป็นเสียงที่ชวนให้ขนลุกขนพอง เสียงนั้นดังมาจากทุกทิศทางราวกับว่าป่าทั้งป่ากำลังประสานเสียงร้องออกมาพร้อมกัน

"ถอย!" กวินท์ตะโกน ​พร้อมกับคว้าแขนเจนจิราให้ถอยกลับมาอยู่ข้างหลังเขา

เงาดำทะมึนขนาดมหึมา ลอยขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องหน้า ร่างนั้นคล้ายมนุษย์ แต่มีรูปร่างที่ผิดเพี้ยน ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงก่ำ น่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อ มันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับเงาที่ถูกปลดปล่อยออกจากที่คุมขัง

"อะไรนั่น!" สมศักดิ์อุทานด้วยความตกตะลึง

"ไม่ใช่สัตว์ป่าแน่นอน" ​กวินท์กัดฟันกรอด เขาดึงมีดสั้นคู่ใจออกมาจากซอง "เตรียมตัวให้พร้อม!"

เงาปีศาจนั้นพุ่งเข้าใส่สมศักดิ์อย่างรวดเร็ว สมศักดิ์ยกปืนขึ้นเล็ง แต่ด้วยความเร็วของศัตรู เขาแทบจะไม่มีเวลาตั้งตัว เงาดำนั้นวาดแขนที่ยาวผิดปกติเข้าปัดปืนออกจากมือสมศักดิ์ก่อนที่เขาจะทันได้เหนี่ยวไก

"รับมือมัน!" กวินท์ร้องบอก เขาพุ่งเข้าประกบเงาปีศาจด้วยความเร็วสูง มีดสั้นในมือเปล่งประกายสะท้อนแสงจันทร์ กวินท์ฟันเข้าใส่ แต่มีดนั้นกลับเฉือนผ่านอากาศไปอย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่าเงาปีศาจนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

"มันสัมผัสไม่ได้!" เจนจิราอุทานด้วยความตกใจ

"ไม่ใช่!" กวินท์สวนกลับ "มันแค่เร็วมาก!"

เงาปีศาจหมุนตัวอย่างรวดเร็ว สร้างแรงลมปะทะให้ร่างของกวินท์เซถอยหลัง เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น เป็นพลังงานที่เย็นยะเยือกและน่าสะพรึงกลัว

"มันคืออะไรกันแน่!" สมศักดิ์ร้องถาม ขณะที่เขาพยายามคว้าปืนที่กระเด็นไปตกอยู่ไม่ไกล

"ไม่รู้สิ! แต่มันอันตรายมาก!" กวินท์ตอบ เขาสังเกตเห็นว่าเงาปีศาจนั้นดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเมื่อมีแสงจันทร์ส่องถึง

"เราต้องหนี!" เจนจิราตะโกน

"หนีไปไหน!" สมศักดิ์โต้กลับ "เราติดอยู่กลางป่าแบบนี้!"

กวินท์มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เขาสังเกตเห็นว่าเงาปีศาจนั้นไม่ได้โจมตีอย่างบ้าคลั่ง แต่มันเหมือนจะกำลังเล่นสนุกกับพวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวและสับสน

"มันกำลังล่อเรา!" กวินท์พูดขึ้น "มันต้องการให้เราวิ่งหนี แล้วมันจะไล่ล่าเรา"

"แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ?" เจนจิราถาม

"เราต้องสู้!" กวินท์ตอบอย่างหนักแน่น "แต่เราต้องหาวิธีสัมผัสตัวมันให้ได้ก่อน"

ขณะที่กวินท์กำลังคิดหาแผนการ เงาปีศาจก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตี แต่กลับหมุนวนไปรอบๆ พวกเขา สร้างพายุหมุนเล็กๆ ที่พัดพาเศษใบไม้และกิ่งไม้ให้ปลิวว่อน

"นี่มันอะไรกัน!?" สมศักดิ์ร้องถาม เมื่อเขารู้สึกว่าพื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือน

"มันกำลังจะทำลายที่พักของเรา!" กวินท์ตะโกน "เจน! หาที่กำบัง!"

เจนจิราวิ่งไปหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ ขณะที่กวินท์และสมศักดิ์ยืนประจันหน้ากับเงาปีศาจ

เงาปีศาจคำรามก้องป่า ร่างของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลืนกินแสงจันทร์ทั้งหมดที่ส่องลงมา ดวงตาที่เรืองแสงสีแดงก่ำนั้นเต็มไปด้วยความอำมหิต

"มันกำลังใช้พลังงานจากธรรมชาติ!" กวินท์อุทาน "มันดูดซับพลังงานจากความมืดและจากป่า!"

"แล้วเราจะสู้กับมันได้อย่างไร?" สมศักดิ์ถาม พลางยกปืนขึ้นมาอีกครั้ง

"เราต้องทำให้แสงสว่างเข้าถึงมันให้ได้!" กวินท์บอก "ถ้าเราทำให้มันแพ้แสงได้ เราก็มีโอกาส!"

ขณะที่กวินท์กำลังคิดวิธี เขาเหลือบไปเห็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล ก้อนหินนั้นมีลักษณะแปลกประหลาด ราวกับว่ามีลวดลายบางอย่างสลักเสลาอยู่บนผิว

"สมศักดิ์! ช่วยฉันลากก้อนหินนั่นมา!" กวินท์สั่ง

สมศักดิ์มองก้อนหินนั้นด้วยความสงสัย แต่ก็รีบวิ่งไปช่วยกวินท์ลากก้อนหินขนาดมหึมานั้นมาอย่างทุลักทุเล

เงาปีศาจยังคงหมุนวนไปรอบๆ ราวกับกำลังรอคอยโอกาสที่จะโจมตี

"มันไม่ยอมให้เราทำอะไรแน่" สมศักดิ์พูดพลางหอบหายใจ

"เราต้องลองดู!" กวินท์ตอบ ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพยายามดันก้อนหินนั้นไปทางทิศที่เงาปีศาจกำลังยืนอยู่

ทันใดนั้นเอง เงาปีศาจก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เล่นสนุก แต่มุ่งมั่นที่จะหยุดยั้งพวกเขาให้ได้

"ถอย!" กวินท์ตะโกน

เงาปีศาจวาดแขนเข้าใส่สมศักดิ์ สมศักดิ์พยายามปัดป้อง แต่แรงปะทะนั้นมหาศาล สมศักดิ์กระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้จนสลบไป

"สมศักดิ์!" เจนจิราตะโกนด้วยความตกใจ

กวินท์มองดูสมศักดิ์ที่ล้มลงไปอย่างหมดสติ เขารู้สึกถึงความโกรธที่พุ่งพล่าน แต่ก็พยายามควบคุมสติ

"ถึงตาแกแล้ว!" กวินท์พูดเสียงเย็น เขาเหลือบมองไปยังก้อนหินที่ยังคงอยู่ใกล้ๆ

เงาปีศาจหันมามองกวินท์ด้วยดวงตาที่ลุกโชน มันดูเหมือนจะรู้ว่ากวินท์กำลังวางแผนอะไรบางอย่าง

"แกจะทำอะไรกับก้อนหินนั่น!" เสียงของเงาปีศาจดังขึ้น เป็นเสียงที่แหบแห้งและน่ากลัว

กวินท์ไม่ได้ตอบ เขาพุ่งตัวเข้าใส่เงาปีศาจอย่างไม่กลัวตาย มีดสั้นในมือพร้อมที่จะฟาดฟัน

เงาปีศาจหัวเราะเยาะ มันวาดแขนเข้าปัดกวาดกวินท์ แต่คราวนี้กวินท์ไม่ได้หลบ เขาใช้จังหวะที่เงาปีศาจปัดป้อง พุ่งตัวไปที่ก้อนหิน และออกแรงผลักสุดกำลัง

ก้อนหินขนาดมหึมากลิ้งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ด้วยแรงที่กวินท์ผลักเข้าไป มันก็ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปทางเงาปีศาจ

เงาปีศาจตกใจ มันพยายามที่จะหยุดก้อนหิน แต่ร่างของมันกลับดูเชื่องช้าลงเมื่ออยู่ใกล้ๆ ก้อนหิน

"นั่นไง!" กวินท์ตะโกน "มันไม่ชอบแสงจากก้อนหินนี่!"

ก้อนหินกลิ้งไปทับร่างของเงาปีศาจ มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันเริ่มสลายไปเป็นละอองแสงสีดำ

"อย่าเพิ่งตายนะ!" กวินท์ตะโกน "บอกฉันมา! แกคืออะไร!"

เงาปีศาจกระเสือกกระสนอยู่ใต้ก้อนหิน ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ เหลือเพียงเสียงกระซิบสุดท้ายที่แผ่วเบา "ความลับ...สุริยัน..."

กวินท์ยืนหอบหายใจ เขาหันไปมองสมศักดิ์ที่ยังคงนอนหมดสติอยู่ เจนจิราวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

"คุณกวินท์คะ! เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?"

"ฉันไม่เป็นไร" กวินท์ตอบเสียงหอบ "แต่สมศักดิ์..."

"เราต้องรีบช่วยเขาค่ะ" เจนจิราพูด

กวินท์พยักหน้ารับ เขาก้มลงไปดูสมศักดิ์ และพบว่าเขายังคงหายใจอยู่ แต่ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บจากการถูกเหวี่ยง

"เราต้องพักก่อน" กวินท์บอก "และต้องหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"

เขามองไปรอบๆ ป่าที่กลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง แต่ความรู้สึกหวาดกลัวที่เคยมี กลับถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น

"ความลับสุริยัน..." กวินท์ทวนคำสุดท้ายที่ได้ยินจากเงาปีศาจ "มันหมายถึงอะไรกันแน่?"

ความมืดที่เคยน่ากลัว บัดนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันเหมือนกำลังปกปิดบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และอันตรายกว่าที่เขาเคยคาดคิด

เขาต้องค้นหาความจริงให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!