ความเย็นยะเยือกที่แฝงเร้นนั้น ค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นจน ดร. กวินท์ วัฒนากร ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่ความเย็นจากอากาศยามวิกาลที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นความเย็นที่เสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังสัมผัสร่างของเขาอยู่ตลอดเวลา เขาพยายามระงับลมหายใจให้เบาที่สุด สายตาคู่คมกวาดมองไปรอบตัวในความมืดสลัวที่เริ่มก่อตัวเป็นเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้หนาทึบ
“ใครอยู่ตรงนั้น” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่เริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่ขึ้นมาแทนที่ความเงียบงัน แต่ถึงกระนั้น ดร. กวินท์ ก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในม่านหมอกอันหนาทึบที่เริ่มปกคลุมผืนป่า การสัมผัสเย็นเยียบนั้นไม่ได้หายไปไหน มันยังคงอยู่ และดูเหมือนจะใกล้เข้ามาอีกด้วย
เขาค่อยๆ ชักมีดสั้นคู่ใจออกมา ถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม ร่างกายบิดเกร็งพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวัน ถูกแทนที่ด้วยอะดรีนาลินที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย เขาถอยหลังช้าๆ เหยียบย่ำไปบนใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น เสียงกรอบแกรบดังขึ้นเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของเขา
ทันใดนั้นเอง ม่านหมอกก็พลันพัดโชยแรงขึ้นอย่างผิดปกติ ก่อให้เกิดคลื่นหมอกหมุนวนไปมา ทำให้ทัศนวิสัยยิ่งแย่ลงไปอีก เขาเห็นเงาดำทะมึนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงาของสายลมที่พัดผ่านเข้ามา ดวงตาของเขาพยายามเพ่งมองจับจ้อง แต่ก็ทำได้เพียงเห็นภาพเลือนราง ราวกับว่าเงาดำนั้นกำลังล้อเล่นกับประสาทสัมผัสของเขา
“อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งในม่านหมอก เสียงนั้นฟังดูคุ้นหู แต่ในสภาวะที่ตึงเครียดนี้ เขาก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นเสียงของใคร
“แกคือใคร?” ดร. กวินท์ ถามกลับ เสียงของเขายังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายชัด
“คำถามที่ไร้สาระ” เงาดำนั้นตอบกลับ เสียงหัวเราะหึๆ ดังลอดออกมาจากลำคอ “ตอนนี้ แกควรจะกังวลถึงชีวิตของตัวเองมากกว่า”
เงาดำนั้นปรากฏตัวออกมาจากม่านหมอกอย่างชัดเจนขึ้น มันคือชายร่างสูงใหญ่ สวมชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืด ใบหน้าของเขาถูกอำพรางด้วยผ้าคลุมที่ปิดบังเกือบทั้งหมด เหลือเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิตภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านกิ่งก้านใบไม้มาเพียงริบหรี่
“แกคือคนที่ส่งคนมาขวางข้าใช่หรือไม่” ดร. กวินท์ถาม สังหรณ์ใจไม่ดี
“ข้าก็แค่ทำหน้าที่ของข้า” ชายชุดดำกล่าว “และหน้าที่ของข้าในตอนนี้คือหยุดยั้งแก”
พูดจบ ชายชุดดำก็พุ่งเข้ามาหาราวกับพายุ มีดสั้นในมือของเขาเปล่งประกายวับวาว ดร. กวินท์ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด เขากระโดดหลบหลีกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว มีดสั้นของชายชุดดำเฉี่ยวผ่านอากาศไปเพียงเสี้ยววินาที
การต่อสู้ที่ดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางม่านหมอกที่ยังคงปกคลุมหนาทึบ ดร. กวินท์อาศัยความคล่องแคล่วว่องไวในการหลบหลีก ขณะที่ชายชุดดำใช้พละกำลังและความแข็งแกร่งเข้าปะทะ การเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด มีเพียงเสียงกระทบกันของมีดสั้นที่ดังเป็นระยะๆ
“แกมาจากไหน?” ดร. กวินท์พยายามหาข้อมูล “แกทำงานให้กับใคร?”
“คำถามเดิมๆ” ชายชุดดำตอบอย่างหงุดหงิด “เจ้าจะรู้ไปทำไม? เตรียมใจรับความพ่ายแพ้ไปเสียเถอะ”
ชายชุดดำเพิ่มความเร็วในการโจมตีขึ้นอีก เขาเหวี่ยงมีดสั้นเข้าใส่ ดร. กวินท์ต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ พลางสังเกตการณ์คู่ต่อสู้ไปด้วย เขาพบว่าชายชุดดำมีความชำนาญในการใช้มีดสั้นอย่างยิ่ง ท่าทางการโจมตีของเขาดูประณีตและแม่นยำ ราวกับได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
“แกไม่ได้มาจากองค์กรธรรมดาทั่วไปแน่” ดร. กวินท์พึมพำกับตัวเอง “หน่วยข่าวกรอง? หรือว่า…หน่วยพิเศษ?”
“อย่าคิดมากไปเลย” ชายชุดดำหัวเราะ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอดของแกต่างหาก”
ชายชุดดำพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ดร. กวินท์ตั้งรับอย่างระมัดระวัง เขาเห็นช่องว่างเล็กๆ น้อยๆ ในการโจมตีของคู่ต่อสู้ และตัดสินใจเสี่ยง
“ตอนนี้แหละ!” เขากล่าว ในขณะที่หลบหลีกการฟันจากด้านบน ดร. กวินท์ใช้จังหวะที่ชายชุดดำเสียหลักเล็กน้อย พุ่งมีดสั้นเข้าใส่เข้าที่สีข้างของอีกฝ่าย
แต่ชายชุดดำก็ไม่ได้เป็นรอง เขาสามารถหันร่างกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และใช้แขนข้างที่ไม่ได้ถือมีดปัดป้องการโจมตีของ ดร. กวินท์ได้อย่างเฉียดฉิว
“ฝีมือดีไม่เลว” ชายชุดดำเอ่ยชม แต่ในน้ำเสียงก็แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “แต่ยังไม่ดีพอ”
เขากระชากแขนของ ดร. กวินท์ออก และใช้เทคนิคการต่อสู้ที่รวดเร็วและหนักหน่วงเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง ดร. กวินท์ถูกผลักกระเด็นไปชนเข้ากับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ เขาหอบหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายเริ่มอ่อนล้า
“แกแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด” ชายชุดดำเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ “แต่พลังของแกกำลังจะหมดลง”
ดร. กวินท์พยายามรวบรวมกำลัง เขาสังเกตเห็นว่าชายชุดดำมีบาดแผลเล็กน้อยที่สีข้างจากการโจมตีของเขา แม้จะไม่รุนแรง แต่มันก็เป็นจุดที่เขาอาจจะใช้เป็นประโยชน์ได้
“แกก็บาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน” ดร. กวินท์กล่าว “เรามาจบเรื่องนี้กันสักที”
เขากระโจนเข้าใส่ชายชุดดำอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้คิดจะหลบหลีกมากนัก แต่เน้นการป้องกันและการหาจังหวะสวนกลับ ชายชุดดำก็ยังคงโจมตีอย่างไม่ลดละ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ร่างกายของทั้งสองฝ่ายเริ่มเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
ขณะที่การต่อสู้กำลังถึงจุดที่ตึงเครียด จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งในป่า มันเป็นเสียงที่แหลมสูงและดังต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอันตรายยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นไปอีก
ชายชุดดำชะงักไปเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองไปยังทิศทางของเสียง “เกิดอะไรขึ้น?”
“สัญญาณเตือนภัย?” ดร. กวินท์แปลกใจ “นี่มันไม่ใช่สัญญาณของคนป่าแน่”
“ช่างมันเถอะ” ชายชุดดำหันกลับมามอง ดร. กวินท์ “ถึงแกจะหนีไปได้ครั้งนี้ แต่ก็คงไม่พ้นเงื้อมมือของข้าไปได้ตลอด”
เขากล่าวจบก็ถอยหลังกลับเข้าไปในม่านหมอกอย่างรวดเร็ว หายลับไปในพริบตา ทิ้งให้ ดร. กวินท์ยืนงงอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความมืดและเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงดังอยู่
เมื่อเสียงสัญญาณเตือนภัยค่อยๆ จางหายไป ดร. กวินท์ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเดินออกจากจุดที่ต่อสู้ไป มือยังคงกำมีดสั้นแน่น ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง
“ใครกันแน่?” เขาครุ่นคิด “และใครที่ส่งสัญญาณเตือนภัยนั้นมา?”
ความมืดในยามค่ำคืนของผืนป่าแห่งนี้ ดูเหมือนจะยิ่งซับซ้อนและเต็มไปด้วยปริศนามากขึ้นไปอีก เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ และความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่ยังคงไม่รู้ที่มา
เขาตัดสินใจเดินหน้าต่อไป โดยใช้แสงจันทร์ส่องนำทาง แต่ในใจของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ชายชุดดำคนนั้นคือใคร? เขาทำงานให้กับใคร? และสัญญาณเตือนภัยนั้นมาจากใคร?
ขณะที่เขากำลังก้าวเดินต่อไป ก็มีเสียงดังแว่วมาจากด้านหน้า มันเป็นเสียงของมนุษย์ แต่ฟังดูเหมือนกำลังพูดคุยกันอย่างเร่งรีบ
“เร็วเข้า! พวกมันตามมาแล้ว!”
“เราต้องรีบไปให้ถึงจุดนัดพบให้เร็วที่สุด!”
เสียงเหล่านั้นทำให้ ดร. กวินท์ชะงักกึก เขาเริ่มเร่งฝีเท้าไปทางต้นเสียงอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตผ่านป่าทึบ เบื้องหลังของพวกเขา ดูเหมือนจะมีแสงไฟสว่างวาบขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับกำลังมีการไล่ล่าเกิดขึ้น
“ใครนั่น?” ดร. กวินท์ถามเสียงดัง
กลุ่มคนเหล่านั้นได้ยินเสียงเรียกของเขา จึงหันมามอง ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“คุณ! ช่วยเราด้วย!” หนึ่งในนั้นตะโกนร้อง
ดร. กวินท์ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าไปหาคนกลุ่มนั้น พร้อมกับถามคำถามอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เราถูกตามล่า!” อีกคนตอบพลางหอบหายใจ “พวกมัน… พวกมันมาจากไหนก็ไม่รู้!”
“พวกมันมีอาวุธ” คนอีกคนเสริม “เราสู้ไม่ได้!”
ขณะที่ ดร. กวินท์กำลังจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เขาก็เห็นแสงไฟสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว
“มาแล้ว!” กลุ่มคนเหล่านั้นร้องด้วยความหวาดกลัว
ดร. กวินท์หันไปมองยังทิศทางของเสียง เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“พวกคุณหลบไปก่อน!” เขาสั่ง “เดี๋ยวผมจัดการเอง!”
แต่กลุ่มคนเหล่านั้นกลับส่ายหน้า “ไม่! เราไปด้วยกัน! เราหนีไปด้วยกัน!”
“ไม่!” ดร. กวินท์ยืนกราน “หน้าที่ของผมคือปกป้องทุกคน”
เขาหันไปมองกลุ่มคนเหล่านั้นอีกครั้ง “ไป! ไปทางนี้! ผมจะกันพวกมันเอง!”
เขาชี้ไปยังทิศทางที่ดูเหมือนจะปลอดภัยกว่า และดันกลุ่มคนเหล่านั้นให้รีบออกตัววิ่งไป
ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนร้ายก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดร. กวินท์เห็นเงาดำทะมึนหลายร่างกำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาถืออาวุธปืนที่ส่องประกายวับแวมในความมืด
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ดร. กวินท์ตะโกนเสียงดัง พลางชักมีดสั้นออกมาเตรียมพร้อม
แต่พวกคนร้ายกลับไม่สนใจคำเตือนของเขา พวกเขาเล็งปืนมาทาง ดร. กวินท์
“แกมันขวางทาง!” หนึ่งในคนร้ายตะโกน “ตายซะ!”
ก่อนที่ ดร. กวินท์จะทันได้ตั้งตัว เสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด
เขาต้องรีบหาที่กำบังอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาพุ่งเข้าหลบใต้พุ่มไม้หนาทึบ กระสุนปืนดังสนั่นหวั่นไหวรอบตัวเขา
ความมืดมิดของผืนป่า ยามนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิอันตราย การไล่ล่าที่เขาไม่คาดฝันกลับอุบัติขึ้นอย่างกะทันหัน และเขาเองก็กำลังตกอยู่ในอันตรายครั้งใหญ่…

รหัสลับสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก