รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 14 — ปริศนาแห่งเงาอสูร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,109 คำ

ความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกสันหลังของ ดร. กวินท์ วัฒนากร ไม่ได้มาจากกระแสลมอันหนาวเหน็บยามวิกาลอย่างที่เขาเคยสัมผัส แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกล้ำกว่านั้น ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจ้องมองเขาจากในเงามืดที่มองไม่เห็น สัญชาตญาณนักสำรวจและนักสู้ที่สั่งสมมานานหลายปี ‌ตะโกนเตือนเขาให้ระวังภัยที่กำลังจะมาถึง

"ใครน่ะ!" เสียงของเขากระชากออกไปในความมืด ทุ้มต่ำด้วยความระแวดระวัง มือข้างหนึ่งยังคงกำมีดสั้นคู่ใจแน่น อีกข้างหนึ่งค่อยๆ เอื้อมไปคลำหาไฟฉายที่เหน็บไว้ข้างเอว

แสงไฟฉายสาดส่องออกไปเป็นลำกว้าง ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่บิดเบี้ยว สลับกับก้อนหินรูปร่างประหลาดที่ปกคลุมด้วยมอสส์หนาแน่น ​เงาของพวกมันทอดตัวยาวเหยียด บิดเบี้ยวเป็นรูปร่างน่าสะพรึงกลัว ทุกสรรพเสียงในป่าดูเหมือนจะเงียบงันลงชั่วขณะ ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง

"ไม่มีใครอยู่ตรงนี้หรอกน่า..." กวินท์พึมพำกับตัวเอง พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดที่เกาะกินหัวใจ เขารู้ดีว่าในสถานที่แห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ‍ทุกย่างก้าว ทุกการเคลื่อนไหว ล้วนมีความหมายแฝงอยู่

ขณะที่เขากำลังจะลดไฟฉายลง เสียงกรอบแกรบเบาๆ ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้ด้านขวามือ ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงนั้นฟังดูราวกับฟ้าผ่า เขาหันขวับไปยังทิศทางนั้นทันที ‌ลำแสงไฟฉายสั่นไหวไปตามแรงของมือที่เกร็ง

"ออกมานะ!" เขาตะโกนอีกครั้ง น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม

เงาของก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก ดูเหมือนจะขยับ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ประสานมือกับมีดสั้นในมือแน่นขึ้น

ทันใดนั้นเอง ร่างเงาดำทึบก็พุ่งออกมาจากหลังก้อนหินนั้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา ‍ร่างกายของมันดูบิดเบี้ยว ผิดรูปผิดร่าง ดวงตาคู่หนึ่งสะท้อนแสงไฟฉายวาวโรจน์ราวกับถ่านไฟ

"อสูรเงา!" เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างตกใจ มาจากทิศทางที่เขาไม่คาดคิด

กวินท์หันขวับไปยังทิศทางเสียง เด็กสาวผมเปียสองข้าง ใบหน้าซีดเผือด ​กำลังซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เธอสวมชุดคล้ายนักสำรวจรุ่นเยาว์ แต่ดูเปื้อนฝุ่นและขาดวิ่นเล็กน้อย

"หนู! ออกมาจากตรงนั้น!" กวินท์ตะโกนเสียงดัง พลางประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

เงาอสูรนั้นส่งเสียงคำรามต่ำๆ มันมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปหลายเท่า ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่บิดเบี้ยว ​ปากของมันอ้าออกเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม กรงเล็บยาวและคมกริบดูพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า

"มันตามพวกเรามา!" เด็กสาวตะโกนกลับมา เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

"พวกหนู?" กวินท์ประหลาดใจ เขามั่นใจว่าตนเองเข้ามาในป่าแห่งนี้เพียงลำพัง

เงาอสูรนั้นเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ กวินท์ไม่มีเวลาให้คิด เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ​เขาต้องปกป้องเด็กสาวคนนั้น

"หลบไป!" เขาสั่งเด็กสาวก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเงาอสูร

กวินท์ชักมีดสั้นออกมาทั้งสองเล่ม เขาจำต้องใช้มันเพื่อป้องกันตัว เขาเคยเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าดุร้ายมาบ้าง แต่ไม่เคยมีตัวไหนที่มีรูปลักษณ์น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

เงาอสูรพุ่งเข้าใส่เขา กวินท์หลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว เขาใช้ทักษะการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาอย่างดี พลิกตัวหลบคมกรงเล็บอันตราย ก่อนจะใช้มีดสั้นฟันเข้าใส่ที่ขาหลังของมัน

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากเงาอสูร มันถอยกรูดไปเล็กน้อย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้บาดเจ็บสาหัส ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

"ใครกันแน่ที่ส่งพวกแกมา!" กวินท์ตะโกนถาม ขณะที่เขากำลังตั้งรับการโจมตีอีกครั้ง

เงาอสูรคำรามตอบ แต่ไม่ใช่คำพูดที่มนุษย์เข้าใจ กวินท์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้กับสัตว์ป่าธรรมดา มันมีความรู้สึกราวกับมีพลังงานบางอย่างที่ชั่วร้ายแฝงอยู่

ขณะที่กวินท์กำลังต่อสู้กับเงาอสูรอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่พื้น เขาเห็นรอยเท้าที่ผิดปกติ ไม่ใช่รอยเท้าของเงาอสูร แต่เป็นรอยเท้าที่เล็กกว่า มีลักษณะคล้ายกับรอยเท้าของมนุษย์ แต่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งคู่

"อ้อ! เข้าใจแล้ว!" กวินท์อุทานในใจ เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว

เงาอสูรนั้นเป็นเพียงตัวล่อ หรือไม่ก็ถูกควบคุมโดยใครบางคน เขาไม่ได้มาโจมตีตนเองโดยตรง แต่มีเป้าหมายที่ซ่อนอยู่

"มาแล้วสินะ..." เสียงของกวินท์เปลี่ยนไป เขาไม่ได้ตื่นตระหนกอีกต่อไป แต่กลับมีความมุ่งมั่นฉายชัดในดวงตา

เงาอสูรดูเหมือนจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกวินท์ มันคำรามด้วยความเดือดดาลอีกครั้ง และพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่มากขึ้น

กวินท์สู้ป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ก็พยายามเหลือบตามองไปรอบๆ เขาเห็นเงาที่เคลื่อนไหวอยู่ตามต้นไม้ใหญ่หลายจุด แสงไฟฉายของเขาจับภาพบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง

"อีกหลายตัว!"

ไม่ใช่แค่เงาอสูรเพียงตัวเดียว แต่ยังมีอีกหลายตัวซ่อนตัวอยู่ในเงามืด พวกมันกำลังล้อมกรอบเขาไว้

"หนู! ออกมาตอนนี้เลย!" กวินท์ตะโกนบอกเด็กสาว

เด็กสาวก้าวออกมาจากที่ซ่อนด้วยความกล้าหาญ เธอมีสีหน้าที่ดูแน่วแน่กว่าเดิม "ฉันชื่อเมษาค่ะ!"

"เมษา! ฟังนะ! หลบไปทางซ้าย! วิ่งให้เร็วที่สุด!" กวินท์บอกพลางเบี่ยงเบนความสนใจของเงาอสูรตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด

เมษากลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว แต่ก็พยักหน้าและเริ่มวิ่งไปตามทิศทางที่กวินท์บอก

เงาอสูรที่กวินท์กำลังต่อสู้ด้วย หันไปมองเมษา แต่กวินท์ก็เข้ามาขวางไว้ได้ทัน

"แกจะไปไหน!" เขาตะโกน และใช้โอกาสที่เงาอสูรเสียสมาธิ ฟันมีดสั้นเข้าที่ข้อเท้าของมันอย่างแรง

เงาอสูรส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียหลักล้มลงไป กวินท์ไม่รอช้า เขาหันหลังวิ่งตามเมษาไปทันที

"วิ่งไปทางนั้น! ตรงไปข้างหน้า!" กวินท์ตะโกนบอกเมษา ขณะที่เขาก็วิ่งตามมาติดๆ

เสียงคำรามของเงาอสูรตัวอื่นๆ ดังไล่หลังมา พวกมันกำลังตามมา เขาได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดังโครมครามอยู่ไม่ไกล

"ทางนี้!" เมษาตะโกนพลางชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่มีโพรงอยู่ด้านล่าง

กวินท์เห็นโพรงนั้น เขากระโดดเข้าไปในโพรงทันที ตามด้วยเมษา

ทันทีที่เข้าไปในโพรง กวินท์ก็หันหลังใช้มีดสั้นปิดปากโพรงอย่างรวดเร็ว เขาได้ยินเสียงเงาอสูรวิ่งชนต้นไม้ แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาได้

ภายในโพรงนั้นมืดสนิท กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินลอยมาปะทะจมูก กวินท์เปิดไฟฉายส่องไปรอบๆ โพรงนั้นค่อนข้างกว้างขวางพอสมควร และดูเหมือนจะทอดยาวเข้าไปด้านใน

"เราปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ?" เมษาถาม เสียงยังคงสั่นเล็กน้อย

"เราปลอดภัยชั่วคราว" กวินท์ตอบ พลางสำรวจรอบๆ "หนูรู้จักที่นี่เหรอ?"

"ไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อนค่ะ" เมษาตอบ "แต่ฉันได้ยินเสียงพวกมันมาสักพักแล้วค่ะ ฉันเลยวิ่งหนีมา"

"แล้วหนูมาทำอะไรที่นี่คนเดียว?" กวินท์ถาม สายตายังคงกวาดมองไปรอบๆ

"ฉันกำลังตามหา...รหัสลับสุริยันค่ะ" เมษาตอบเสียงเบา

กวินท์ชะงัก "รหัสลับสุริยัน? หนูรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?"

"คุณพ่อของฉันเป็นนักโบราณคดีค่ะ ท่านเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตำนานนี้ และท่านได้ทิ้งแผนที่บางส่วนไว้ให้ฉันค่ะ" เมษาหยิบกระดาษที่พับไว้หลายทบออกมาให้กวินท์ดู

กวินท์รับแผนที่มาดู มันเป็นแผนที่โบราณที่วาดด้วยมือ มีสัญลักษณ์แปลกๆ และลายเส้นที่ดูเหมือนจะไม่ใช่แผนที่ทั่วไป

"นี่มัน..." กวินท์อุทาน "นี่มันใกล้เคียงกับสิ่งที่ฉันกำลังตามหาอยู่เลย"

"พวกเงาอสูรนั่น...มันคืออะไรคะ?" เมษาถาม

"ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน" กวินท์ตอบ "แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ได้มาทำร้ายเราเฉยๆ มันมีใครบางคนกำลังพยายามขัดขวางการตามหารหัสลับสุริยัน"

"ใครคะ?"

"นั่นแหละคือคำถามสำคัญ" กวินท์พูด พลางมองไปที่แผนที่ในมือ "ดูเหมือนว่าเรากำลังจะเข้าสู่ด่านต่อไปของปริศนาแล้ว"

กวินท์สังเกตเห็นว่าที่ผนังด้านหนึ่งของโพรง มีสัญลักษณ์บางอย่างที่คล้ายกับสัญลักษณ์บนแผนที่ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ และใช้ไฟฉายส่องดู

"นี่มัน..." กวินท์พึมพำ "นี่มันคือทางลับ!"

สัญลักษณ์เหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นปุ่มกด หรือกลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ กวินท์ลองกดสัญลักษณ์บางตัวตามลำดับที่ปรากฏบนแผนที่

ทันใดนั้นเอง ผนังหินด้านหนึ่งก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวเข้าไปด้านใน

"โอ้โห!" เมษาร้องอุทานด้วยความทึ่ง

"เราไปกันเถอะ" กวินท์พูด พลางหันไปมองเมษา "หวังว่าทางนี้จะปลอดภัยกว่าข้างนอก"

ทั้งสองก้าวเข้าไปในทางเดินที่มืดมิดนั้น ทิ้งไว้เบื้องหลังคือเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของเงาอสูรที่ยังคงวนเวียนอยู่ภายนอก พวกมันไม่สามารถตามเข้ามาได้ แต่กวินท์ก็รู้ดีว่าการเดินทางของเขายังอีกยาวไกล และอันตรายที่แท้จริง อาจจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

แสงไฟฉายของกวินท์สาดส่องไปบนผนังหินที่เต็มไปด้วยลวดลายโบราณที่ซับซ้อน ภาพแกะสลักรูปดวงอาทิตย์และสัญลักษณ์ต่างๆ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวของอารยธรรมโบราณที่สาบสูญไป

"นี่มันสวยงามมากเลยนะคะ!" เมษากล่าวด้วยความชื่นชม

"แน่นอน" กวินท์ตอบ "นี่คือส่วนหนึ่งของรหัสลับสุริยันที่กำลังรอให้เราไข"

เขาก้าวเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่นอน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจ คือการผจญภัยของเขากับเมษา ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และเบื้องหน้าของพวกเขายังคงมีปริศนาอีกมากมายที่รอคอยการเปิดเผย

ทันใดนั้นเอง เสียงก้องกังวานก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของทางเดินนั้น เป็นเสียงที่เหมือนจะกระตุ้นเตือนให้พวกเขาก้าวเดินต่อไป หรือไม่ก็ยับยั้งไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า

"เราต้องไปต่อ" กวินท์กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

เมษากลืนน้ำลาย และพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ทั้งสองก้าวเข้าไปในความมืดที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหน้าของพวกเขากำลังจะเผชิญหน้ากับอะไร

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!