ลมเย็นยะเยือกที่เกาะกุมร่างของ ดร. กวินท์ วัฒนากร นั้น ไม่ได้จางหายไปตามแสงอรุณที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องโถงโบราณ ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากสิ่งลึกลับที่ไร้ตัวตนนั้น ยังคงกัดกินความสงบในใจของเขา แม้จะพยายามปัดเป่าความหวาดระแวงออกไป แต่สายตาที่กวาดมองไปทั่วผนังหินโบราณที่สลักเสลารูปเทพเจ้าและอักขระโบราณ ก็ยังคงหาความผิดปกติใดๆ ไม่เจอ
"กวินท์! ข้างนอกมีเสียงปืน!" เสียงตะโกนของ พ.ต.ท. ชาญวิทย์ ดังมาแต่ไกล แทรกเข้ามาในความเงียบสงัดของห้องโถง ทำให้กวินท์สะดุ้งเฮือก ความรู้สึกถูกจ้องมองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวทันที
"แย่แล้ว!" กวินท์อุทานเบาๆ เขาไม่รอช้า รีบคว้ากระเป๋าเป้ที่วางไว้ข้างกาย แล้ววิ่งออกจากห้องโถงไป ภาพที่เขาเห็นเมื่อพ้นประตูก็ทำให้หัวใจหล่นวูบ
กลุ่มทหารรับจ้างสวมชุดดำ กำลังระดมยิงปะทะกับกลุ่มทหารของชาญวิทย์อย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณรอบนอกของวิหาร เศษหินกระเด็นเป็นฝุ่นผง แสงแดดยามเช้าสาดส่องให้เห็นฝุ่นควันปะปนกับละอองน้ำที่ลอยมาจากลำธารเบื้องล่าง
"ใครกัน! พวกมันมาจากไหน!" กวินท์ตะโกนถามชาญวิทย์ที่กำลังหลบอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่
"ไม่รู้! พวกมันโผล่มาจากป่าทึบเหมือนผีโผล่! แต่ดูจากอาวุธและการฝึกฝน... นี่ไม่ใช่พวกโจรป่าธรรมดาแน่!" ชาญวิทย์ตอบพลางเล็งปืนพกไปยังทิศทางของศัตรู "พวกมันต้องการอะไรกันแน่!"
กวินท์พยายามประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว การปรากฏตัวของกลุ่มติดอาวุธที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ ย่อมต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และในเมื่อพวกเขามาถึงที่นี่... เป้าหมายย่อมต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาค้นหาอยู่เป็นแน่
"พวกมันอาจจะรู้เรื่อง 'สุริยัน' ของเรา!" กวินท์กล่าวอย่างไม่แน่ใจนัก
"เป็นไปได้! แต่ตอนนี้เราต้องเอาตัวรอดก่อน!" ชาญวิทย์ตอบ พลางสั่งลูกน้องให้ระดมยิงตอบโต้ "กวินท์! รีบหาที่กำบัง!"
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด กวินท์สังเกตเห็นเงาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วที่ริมผาด้านหนึ่ง เงาเหล่านั้นดูคล่องแคล่วผิดมนุษย์ทั่วไป และกำลังเคลื่อนที่เข้าหาแนวปะทะจากด้านข้าง
"ชาญวิทย์! ดูนั่น!" กวินท์ชี้ไปยังเงาที่เคลื่อนไหว
ชาญวิทย์มองตามไป แล้วใบหน้าก็พลันเปลี่ยนสี "นั่นมัน... พวกเงาสังหาร!"
"เงาสังหาร?" กวินท์ทวนคำด้วยความสงสัย
"หน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกฝนมาให้ไร้ตัวตน! พวกมันไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็น นอกจากตอนที่ลงมือสังหาร! ว่ากันว่าพวกมันมีอยู่จริง... แต่ไม่เคยมีใครเห็นจนถึงตอนนี้!" ชาญวิทย์อธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "พวกเขาต้องถูกส่งมาเพื่อกำจัดเรา และชิง 'สิ่งนั้น' ไป!"
กวินท์รู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา จากการที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและลึกลับเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด แต่เขาก็รู้ดีว่า การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก
"เราต้องไม่ยอมให้พวกมันได้ 'สุริยัน' ไปเด็ดขาด!" กวินท์กล่าวด้วยแววตาแน่วแน่ "ชาญวิทย์! ผมจะใช้จังหวะที่พวกมันกำลังเสียสมาธิ พยายามหาทางไปยังใจกลางวิหาร คุณกับลูกน้องถ่วงเวลาให้ผมที!"
"ระวังตัวด้วยนะ กวินท์! อย่าประมาทพวกเงาสังหารเด็ดขาด!" ชาญวิทย์เตือน
กวินท์พยักหน้ารับ พลางก้มตัวหมอบต่ำ วิ่งฝ่าเปลวเพลิงจากการต่อสู้ มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่เขาเคยสำรวจไว้ก่อนหน้านี้ เส้นทางที่ทอดลึกเข้าไปสู่ส่วนที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าของวิหาร
ขณะที่เขากำลังวิ่ง กวินท์เหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้น แสงแดดสาดส่องลงมา ทำให้เห็นมันเป็นประกายเล็กๆ เขาหยิบขึ้นมาดู มันเป็นเหรียญเงินเก่าๆ สลักเป็นรูปดวงอาทิตย์ส่องแสง มีอักขระโบราณรอบๆ
"นี่มัน..." กวินท์พึมพำ เขาเคยเห็นรูปเหรียญแบบนี้ในบันทึกโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์ 'สุริยัน'
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา เหรียญนี้อาจเป็นกุญแจบางอย่าง... หรืออาจจะเป็นสัญญาณเตือน
ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นใกล้ตัว กวินท์หันไปมอง เห็นร่างหนึ่งกระโจนเข้ามาจากทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นเคลื่อนไหวเหมือนสายลม ไม่มีเสียงฝีเท้า มีเพียงใบมีดที่วาววับในมือ
"เงาสังหาร!" กวินท์อุทาน หัวใจเต้นระส่ำ เขาแทบไม่มีเวลาตั้งตัว
ร่างเงาสังหารนั้นพุ่งเข้าใส่กวินท์ด้วยความเร็วสูง ใบมีดคมกริบหมายจะปาดคอ เขาต้องอาศัยสัญชาตญาณล้วนๆ หมุนตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ใบมีดเฉี่ยวผ่านเสื้อของเขาไปเพียงเส้นยาแดง
"โฮ่!" เสียงหอบหายใจที่แหบพร่าดังออกมาจากร่างเงาสังหาร แม้จะซ่อนใบหน้าภายใต้หน้ากากสีดำสนิท แต่กวินท์ก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายที่แผ่ออกมา
กวินท์ใช้จังหวะที่เงาสังหารกำลังเสียหลักจากการโจมตีที่พลาดไป กระชากลูกระเบิดควันออกจากกระเป๋า แล้วโยนเข้าไปกลางวงปะทะ
"ควันมาแล้ว!" เขาตะโกนเสียงดัง
กลุ่มควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้น บดบังทัศนวิสัยของทั้งสองฝ่าย กวินท์ใช้โอกาสนี้ มุดเข้าสู่ช่องทางที่เขาตั้งใจไว้ เขาปีนป่ายผ่านซอกหินที่แคบและมืดมิด เสียงต่อสู้จากภายนอกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเขาที่หอบเหนื่อย
เมื่อเข้ามาถึงส่วนในของวิหาร ความมืดก็โอบล้อมตัวเขา แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้เพียงรำไร กลิ่นอับชื้นของหินโบราณและกลิ่นดินลอยปะปนกัน
"นี่สินะ... ทางเข้าไปสู่ใจกลางวิหาร" กวินท์พึมพำ เขาหยิบไฟฉายจากกระเป๋า เปิดมันออก แสงสว่างสีขาวสาดส่องไปตามผนังที่เต็มไปด้วยภาพสลักโบราณ ภาพเหล่านี้ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าที่เคยเห็นมาก่อน
ขณะที่เขากำลังสำรวจผนังอยู่นั้น จู่ๆ พื้นใต้เท้าของเขาก็ยุบตัวลง!
"อ๊ากกก!"
กวินท์ร้องด้วยความตกใจ เขาพยายามยึดจับอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ทันการณ์ ร่างของเขาก็ร่วงดิ่งลงไปในความมืดเบื้องล่าง
เสียงการปะทะของร่างกับพื้นหินดังสนั่น กวินท์รู้สึกถึงความเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย เขาพยายามลุกขึ้น แต่ก็รู้สึกว่าขาข้างซ้ายของเขาบาดเจ็บ เขาใช้ไฟฉายส่องดู
เขาตกลงมาในห้องโถงใต้ดินที่มืดมิดกว่าเดิม ผนังห้องเต็มไปด้วยอักขระโบราณที่ส่องแสงเรืองรองจางๆ อยู่ตลอดเวลา ราวกับมีพลังงานลึกลับบางอย่างหล่อเลี้ยงอยู่
"อะไรกัน... นี่มันกับดักเหรอ?" กวินท์พึมพำ พลางประคองตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
แต่สิ่งที่ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ คือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา
กลางห้องโถงนั้น มีแท่นบูชาโบราณตั้งอยู่ บนแท่นบูชามีสิ่งหนึ่งวางอยู่... เป็นวัตถุที่ส่องประกายเรืองรองด้วยแสงสีทองอร่าม ดุจดั่งดวงอาทิตย์ย่อส่วน
"นี่มัน... 'สุริยัน'!" กวินท์อุทานด้วยความตื่นตะลึง
มันคือสิ่งที่เขาตามหามาตลอด ท่ามกลางอันตรายและความมืดมิดนี้เอง ที่ 'สุริยัน' อันเลื่องลือได้ปรากฏแก่สายตาของเขา
แต่เมื่อเขากำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสมัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องบน
"ช้าก่อน... ดร.กวินท์"
เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจ มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์
กวินท์เงยหน้าขึ้นมอง แสงจากไฟฉายของเขาสาดส่องไปยังเพดานห้อง เขาเห็นร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่บนขอบหลุมที่เขาตกลงมา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำทะมึน ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำดุจถ่านเพลิง
"ใคร... คุณเป็นใคร!" กวินท์ถามอย่างไม่ไว้ใจ
"ข้าคือผู้พิทักษ์... ผู้พิทักษ์สุริยัน" ร่างนั้นกล่าว เสียงของมันก้องกังวานไปทั่วห้องโถง
"ผู้พิทักษ์? แต่คุณ... คุณไม่เหมือนมนุษย์"
"มนุษย์? เจ้าคิดว่าสิ่งนี้... จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของมนุษย์ธรรมดาอย่างนั้นหรือ" ร่างนั้นหัวเราะเยาะ "ข้าจะปกป้องมันจากผู้ที่ไม่คู่ควร... และเจ้า... ก็เป็นหนึ่งในนั้น"
ทันใดนั้น แขนของร่างผู้พิทักษ์ก็ยื่นยาวออกมาอย่างน่าประหลาด กลายเป็นเงาดำทะมึนที่พุ่งตรงเข้าหา 'สุริยัน' บนแท่นบูชา
กวินท์รู้ดีว่า นี่คือจุดตัดสิน การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ใจกลางวิหารสุริยันแห่งนี้.

รหัสลับสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก