รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 24 — เงาสะท้อนแห่งสุริยัน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,015 คำ

ลมเย็นยะเยือกที่เกาะกุมร่างของ ดร. กวินท์ วัฒนากร นั้น ไม่ได้จางหายไปตามแสงอรุณที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องโถงโบราณ ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากสิ่งลึกลับที่ไร้ตัวตนนั้น ยังคงกัดกินความสงบในใจของเขา ‌แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ส่องลอดผ่านช่องหินโบราณ ตกกระทบพื้นหินขัดเงาเป็นประกาย แต่กลับไม่ได้นำพาความอบอุ่นมาสู่ร่างของเขาเลย ราวกับว่าความหนาวเย็นนั้นหยั่งรากลึกลงไปถึงกระดูก

ดร. กวินท์ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ดวงตาคู่คมสำรวจไปรอบห้องโถงที่กว้างขวางอีกครั้ง กลิ่นอายโบราณที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของความเก่าแก่และลึกลับ ​ช่างชวนให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้กาลเวลา ผนังหินสูงตระหง่านสลักเสลาไปด้วยลวดลายอันซับซ้อน รูปทรงเรขาคณิตที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน สลับกับภาพแกะสลักของดวงอาทิตย์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมายที่เขาต้องไขปริศนา

“ยังคงรู้สึกอยู่สินะ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ราวกับกระซิบจากสายลม

ดร. กวินท์หันขวับไปยังต้นเสียง ‍แสงแดดที่ส่องลงมาทำให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ ณ สุดทางเดินที่ทอดไปยังใจกลางห้อง เขาคือ “นายแพทย์อรุณ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีผู้ลึกลับ ชายผู้ที่ดูเหมือนจะรู้จักความลับของสถานที่แห่งนี้มากกว่าใคร

“ท่าน… ทราบได้อย่างไร” ‌ดร. กวินท์ถาม พลางก้าวเท้าเข้าใกล้

นายแพทย์อรุณยิ้มบางๆ “ความรู้สึกเช่นนี้… มิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะสัมผัสได้ง่ายนัก” เขาผายมือเชิญให้ ดร. กวินท์เข้ามาใกล้ ‍“ท่านกำลังถูก ‘เฝ้ามอง’ โดย ‘ผู้พิทักษ์’ แห่งสุริยัน”

“ผู้พิทักษ์?” ดร. กวินท์เลิกคิ้ว “หมายถึง… ​วิญญาณหรือพลังงานบางอย่าง?”

“อาจจะ… หรืออาจจะมากกว่านั้น” นายแพทย์อรุณเดินนำเข้าไปในห้องโถงอย่างช้าๆ “ที่นี่… คือหัวใจของ ‘อาณาจักรสุริยัน’ ดินแดนที่เคยรุ่งเรืองด้วยพลังแห่งดวงอาทิตย์ เป็นสถานที่ที่เก็บรักษาความรู้และอำนาจอันยิ่งใหญ่ ​ซึ่งถูกปิดผนึกไว้มิให้ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี”

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในห้องโถง ใจกลางของห้องปรากฏแท่นบูชาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นบูชานั้นมีวัตถุบางอย่างวางอยู่ มันถูกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม แต่รูปทรงที่โผล่พ้นออกมานั้น ชวนให้นึกถึง “ดวงตา” ขนาดมหึมา

“นั่นคือ… ​‘ศิลาสุริยัน’…” นายแพทย์อรุณเอ่ยเสียงแผ่วเบา “วัตถุโบราณที่เชื่อกันว่าคือแก่นแท้ของพลังงานสุริยัน เป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดผนึกความลับทั้งหมดของอาณาจักรสุริยัน”

ดร. กวินท์จ้องมองศิลาสุริยันด้วยความทึ่ง มือของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและแรงปรารถนาที่จะสัมผัสมัน แต่แล้ว เขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ “แต่… ทำไมข้าถึงรู้สึกราวกับถูกคุกคาม… มีอันตรายอะไรซ่อนอยู่?”

“เพราะศิลาสุริยัน… ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน” นายแพทย์อรุณกล่าว “พลังงานของมันบริสุทธิ์และทรงพลังจนเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะรับไหว หากผู้ใดที่จิตใจไม่บริสุทธิ์ หรือมีเจตนาแอบแฝง… พลังงานนั้นจะย้อนกลับมาทำลายล้างผู้นั้นเสียเอง… ผู้พิทักษ์… คือกลไกปกป้องอันศักดิ์สิทธิ์ของศิลาสุริยัน”

ทันใดนั้นเอง เสียงกรอบแกรบดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา ดร. กวินท์และนายแพทย์อรุณหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

เงาสะท้อนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นหินขัดเงา มันไม่ใช่เงาของพวกเขา แต่มันเป็นเงาร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงเข้ม ส่องประกายราวกับถ่านเพลิง

“นั่นมัน… อะไรกัน!” ดร. กวินท์อุทาน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“มันคือ… ‘จาคุ’…” นายแพทย์อรุณตอบเสียงเคร่งเครียด “ผู้พิทักษ์โบราณ… หนึ่งในผู้รับใช้ของสุริยัน”

ร่างเงาของจาคุค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด มันมีรูปร่างคล้ายสุนัขป่าขนาดใหญ่ แต่มีเกล็ดสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่าง กรงเล็บของมันยาวและแหลมคมราวกับดาบ ดวงตาคู่สีแดงเพลิงจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความไม่พอใจ

“ท่าน… ไม่คิดจะบอกข้าเรื่องนี้เลยหรือ” ดร. กวินท์หันไปถามนายแพทย์อรุณด้วยความไม่พอใจ

“ข้า… มิอาจบอกได้จนกว่าท่านจะพิสูจน์ตนเอง… ว่าท่านคู่ควร” นายแพทย์อรุณตอบกลับ “ตอนนี้… ถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจแล้ว… ว่าจะเผชิญหน้ากับมัน… หรือจะยอมแพ้”

จาคุคำรามเสียงดัง สะเทือนไปทั่วห้องโถง มันก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจของมันร้อนระอุราวกับเตาหลอม

“ข้า… ไม่เคยยอมแพ้” ดร. กวินท์กัดฟันพูด เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับผู้พิทักษ์ตนนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากต้องผ่านมันไปให้ได้เพื่อเข้าถึงศิลาสุริยัน

“ดี!” นายแพทย์อรุณพยักหน้า “แต่จำไว้… อย่าใช้กำลัง… จงใช้สติปัญญา… และความเข้าใจ… จงแสดงให้มันเห็น… ว่าท่านมิใช่ผู้รุกราน…”

จาคุพุ่งเข้าใส่ ดร. กวินท์อย่างรวดเร็ว กรงเล็บของมันตะปบลงมาหมายจะฉีกร่างของเขา ดร. กวินท์หลบหลีกอย่างฉิวเฉียด ตัวเขากระโดดกลิ้งไปบนพื้นหินหลบคมกรงเล็บที่เฉียดไปเพียงเส้นยาแดง

“มันอันตรายเกินไป! ข้าจะสู้กับมันได้อย่างไร!” ดร. กวินท์คิดในใจ เขาไม่มีอาวุธใดๆ ติดตัว นอกจากอุปกรณ์สำรวจพื้นฐาน

“ใจเย็น… ดร. กวินท์… อย่ามองเพียงแค่กรงเล็บอันแหลมคม… จงมองที่ดวงตาของมัน… จงมองที่ความรู้สึกของมัน…” เสียงของนายแพทย์อรุณดังขึ้นมา ราวกับจะชี้นำ

ดร. กวินท์พยายามรวบรวมสติ เขาสังเกตดวงตาของจาคุที่เรืองแสงสีแดงเพลิง มันฉายแววของความเจ็บปวดและความขัดแย้งบางอย่าง ไม่ใช่เพียงความดุร้าย

“มัน… กำลังเจ็บปวด?” ดร. กวินท์เอ่ยถามออกมาเบาๆ

จาคุหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับจะรับฟัง แต่แล้วมันก็คำรามอีกครั้ง และพุ่งเข้าใส่ ดร. กวินท์อีกครั้ง คราวนี้มันโจมตีด้วยความเร็วยิ่งกว่าเดิม

ดร. กวินท์ถอยหลังไปเรื่อยๆ เขาพยายามมองหาช่องทางหลบหนี แต่ผนังห้องโถงก็ปิดล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง เขาหลบหลีกการโจมตีของจาคุไปได้อย่างหวุดหวิดหลายครั้ง พลางสังเกตลวดลายบนผนังที่สลักรูปดวงอาทิตย์

“แสง… ดวงอาทิตย์…” เขานึกถึงคำพูดของนายแพทย์อรุณ “ผู้พิทักษ์แห่งสุริยัน…”

จาคุพุ่งเข้าใส่ ดร. กวินท์อีกครั้ง ครั้งนี้มันกระโจนขึ้นไปบนอากาศ หมายจะตะปบลงมาเต็มแรง ดร. กวินท์มองเห็นช่องทางเล็กๆ ที่แสงแดดส่องลอดผ่านเข้ามาเป็นลำแสง

“โอกาส!” เขาคิด

ในจังหวะที่จาคุใกล้จะถึงตัว ดร. กวินท์ก็รีบกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง พร้อมกับใช้แผ่นสะท้อนแสงเล็กๆ ที่ติดอยู่กับสายรัดข้อมือของเขา สะท้อนลำแสงแดดตรงไปยังดวงตาของจาคุ

แสงแดดที่สะท้อนไปกระทบดวงตาของจาคุ ทำให้มันชะงักงัน ร่างกายของมันสั่นสะท้านเล็กน้อย ความเจ็บปวดปรากฏขึ้นในแววตาของมันอย่างชัดเจน

“ท่าน… ทำได้!” นายแพทย์อรุณตะโกน “ท่านกำลังสื่อสารกับมัน… ด้วยพลังแห่งแสง… พลังที่มันคุ้นเคย…”

จาคุหันมามอง ดร. กวินท์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันยังคงมีท่าทีระแวง แต่ความดุร้ายกลับลดน้อยลงไป

“ข้า… มิได้ต้องการทำร้ายท่าน…” ดร. กวินท์พูดเสียงดัง พลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ “ข้าเพียงต้องการ… เข้าใจ… และเรียนรู้…”

เขาก้มลงหยิบหินก้อนเล็กๆ ขึ้นมา แล้วค่อยๆ โยนไปทางจาคุอย่างแผ่วเบา จาคุรับหินก้อนนั้นไว้ในปาก มันเคี้ยวเบาๆ แล้วปล่อยลงบนพื้น

“ท่าน… ไม่ใช่ผู้รุกราน…” นายแพทย์อรุณกล่าว “ท่านคือผู้แสวงหา… และมีเจตนาดี…”

จาคุค่อยๆ หมอบลงบนพื้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สีแดงเพลิงที่เคยส่องประกายแห่งความโกรธ บัดนี้กลับอ่อนลง และสะท้อนถึงความอ่อนโยนบางอย่าง

ดร. กวินท์ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้จาคุอย่างระมัดระวัง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสกับขนที่ปกคลุมร่างของมันอย่างแผ่วเบา

“ขอบคุณ…” เขาพูดเบาๆ

จาคุส่งเสียงครางเบาๆ ราวกับจะตอบรับ

“มัน… อนุญาตให้ท่านผ่านไปแล้ว…” นายแพทย์อรุณกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่าน… คู่ควรแล้ว… ดร. กวินท์…”

ดร. กวินท์มองไปยังแท่นบูชาอีกครั้ง ศิลาสุริยันที่อยู่ตรงหน้า ราวกับจะเชิญชวนให้เขาเข้าไปสัมผัส แต่ความรู้สึกอันตรายที่เคยมี ก็ยังคงแฝงอยู่

“ตอนนี้… ถึงเวลาของท่านแล้ว…” นายแพทย์อรุณกล่าว “จงเข้าไป… และไขความลับแห่งศิลาสุริยัน…”

ดร. กวินท์เดินไปที่แท่นบูชาอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสกับผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้มที่คลุมศิลาสุริยันอยู่…

ทว่า… ทันใดนั้นเอง… เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น… อย่างกะทันหัน…

"วี้ดดดดดดดดดดดด!"

แสงสีแดงกะพริบไปทั่วห้องโถง… และพื้นหินเบื้องหน้า ดร. กวินท์… ก็เริ่มสั่นสะเทือน…

"อะไรกัน!?" ดร. กวินท์อุทานด้วยความตกใจ

"แย่แล้ว!" นายแพทย์อรุณตะโกน "มีบางอย่างผิดปกติ! กับดัก… มันกำลังทำงาน!"

พื้นหินที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับแยกออกเป็นช่องขนาดใหญ่ เผยให้เห็นความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง… และเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง… ก็ดังสะท้อนออกมาจากเบื้องล่าง…

ดร. กวินท์หันไปมองนายแพทย์อรุณด้วยความตื่นตระหนก… เขาจะทำอย่างไรต่อไป… ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเช่นนี้…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!