รหัสลับสุริยัน

ตอนที่ 27 — อัคคีแห่งสุริยัน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 732 คำ

ลมเย็นยะเยือกที่เกาะกุมร่างของ ดร. กวินท์ วัฒนากร นั้น ไม่ได้จางหายไปตามแสงอรุณที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องโถงโบราณ ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากสิ่งลึกลับที่ไร้ตัวตนนั้น ยังคงกัดกินความสงบในใจของเขา ‌แสงตะวันอันอ่อนแรงส่องลอดผ่านช่องระบายอากาศบนเพดานสูง สะท้อนกับหยดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่ตามผนังหินโบราณ สร้างภาพมายาประหลาดตา ชวนขนลุก

"ยังไม่หายไปอีกหรือ" เสียงแหบพร่าของ ดร. กวินท์ ดังขึ้นในความเงียบ ​เขาพยายามปัดเป่าความรู้สึกนั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเกาะติดหนึบราวกับเงา "หรือว่า... เราได้ปลุกอะไรบางอย่างขึ้นมาจริงๆ"

เขาเงยหน้ามองไปยังแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้า แสงทองสาดส่องลงมายังวัตถุบางอย่างที่วางอยู่ตรงกลาง มันคือ "แก้วสุริยัน" ‍อัญมณีสีทองอร่ามที่เล่าขานกันว่ามีพลังอำนาจมหาศาลจากแสงแห่งดวงตะวันโบราณ ห้อมล้อมด้วยอักษรโบราณที่สลักเสลาอย่างประณีต ซึ่ง ดร. กวินท์ ทราบดีว่ามันคือคาถาโบราณที่ใช้ในการปลุกพลังของแก้วสุริยัน

เพียงแวบเดียวที่สายตาของเขาสัมผัสกับแก้วสุริยัน ความอบอุ่นประหลาดก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความกลัวและความสงสัยที่เคยเกาะกินหัวใจก็ค่อยๆ ‌จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่หลั่งไหลเข้ามา เขารู้สึกราวกับกำลังเชื่อมโยงกับจักรวาลอันกว้างใหญ่

"นี่แหละ... คือพลังที่แท้จริง" ดร. กวินท์ พึมพำอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขาวาววับด้วยความตื่นเต้นปนความเข้าใจ

แต่แล้ว ‍ภาพตรงหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เงาดำทะมึนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ ร่างกายของมันเหมือนถูกถักทอขึ้นจากความมืดมิด ดวงตาของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน มันคือ "อสูรกาล" อสูรโบราณที่ถูกผนึกไว้ในถ้ำแห่งนี้มานานนับพันปี

"เจ้า... กล้าปลุกข้าขึ้นมาหรือ ​มนุษย์!" เสียงคำรามของอสูรกาลดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง ราวกับจะฉีกกระชากม่านแห่งกาลเวลา

ดร. กวินท์ ผงะถอยหลังด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคาดคิดว่าการปลุกแก้วสุริยัน จะเป็นการปลุกปีศาจร้ายตนนี้ขึ้นมาด้วย "ข้า... ​ข้าไม่ได้ตั้งใจ!"

"โกหก!" อสูรกาลคำรามอีกครั้ง "เจ้าต้องการพลังของข้า! เจ้าต้องการครอบครองมัน! แต่ข้าจะไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้น!"

อสูรกาลพุ่งเข้าใส่ ดร. กวินท์ ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ​ดร. กวินท์ พยายามหลบหลีก แต่ร่างของเขาก็ยังคงไม่คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน พลังงานจากแก้วสุริยันที่กำลังหล่อเลี้ยงร่างของเขา ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับการโจมตีอันทรงพลังเช่นนี้

"ต้องหาทางต่อสู้!" ดร. กวินท์ คิดอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองไปรอบๆ ห้องโถง พยายามหาอาวุธหรือสิ่งที่จะช่วยในการป้องกันตัว

ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นอะไรบางอย่างที่ผนังด้านข้าง เป็นรูปสลักของเทพสุริยัน ที่มีมือถือ "คทาสุริยัน" คทาที่สลักเสลาด้วยลวดลายแห่งดวงอาทิตย์ และมีอัญมณีสีทองเม็ดใหญ่ประดับอยู่ปลายคทา

"นั่นไง!" ดร. กวินท์ ร้องขึ้น เขาพุ่งตัวไปยังผนังด้านนั้น ท่ามกลางการโจมตีของอสูรกาลที่ตามมาติดๆ

อสูรกาลพ่นเปลวเพลิงสีดำทะมึนออกมาจากปาก เผาผลาญทุกสิ่งที่มันสัมผัส ดร. กวินท์ หลบเลี่ยงอย่างหวุดหวิด เปลวเพลิงนั้นปะทะกับผนังหิน ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

เขาคว้าคทาสุริยันไว้ในมือ ทันทีที่สัมผัส คทาสุริยันก็สว่างวาบขึ้นมา อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มือของเขาเกือบจะทนไม่ไหว แต่มันก็ปลุกพลังบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมา

"มานี่สิ อสูรกาล!" ดร. กวินท์ ตะโกนเสียงดัง เขาชูคทาสุริยันขึ้นฟ้า แสงสีทองอันเจิดจ้าสาดส่องออกมาจากปลายคทา สลายความมืดมิดในห้องโถงให้จางหายไป

อสูรกาลคำรามด้วยความเจ็บปวด มันไม่คุ้นเคยกับแสงสว่างเช่นนี้ แสงแห่งสุริยันกำลังกัดกินพลังของมัน

"เจ้า... เจ้ามีพลังแห่งสุริยัน!" อสูรกาลตะลึงงัน

"ใช่! และข้าจะใช้พลังนี้กำจัดแกให้สิ้นซาก!" ดร. กวินท์ กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว เขารู้สึกว่าพลังงานจากแก้วสุริยันที่อยู่ในตัวเขา กำลังหลอมรวมเข้ากับพลังของคทาสุริยัน ทำให้เกิดเป็นพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เขากวัดแกว่งคทาสุริยัน พลังงานแห่งแสงอันร้อนแรงพุ่งตรงเข้าใส่อสูรกาล อสูรกาลพยายามปัดป้อง แต่พลังแห่งสุริยันนั้นทรงพลังเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้

เปลวเพลิงสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของมัน ค่อยๆ มอดไหม้ไปเมื่อปะทะกับแสงแห่งสุริยัน ร่างกายที่เคยดำมืดของมันเริ่มสลายไปทีละน้อย กลายเป็นละอองควันสีดำที่ลอยฟุ้งไปในอากาศ

"ไม่... ข้าจะกลับมา!" เสียงของอสูรกาลแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ก่อนจะจางหายไปในอากาศ "เจ้าจะไม่มีวันเข้าใจพลังที่แท้จริง... พลังแห่งความมืด!"

เมื่ออสูรกาลสลายไป ห้องโถงก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ความรู้สึกเย็นยะเยือกที่เคยมีก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในใจของ ดร. กวินท์

เขาหอบหายใจหนัก พลังงานทั้งหมดของเขาถูกใช้ไปกับการต่อสู้ครั้งนี้ เขามองไปยังแก้วสุริยันที่วางอยู่บนแท่นบูชา แสงสีทองของมันยังคงส่องสว่าง ราวกับจะปลอบประโลมเขา

"เราชนะแล้ว..." ดร. กวินท์ กล่าวกับตัวเอง เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็มีความปลาบปลื้มใจที่สามารถเอาชนะภัยอันตรายนี้ได้

แต่แล้ว เขาก็นึกถึงคำพูดสุดท้ายของอสูรกาล "พลังแห่งความมืด" มันหมายความว่าอย่างไร? เขาได้ปลุกพลังแห่งสุริยันขึ้นมา แล้วพลังแห่งความมืดล่ะ? มันยังคงอยู่ที่ไหนสักแห่งในถ้ำแห่งนี้หรือไม่?

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด หางตาของเขาก็พลันไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใต้แท่นบูชา เป็นรอยแตกเล็กๆ ที่เผยให้เห็นทางเข้าลับบางอย่าง

"นี่มันอะไรกัน?" เขารู้สึกสงสัย เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ และก้มลงมอง

เบื้องล่างนั้น มืดสนิท ราวกับเป็นปากเหวที่ไร้ก้นบึ้ง แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากความมืดนั้น พลังงานที่ตรงกันข้ามกับพลังแห่งสุริยันอย่างสิ้นเชิง

"พลังแห่งความมืด..." ดร. กวินท์ พึมพำ เขารู้สึกถึงความหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาได้ชัยชนะเหนืออสูรกาล แต่ดูเหมือนว่าการผจญภัยของเขาจะยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ เพราะเบื้องหน้าของเขา คือปริศนาใหม่ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ดิน และอาจเป็นภัยอันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

เขาจะตัดสินใจอย่างไร? จะก้าวลงไปสำรวจความมืดมิดนั้น หรือจะถอยหนีไปพร้อมกับแก้วสุริยัน? คำตอบนั้น ยังคงซ่อนอยู่ในความมืดมิดเบื้องล่าง...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รหัสลับสุริยัน

รหัสลับสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!