ประกายแสงสีฟ้าอ่อนเย็นตาจากร่างของอัคราไม่ได้เพียงขับไล่ความมืดมิดของรัตติกาล หากแต่ดูดซับแสงดาวจำลองจากมหานครอันกว้างใหญ่ให้หลอมรวมเข้ามา ประกายนั้นมิได้แผ่กระจายออกไปอย่างไม่สิ้นสุด กลับถูกดึงดูดกลับเข้ามาสู่แกนกลางร่างของเขา ราวกับว่าร่างของอัคราเป็นศูนย์รวมแห่งดวงดาว กำลังดึงดูดทุกสิ่งมาไว้ในอ้อมแขน ดวงดาวจำลองเหล่านั้นที่เคยส่องสว่างทอประกายระยิบระยับทั่วท้องฟ้าเทียม บัดนี้กำลังพากันโคจรเข้าหาอัคราอย่างเชื่องช้า หมุนวนรอบกายเขาเป็นวงกลม ก่อเกิดเป็นพายุแสงอันตระการตา
บนพื้นคอนกรีตเปียกชื้นที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้า ร่างของอัคราตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางวังวนแห่งแสงดาวจำลองเหล่านั้น แสงสีฟ้าอ่อนเย็นตาที่แผ่ซ่านจากกายเขากลมกลืนกับแสงสีม่วง สีชมพู และสีเขียวของดวงดาวจำลอง ก่อเกิดเป็นภาพลวงตาที่สวยงามแต่แฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม เขากระชับหมัดแน่น กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังปูดโปนขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังสะกดกลั้นบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้น ดวงตาที่เคยมืดมิดในความมืด บัดนี้ฉายแวววาวราวกับมีดวงดาวเล็กๆ สองดวงสถิตอยู่ภายใน
"นี่มัน... พลังอะไรกันแน่" อัคราพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความตื่นตะลึง พลังที่ไหลเวียนในกายเขานั้นแตกต่างจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยสัมผัสมา มันไม่ใช่พลังกายที่มาจากความแข็งแกร่ง หรือพลังเวทมนตร์ที่ต้องอาศัยการฝึกฝน แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์ ราวกับถูกหล่อหลอมมาจากแก่นแท้ของจักรวาล
เบื้องหลังเขา เงาของมหานครยังคงทอดยาวไปตามพื้น เปรียบเสมือนผืนผ้าใบสีดำสนิทที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งแสงดาวจำลอง พลเมืองของนครแห่งนี้ที่กำลังเร่งรีบกลับที่พัก หรืออาจจะกำลังเฉลิมฉลองในยามค่ำคืน ต่างไม่ล่วงรู้ถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้นใจกลางเมือง เสียงเครื่องยนต์ เสียงไซเรน เสียงพูดคุยจอแจยังคงดังลอดมา แต่สำหรับอัคราแล้ว ทุกสิ่งดูเลือนรางลงไป เมื่อสมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับการควบคุมพลังที่กำลังพลุ่งพล่าน
ทันใดนั้นเอง พลังงานสีฟ้าอ่อนเย็นตาที่เคยหมุนวนรอบกายอัคราก็เริ่มรวมตัวกันหนาแน่นขึ้น แสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะมองเห็นร่างของเขาได้ชัดเจน มีเพียงลำแสงสีฟ้าครามที่พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าเทียม ราวกับว่าเขากำลังส่งสัญญาณบางอย่างไปยังดาวดวงอื่น
"ถึงเวลาแล้ว" เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่ก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด ราวกับเสียงกระซิบของดวงดาว
อัคราผงะ เขามองไปรอบๆ อย่างระแวง แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งใด "ใคร... ใครพูด"
"ผู้ที่จะปลุกพลังแห่งดาวฤกษ์... ต้องเตรียมพร้อม" เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม ราวกับกำลังพูดอยู่ข้างหู
"ดาวฤกษ์... นั่นชื่อจริงของฉัน" อัคราเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย ราวกับชื่อนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเขามาตลอด "แต่... ฉันไม่เข้าใจ"
"ความเข้าใจจะมาพร้อมกับการเดินทาง... การเดินทางที่จะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเจ้า" เสียงนั้นเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "ท้องฟ้าที่เจ้าเห็น... เป็นเพียงภาพลวงตา... ความจริง... กำลังรอเจ้าอยู่"
ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าครามที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเทียมก็เกิดการเปลี่ยนแปลง รัศมีของแสงค่อยๆ กว้างขึ้น ขยายตัวออกไปราวกับจะกลืนกินท้องฟ้าทั้งหมด แสงดาวจำลองที่เคยส่องสว่าง บัดนี้กลับดูจืดจางลงไป เมื่อเทียบกับพลังอันมหาศาลที่กำลังประทุขึ้น
"อะไรกัน!" อัคราอุทาน เขาเห็นเส้นใยแสงสีฟ้าครามขนาดใหญ่กำลังถักทอตัวเองขึ้นเหนือเขา มันไม่ใช่เส้นใยแสงธรรมดา แต่เป็นเหมือนประตูมิติที่กำลังจะเปิดออก
"มันกำลังจะฉีก... ฉีกม่านแห่งความเป็นจริง" อัคราสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากพื้นคอนกรีต ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังสั่นคลอน
"การเดินทางของเจ้า... เริ่มต้นขึ้นแล้ว... ดาวฤกษ์" เสียงกระซิบนั้นจางหายไป พร้อมกับที่เส้นใยแสงสีฟ้าครามเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นรูปทรงคล้ายเกลียวคลื่นขนาดมหึมา
"ไม่... ฉันยังไม่พร้อม!" อัคราพยายามจะถอยห่าง แต่ร่างกายของเขากลับไม่ขยับ ราวกับถูกตรึงไว้กับที่
"จงเปิดใจรับ... พลังที่แท้จริงของเจ้า" เสียงที่ฟังดูเหมือนมาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น กล่าวอีกครั้ง
ดวงตาของอัคราเบิกกว้าง เขาเห็นภาพต่างๆ ปรากฏขึ้นในม่านหมอกแสงสีฟ้าครามเหล่านั้น เป็นภาพของจักรวาลอันกว้างใหญ่ โบราณสถานลึกลับที่ส่องประกายด้วยพลังงานที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน และเงาของสิ่งมีชีวิตที่ดูน่าเกรงขาม
"นี่มัน... ไม่ใช่ฝัน" อัครากัดฟัน พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะ
ขณะที่เขากำลังต่อสู้กับการหลอมรวมเข้ากับพลังที่ท่วมท้นนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงแหลมเล็กดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งของตึกสูง "หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้ามนุษย์ตัวเหม็น!"
อัคราหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เสียงนั้นมาจากสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่มีปีกแวววาวคล้ายแมลงปอ แต่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวจิ๋ว กำลังบินโฉบไปมาอยู่รอบๆ ตัวเขา
"ใคร... ใครน่ะ" อัคราพยายามเพ่งมองไปยังเจ้าตัวน้อย
"ข้าคือ... ฟีลิกซ์! ผู้พิทักษ์แห่งแสงดาว! และเจ้า... กำลังรบกวนการพักผ่อนของข้า!" เจ้าตัวน้อยตอบโต้ด้วยเสียงที่เจื้อยแจ้ว แต่แฝงไปด้วยความโกรธ
"แสงดาว? พักผ่อน?" อัคราทวนคำด้วยความงุนงง
"ใช่! เจ้ากำลังดึงพลังจากดวงดาวจำลองทั้งหมด! ข้ากำลังจะหลับ! และเจ้าทำให้ข้าตื่น!" ฟีลิกซ์บินวนรอบหัวของอัคราอย่างหงุดหงิด
"ดวงดาวจำลอง?" อัคราหันกลับไปมองท้องฟ้าเทียมอีกครั้ง พลังงานที่เขากำลังดูดซับอยู่... คือแสงดาวจำลองเหล่านั้นงั้นหรือ?
"ใช่! เจ้าไม่รู้หรือไง! เจ้ากำลังจะปลดปล่อยพลังงานที่มากเกินไป! มันจะทำให้ม่านแห่งความเป็นจริง... ขาดสะบั้น!" ฟีลิกซ์ชี้ไปที่เกลียวคลื่นแสงสีฟ้าครามที่กำลังก่อตัว
"ขาดสะบั้น... หมายความว่ายังไง" อัคราเริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริง
"หมายความว่า... โลกของเจ้า... อาจจะเปิดออกสู่โลกอื่น! โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นมิตร! โลกที่... ผู้นำแห่งความมืด... กำลังรอคอย!" ฟีลิกซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
คำพูดของฟีลิกซ์ทำให้ร่างของอัคราแข็งทื่อ ความร้อนระอุที่เคยรู้สึกได้แปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเย็นยะเยือก เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นอันตรายกว่าที่คิดมาก
"แล้ว... จะทำยังไง... ข้าจะหยุดมันได้ยังไง" อัคราถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"เจ้าหยุดมันไม่ได้! เจ้าเป็นคนเริ่มมันเอง! แต่... เจ้าอาจจะควบคุมมันได้... ถ้าเจ้าสามารถ... เชื่อมโยงกับแก่นแท้ของพลังแห่งดาวฤกษ์ได้!" ฟีลิกซ์กระพริบตาปริบๆ ราวกับกำลังคิดหาทางออก
"แก่นแท้... แห่งพลัง... ดาวฤกษ์?" อัคราพึมพำ เขารู้สึกว่าชื่อ "ดาวฤกษ์" นั้นมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เขาเคยคิด
"ใช่! พลังของเจ้า... มันมาจากดวงดาวจริงๆ! ไม่ใช่แค่แสงจำลอง! เจ้าต้องเปิดใจ... รับพลังที่แท้จริง! โยนทิ้งความกลัว... แล้วโอบกอด... ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า... ดาวฤกษ์!" ฟีลิกซ์ตะโกนสุดเสียง
อัคราหลับตาลง เขาพยายามสะกดกลั้นความกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจิตใจ เขาจินตนาการถึงดวงดาวอันไกลโพ้น แสงสว่างอันบริสุทธิ์ พลังงานที่ไร้ขีดจำกัด เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเชื่อมโยงกับเขา ราวกับว่าจักรวาลทั้งใบกำลังตอบรับคำขอของเขา
"ข้าคือ... ดาวฤกษ์" อัคราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น ความกลัวค่อยๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น "ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใด... มาคุกคามโลกของข้า"
เมื่ออัคราเอ่ยเช่นนั้น พลังงานสีฟ้าครามที่กำลังก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นก็พลันหยุดชะงักลง เส้นใยแสงที่เคยหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง กลับค่อยๆ คลายตัวออก แสงสว่างจ้าที่เคยทำให้มองไม่เห็นก็ค่อยๆ ลดลง จนเผยให้เห็นร่างของอัคราที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงดาวจำลองที่กำลังจะดับลง
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ แทนที่แสงดาวจำลองเหล่านั้นจะดับวูบหายไป กลับกลายเป็นว่าพวกมันกำลังถูกดูดซับเข้าไปในร่างของอัครา กลืนกินเข้าไปราวกับเป็นอาหาร ดวงดาวจำลองเหล่านั้นค่อยๆ จางหายไปทีละดวงสองดวง จนเหลือเพียงแสงสีฟ้าอ่อนเย็นตาที่สถิตอยู่รอบกายเขา
"สำเร็จแล้ว!" ฟีลิกซ์ร้องด้วยความดีใจ "เจ้าทำได้... ดาวฤกษ์!"
อัคราลืมตาขึ้น ดวงตาของเขากลับมาส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงแสงดาวจำลองที่สะท้อนอยู่ แต่เป็นแสงอันบริสุทธิ์ที่มาจากภายในตัวเขาเอง พลังงานสีฟ้าอ่อนเย็นตานั้นไม่ได้แผ่กระจายออกไปอีกต่อไป หากแต่ถูกควบคุมไว้ภายในร่างของเขาอย่างสมบูรณ์
"นี่คือ... พลังที่แท้จริงของข้า..." อัครากล่าวพร้อมกับยกมือขึ้น แสงสีฟ้าอ่อนเย็นตาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือของเขา กลายเป็นดวงดาวเล็กๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับ
"ถูกต้อง!" ฟีลิกซ์บินเข้ามาใกล้ "เจ้าคือผู้ที่ได้รับเลือก... ดาวฤกษ์! พลังของเจ้า... จะเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องมิติของเรา... จากความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา"
"ความมืด... ที่กำลังคืบคลานเข้ามา?" อัคราเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ใช่... บางสิ่งบางอย่าง... กำลังพยายามจะฉีกขาดม่านแห่งความเป็นจริง... และเข้ามาทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง" ฟีลิกซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "และข้า... เชื่อว่าเจ้า... คือผู้เดียวที่จะหยุดยั้งมันได้"
ขณะที่ฟีลิกซ์กำลังจะอธิบายเพิ่มเติม ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งมหานคร ไฟสีแดงกะพริบวูบวาบตามตึกสูงต่างๆ ทั่วทุกมุมเมือง
"อะไรกัน!" อัคราอุทาน
"ดูนั่นสิ!" ฟีลิกซ์ชี้ไปยังท้องฟ้าที่เคยเป็นท้องฟ้าเทียม บัดนี้มีรอยร้าวปรากฏขึ้น มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่เป็นรอยร้าวสีดำสนิทที่กำลังขยายตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับแผลเน่าเปื่อย
"นั่นคือ... ม่านแห่งความเป็นจริง... มันกำลังขาดสะบั้น!" ฟีลิกซ์ร้องด้วยความตกใจ
จากรอยร้าวสีดำนั้น มีเงาสีดำทะมึนขนาดมหึมาค่อยๆ โผล่ออกมา เงาที่ดูเหมือนจะกลืนกินทุกแสงสว่าง และก่อให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวที่อธิบายไม่ได้
อัคราจ้องมองไปยังเงาอันน่าสะพรึงกลัวนั้นด้วยแววตาที่มุ่งมั่น เขารู้ดีว่าการเดินทางที่แท้จริงของเขา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังจะปรากฏตัว... ก็กำลังจะมาถึง

จอมทัพดารา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก