ตอนที่ 22 — จุดประกายแห่งดวงดาว สู่สมรภูมิแห่งชะตา

ตอนที่ 22 — จุดประกายแห่งดวงดาว สู่สมรภูมิแห่งชะตา

จอมทัพดารา · 30 ตอน

นครทอแสงดาว สิ้นเสียงกรีดร้องของมันไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบอันหนักอึ้งที่ปกคลุมไปทั่วดุจผ้าคลุมแห่งความตาย แสงดาวที่เคยสาดส่องเจิดจรัส บัดนี้หรี่ลงจนแทบมองไม่เห็น ราวกับวิญญาณแห่งนครแห่งนี้กำลังจะดับสูญไปพร้อมกับความมืดที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ

อัครา ยืนนิ่งกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง ร่างกายเปื้อนไปด้วยฝุ่นผงและคราบเลือด ‌แต่สายตาของเขายังคงเปล่งประกายดุจเพลิงดาวที่ไม่มีวันมอดไหม้ วงแหวนแห่งพลังดาราสีเงินที่ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับจะระเบิดออกทุกเมื่อ

"เจ้า... จะหยุดยั้งเราไม่ได้" เสียงแหบพร่าดังมาจากเงามืดที่ขยายตัวออกไปทั่วบริเวณ เป็นเสียงของ 'เงาทมิฬ' ศัตรูผู้หมายจะกลืนกินพลังแห่งดวงดาวทั้งหมด

"ข้าจะหยุดเจ้า! ​ตราบใดที่ยังมีแสงดาวอยู่บนฟากฟ้า ตราบใดที่ยังมีลมหายใจในกายข้า!" อัคราตะโกนก้อง เสียงของเขาดังกังวานท่ามกลางความเงียบ ราวกับจะปลุกพลังแห่งดวงดาวที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

การปะทะกันครั้งก่อนได้ทิ้งร่องรอยความเสียหายอันใหญ่หลวงไว้บนนครแห่งนี้ โบราณสถานเก่าแก่ที่เคยสง่างาม บัดนี้แตกหักเป็นเสี่ยงๆ กำแพงที่เคยสลักเสลาเรื่องราวแห่งดวงดาว ‍บัดนี้เต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมจากพลังงานอันมหาศาล แสงดาวที่เคยส่องประกายบนหลังคาของวิหารหลัก บัดนี้มืดมิดและไร้ชีวิตชีวา

เงาทมิฬค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่บิดเบี้ยวและบิดเบี้ยว ผิวหนังของมันดำสนิทราวกับถูกดูดกลืนแสงสว่างไปทั้งหมด ดวงตาของมันเป็นช่องว่างสีดำไร้ประกาย ‌มีเพียงแสงสีแดงฉานที่กระพริบอยู่ด้านใน

"เจ้าเรียกตัวเองว่า 'ดาวฤกษ์' หรือ? พลังที่เจ้าครอบครองนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่แท้จริง พลังที่แท้จริงนั้นอยู่กับข้า!" เงาทมิฬแผ่รัศมีแห่งความมืดออกมา พลังนั้นแผ่ขยายไปทั่วราวกับน้ำมันที่ราดลงบนเปลวไฟ ทำให้แสงดาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ริบหรี่ลงไปอีก

อัคราขมวดคิ้ว ‍เขาไม่เคยรู้สึกถึงพลังแห่งความมืดที่รุนแรงและกัดกร่อนเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่พลังที่ทำลายล้าง แต่เป็นพลังที่ดูดกลืนสิ่งมีชีวิต ทำให้ทุกสรรพสิ่งสูญสลายไป

"พลังแห่งดวงดาวนั้นไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือพลังที่หล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่ง!" อัครากล่าว เขากระชับกำปั้น พลังดาราที่สถิตอยู่ในร่างของเขากำลังพลุ่งพล่าน ​ดวงตาของเขาพลันสว่างวาบเป็นสีทองอร่าม

"เจ้ามันก็แค่เด็กน้อยที่หลงผิด!" เงาทมิฬหัวเราะเสียงเย็น มันยกมือขึ้น เงาดำทะมึนก็พุ่งเข้าใส่อัคราราวกับงูพิษ

อัคราไม่รอช้า เขายกมือขึ้นเช่นกัน วงแหวนแห่งพลังดาราที่ห่อหุ้มร่างของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นดาบแสงสีทองอร่าม ดาบเล่มนั้นส่องแสงเจิดจ้าจนสามารถขับไล่เงามืดที่ปกคลุมอยู่ได้ในบริเวณเล็กน้อย

"รับไป!" อัคราตะโกนสุดเสียง ​เขาฟาดฟันดาบแสงออกไปเป็นวงกว้าง พลังดาราที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ขนาดเล็ก เผาผลาญเงาดำทะมึนที่พุ่งเข้าหา

การปะทะกันของดาบแสงกับเงาดำทะมึนนั้นสร้างคลื่นพลังงานที่รุนแรงจนพื้นดินสั่นสะเทือน เศษหินเศษปูนกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง

"ช่างน่าประหลาดใจ... พลังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว" เงาทมิฬกล่าว น้ำเสียงของมันยังคงเยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ ​"แต่ก็ยังไม่พอ!"

เงาทมิฬไม่ยอมอ่อนข้อ มันแผ่รัศมีแห่งความมืดออกไปอีกครั้ง คราวนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว เงาดำทะมึนก่อตัวเป็นหอกแหลมคมหลายเล่ม พุ่งเข้าใส่ร่างของอัคราอย่างไม่หยุดหย่อน

อัคราเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราวกับสายฟ้า เขาหลบหลีกหอกเงาเหล่านั้นด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ดาบแสงในมือของเขาฟาดฟันตอบโต้ หอกเงาแต่ละเล่มที่ถูกฟันขาดนั้นจะสลายไปกลายเป็นฝุ่นผงแห่งความมืด

"เจ้าคิดว่าการหลบหลีกจะช่วยเจ้าได้งั้นหรือ?" เงาทมิฬกล่าว "พลังแห่งความมืดของข้าสามารถกลืนกินได้ทุกสิ่ง!"

พลันนั้นเอง เงาทมิฬก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้สร้างอาวุธ แต่มันกลับดึงเอาเศษเสี้ยวของพลังงานดาราที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนท้องฟ้าเข้ามา เมื่อพลังงานเหล่านั้นถูกมันสัมผัส มันก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับหมึก

"นี่คือสิ่งที่เจ้าเรียกว่าพลังดวงดาวงั้นหรือ? ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าพลังที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร!" เงาทมิฬหัวเราะเยาะ

อัคราตกตะลึง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าพลังแห่งดวงดาวจะสามารถถูกบิดเบือนและกลืนกินได้เช่นนี้

"นั่นมัน... ไม่ใช่พลังดวงดาว!" อัคราอุทาน

"มันคือพลังที่ถูกยกระดับ! พลังที่ข้าครอบครอง! พลังที่ข้าจะใช้เพื่อทำลายล้างทุกสิ่ง!" เงาทมิฬแผ่รัศมีแห่งความมืดออกไปอีกครั้ง คราวนี้พลังงานที่ถูกมันบิดเบือนนั้นสาดส่องเข้าใส่ร่างของอัครา

วงแหวนพลังดาราที่ห่อหุ้มร่างของอัคนานั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังจะแตกสลาย สีเงินของมันถูกเจือจางด้วยสีดำที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

"ไม่! ข้าจะยอมให้เจ้าทำลายมันไม่ได้!" อัคราตะโกน เขาสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความสิ้นหวังที่กำลังคุกคาม

ทันใดนั้นเอง ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับ "ดาวฤกษ์" ผู้เป็นตำนานก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา ภาพของดวงดาวที่ส่องสว่างเจิดจ้า ภาพของพลังงานอันบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่ง

"ข้าคือ... ดาวฤกษ์!" อัคราตะโกน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่พลันเกิดขึ้นมาใหม่ "พลังแห่งดวงดาวไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะบิดเบือนได้! มันคือชีวิต! มันคือแสงสว่าง! มันคือความหวัง!"

เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น ร่างกายของอัคราก็พลันสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง วงแหวนพลังดาราที่ห่อหุ้มร่างของเขาพลันเปลี่ยนสีจากสีเงินเป็นสีทองอร่ามเจิดจ้า ดวงตาของเขากลายเป็นประกายสีทองที่สว่างไสวราวกับดวงดาวบริสุทธิ์

"นี่คือ... พลังของข้าที่แท้จริง!" อัครากล่าว "พลังแห่งดาวฤกษ์!"

พลังงานสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างของอัครานั้นมีฤทธิ์ขับไล่ความมืดได้อย่างรุนแรง มันสลายเงาดำทะมึนที่พุ่งเข้าหาได้อย่างง่ายดาย

เงาทมิฬตกตะลึง มันไม่เคยเห็นพลังงานที่บริสุทธิ์และรุนแรงเช่นนี้มาก่อน

"เป็นไปได้อย่างไร... พลังของเจ้า... มันแข็งแกร่งเกินไป!" เงาทมิฬกล่าว

"เจ้าไม่เข้าใจ... พลังแห่งดวงดาวนั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะควบคุมได้ด้วยความมืด แต่คือสิ่งที่ต้องได้รับการปกป้อง!" อัครากล่าว เขายกดาบแสงสีทองขึ้นเหนือหัว "และข้า ดาวฤกษ์ จะปกป้องมันเอง!"

พลันนั้นเอง ท้องฟ้าที่มืดมิดก็พลันสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง ดวงดาวที่เคยริบหรี่ บัดนี้กลับส่องประกายเจิดจ้าขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับได้รับสัญญาณจากอัครา

แสงดาวเหล่านั้นสาดส่องลงมายังร่างของอัครา พลังงานอันบริสุทธิ์จากท้องฟ้าหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง

"นี่คือ... พลังแห่งดวงดาวที่แท้จริง!" อัครากล่าว เขารู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกาย "ข้าจะใช้พลังนี้... เพื่อขับไล่ความมืดของเจ้าไปให้พ้น!"

อัคราพุ่งเข้าใส่เงาทมิฬด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ดาบแสงสีทองในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

เงาทมิฬพยายามที่จะป้องกันตัวเองด้วยเงาดำทะมึน แต่มันก็ไม่สามารถต้านทานพลังอันมหาศาลของอัคราได้ ดาบแสงสีทองฟันผ่านเงาเหล่านั้นไปอย่างง่ายดาย

"พลังแห่งดาวฤกษ์... จะไม่มีวันถูกกลืนกิน!" อัคราตะโกน

การปะทะกันครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าครั้งไหนๆ แสงสว่างสีทองอร่ามที่เกิดจากการต่อสู้ของอัครา ได้ขับไล่ความมืดที่ปกคลุมนครทอแสงดาวออกไปได้ในระดับหนึ่ง

แต่เงาทมิฬก็ยังไม่ยอมแพ้ มันแผ่รัศมีแห่งความมืดที่เข้มข้นยิ่งขึ้นออกไปอีก พลังงานที่บิดเบือนจากดวงดาวแปรเปลี่ยนเป็นลูกดอกเงาแหลมคมนับร้อยนับพัน พุ่งเข้าใส่ร่างของอัครา

อัคราตั้งท่ารับการโจมตี พลังดาราที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขาก่อตัวเป็นโล่แสงสีทองอร่ามขึ้นมา

"เจ้าจะทำลายพลังแห่งดวงดาวของข้าไม่ได้!" อัครากล่าว

ลูกดอกเงาพุ่งเข้าชนโล่แสง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ โล่แสงสีทองสั่นคลอนอย่างรุนแรง แต่ก็ยังคงต้านทานเอาไว้ได้

ท่ามกลางพายุลูกดอกเงาเหล่านั้น อัคราสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มคืบคลานเข้ามา พลังที่เขาได้รับจากท้องฟ้านั้นมหาศาลก็จริง แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานในร่างของเขาเช่นกัน

"เจ้า... เจ้าจะทนได้นานแค่ไหน?" เงาทมิฬกล่าว "พลังของเจ้าจะหมดไปในไม่ช้า! และเมื่อนั้น... ข้าจะกลืนกินทุกสิ่ง!"

ขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางแสงดาวที่ส่องประกายเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดังแว่วมาในหูของอัครา

"อัครา... จงมองหา... แหล่งพลังที่แท้จริง... ใต้ซากปรักหักพัง..."

เสียงนั้นเป็นเสียงใคร? มันคือเสียงที่มาจากไหน? อัคราพยายามที่จะจับใจความ แต่เสียงนั้นก็เลือนหายไปในพายุลูกดอกเงา

แต่คำพูดเหล่านั้นได้จุดประกายบางอย่างในใจของเขา "แหล่งพลังที่แท้จริง... ใต้ซากปรักหักพัง?"

อัคราเหลือบมองไปรอบๆ สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ ใต้ซากปรักหักพังของวิหารหลัก มีบางอย่างที่ส่องแสงเรืองรองอยู่จางๆ ราวกับจะเป็นแหล่งพลังงานที่ซ่อนเร้น

"นั่นมันอะไรกัน?" อัคราสงสัย

เงาทมิฬสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวอัครา มันแผ่รัศมีแห่งความมืดออกไปอีกครั้ง พยายามจะบดบังการมองเห็นของเขา

"อย่าเสียสมาธิ! ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!" เงาทมิฬคำราม

อัคราไม่สนใจคำขู่ของเงาทมิฬ เขามุ่งมั่นที่จะเข้าไปสำรวจสิ่งที่เห็น

"ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร!" อัครากล่าว "ข้าจะใช้พลังนี้... เพื่อค้นหาความจริง!"

อัคราตัดสินใจ เขาเลือกที่จะไม่เผชิญหน้ากับเงาทมิฬโดยตรงในขณะนี้ แต่จะเบี่ยงเบนความสนใจของมัน เพื่อเข้าไปสำรวจแหล่งพลังงานที่ซ่อนเร้นนั้น

เขาเปล่งเสียงคำรามก้อง ดาบแสงสีทองในมือพลันสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง เขาฟาดฟันออกไปเป็นวงกว้าง สร้างคลื่นพลังงานที่รุนแรงจนเงาทมิฬต้องถอยร่นไปโดยอัตโนมัติ

"เจ้ากำลังจะทำอะไร?!" เงาทมิฬตะโกนด้วยความโกรธ

"ข้าจะค้นหาความจริง!" อัคราตอบ เสียงของเขามั่นคงแน่วแน่

เมื่อมีโอกาส อัคราก็รีบพุ่งตัวไปยังบริเวณที่เขาเห็นแสงเรืองรองนั้น เขากระโดดข้ามซากปรักหักพังไปอย่างรวดเร็ว

เงาทมิฬเห็นดังนั้น ก็พลันตระหนักถึงแผนการของอัครา มันพยายามจะไล่ตาม แต่ก็ถูกแสงดาวที่ส่องประกายเจิดจ้าขึ้นมาขัดขวาง

"อย่าให้มันไปถึงตรงนั้น!" เงาทมิฬสั่งการ

เงาดำทะมึนพลันก่อตัวขึ้นมาเป็นกำแพงขวางกั้นเส้นทางของอัครา

อัคราเห็นกำแพงเงาดำ ก็รีบใช้ดาบแสงของเขา ฟันผ่านกำแพงนั้นอย่างรวดเร็ว

"เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก!" เงาทมิฬคำราม

อัครากระโจนลงไปในหลุมที่เกิดจากซากปรักหักพัง เขาเห็นแหล่งพลังงานนั้นอยู่เบื้องหน้า มันคือแท่นบูชาโบราณที่สลักเสลาด้วยอักขระแห่งดวงดาว และมีผลึกสีฟ้าใสขนาดใหญ่วางอยู่บนแท่น

ผลึกนั้นกำลังส่องแสงเรืองรองออกมาอย่างอ่อนโยน แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานอันมหาศาล

"นี่คือ... แหล่งพลังที่แท้จริงงั้นหรือ?" อัคราพึมพำ

เขาไม่เคยเห็นสิ่งใดที่ดูสงบงาม แต่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจเช่นนี้มาก่อน

เงาทมิฬกำลังไล่ตามเขามา อัคราจะสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานนั้น และไขความลับของมันได้หรือไม่? หรือเขาจะถูกเงาทมิฬกลืนกินไปเสียก่อน? ชะตากรรมของนครทอแสงดาว และพลังแห่งดวงดาว จะเป็นอย่างไรต่อไป?

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!