ตอนที่ 23 — เปลวเพลิงแห่งความหวังกลางซากปรัก

ตอนที่ 23 — เปลวเพลิงแห่งความหวังกลางซากปรัก

จอมทัพดารา · 30 ตอน

ความเงียบที่เข้าปกคลุมนครทอแสงดาวนั้น มิใช่ความสงบ หากแต่เป็นเสียงคร่ำครวญของความพินาศที่ถูกกดทับไว้ เสียงลมที่พัดผ่านซากอาคารปรักหักพังดังราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณผู้สูญเสีย อัครา ยืนนิ่งอยู่กลางจัตุรัสกลางนคร ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเบื้องหน้า ที่บัดนี้กลายเป็นภาพสะท้อนของความมืดมิด ‌แสงดาวที่เคยสว่างไสว บัดนี้เหลือเพียงริบหรี่ที่กำลังจะดับสูญ ราวกับว่าพลังแห่งความมืดได้ดูดกลืนเอาประกายแห่งชีวิตไปทั้งหมด

“นี่หรือคือสิ่งที่เจ้าต้องการ... กาแลคเซีย?” เสียงทุ้มของอัคราเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดระคนโกรธแค้น ภาพของนครทอแสงดาวที่เคยงดงามราวกับสรวงสวรรค์ บัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่น่าสมเพช ​ความทรงจำเกี่ยวกับนครแห่งนี้แวบเข้ามาในหัว ภาพของผู้คนร่าเริงที่เคยเดินสวนกัน ภาพของแสงดาวที่เคยเต้นระบำอยู่บนท้องฟ้า บัดนี้มีเพียงภาพความว่างเปล่าและรอยร้าวที่กินลึกเข้าไปในหัวใจ

“มันคือจุดจบของความหวัง… ความมืดมิดคือทุกสิ่ง…” เสียงเย็นเยียบดังสะท้อนมาจากเงามืดที่เกาะกินอยู่ตามมุมต่างๆ ของนคร เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสิ่งมีชีวิตธรรมดา ‍แต่เป็นเสียงของพลังงานบริสุทธิ์ของความมืดที่กำลังแสดงอำนาจ

ทันใดนั้น เงาดำทะมึนที่เคยปรากฏตัวในตอนก่อนหน้า ก็ค่อยๆ ก่อร่างขึ้นมากลางอากาศ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ใหญ่โตกว่าปกติมาก ดวงตาของมันส่องประกายสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่กำลังคุกรุ่น เปลวเพลิงสีดำสนิทล้อมรอบร่างของมันไว้ ‌ราวกับมันคือศูนย์กลางของหายนะ

“เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ ดาวฤกษ์… พลังของพวกเจ้ามันอ่อนแอเกินไป ความสิ้นหวังต่างหากคือพลังที่แท้จริง” กาแลคเซียกล่าว เสียงของมันดังสะท้อนไปทั่วหุบเขาแห่งความเงียบ

อัครากำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาว เขาจดจำใบหน้านั้นได้ดี ใบหน้าแห่งความทรยศ ‍ใบหน้าของสหายเก่าที่เคยร่วมสาบาน แต่บัดนี้กลับกลายเป็นศัตรูที่สาหัสที่สุด

“ข้าไม่ใช่นายท่านของเจ้าอีกต่อไป กาแลคเซีย! และข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกสิ่งไปมากกว่านี้!” อัคราตะโกน เสียงของเขาดังขึ้นมาอย่างทรงพลัง ราวกับจะปลุกประกายแห่งความหวังที่กำลังจะดับสูญ

ทันใดนั้น แสงสีเงินยวงอันอ่อนโยนก็เปล่งประกายออกมาจากตัวอัครา ​แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไปรอบตัวเขา มันมิใช่แสงแห่งความร้อนแรง หากแต่เป็นแสงแห่งความเย็นบริสุทธิ์ที่สามารถสลายความมืดมิดได้ แสงดาวที่เคยหรี่ลง บัดนี้ราวกับถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง แสงนั้นส่องกระทบซากอาคาร ทำให้เกิดเงาสะท้อนที่สวยงามราวกับงานศิลปะ

“พลังของเจ้า… ​ยังคงมีอยู่อีกหรือ?” กาแลคเซียกล่าว น้ำเสียงมีความประหลาดใจแฝงอยู่ “ข้าคิดว่าข้าได้กลืนกินมันไปจนหมดแล้ว”

“เจ้าทำได้เพียงกลืนกินสิ่งที่อ่อนแอ… แต่เจ้ามิอาจทำลายแก่นแท้ของข้าได้!” อัคราตอบ แสงสีเงินยวงรอบตัวเขาเริ่มเข้มข้นขึ้น พลังงานแห่งดวงดาวที่หลับใหลอยู่ทั่วทั้งนคร ​เริ่มตอบสนองต่อการเรียกขานของเขา

“เหลวไหล! ความมืดคืออนาคต! ความสิ้นหวังคือจุดจบ!” กาแลคเซียคำราม แสงเพลิงสีดำรอบกายมันพลุ่งพล่านขึ้น พร้อมกับพุ่งเข้าใส่อัคราด้วยความเร็วสูง

การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ แสงสีเงินยวงของอัคราปะทะเข้ากับเปลวเพลิงสีดำของกาแลคเซีย เกิดเป็นคลื่นพลังงานมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งนคร ซากอาคารที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ สั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมาทุกเมื่อ

อัคราหลบหลีกการโจมตีของกาแลคเซียอย่างคล่องแคล่ว ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลมที่มองไม่เห็น แสงดาวที่สว่างขึ้นรอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นดาบแห่งพลังงานสีเงินยวง ด้ามจับของดาบนั้นส่องประกายราวกับกลุ่มดาวที่รวมตัวกัน

“เจ้าต่อสู้เพื่อสิ่งใดกัน ดาวฤกษ์? เพื่อซากปรักหักพังเหล่านี้อย่างนั้นหรือ? มันไร้ค่า!” กาแลคเซียกล่าวขณะที่โจมตีอย่างต่อเนื่อง

“ข้าต่อสู้เพื่อความหวัง! เพื่อโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่!” อัคราตอบ ขณะที่ปัดป้องการโจมตีของกาแลคเซียด้วยดาบดาวของเขา “เจ้าไม่เคยเข้าใจ… ความสิ้นหวังไม่ใช่จุดจบ… แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการค้นหาแสงสว่าง!”

เมื่อพูดจบ อัคราก็รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ปล่อยคลื่นพลังงานแห่งดวงดาวออกไปอย่างเต็มกำลัง แสงสีเงินยวงสว่างเจิดจ้า จนกลบรัศมีของเปลวเพลิงสีดำของกาแลคเซียไปจนหมด แสงนั้นสาดส่องเข้าไปในร่างของกาแลคเซีย ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

“เป็นไปไม่ได้! ความมืดไม่มีวันพ่ายแพ้!” กาแลคเซียตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว

แต่พลังของอัคนานั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่กาแลคเซียจะต้านทานได้ เปลวเพลิงสีดำรอบกายของมันเริ่มมอดไหม้ลง แสงสีเงินยวงของอัคราค่อยๆ กลืนกินพลังแห่งความมืดนั้นไป

ในขณะที่การต่อสู้กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด นครทอแสงดาวก็เริ่มตอบสนองต่อพลังของอัครา แสงดาวที่เคยริบหรี่ บัดนี้เริ่มสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง เปล่งประกายสีขาวนวลตาไปทั่วทั้งนคร ราวกับว่านครแห่งนี้กำลังจะฟื้นคืนชีพ

“เจ้า… เจ้าได้ปลุกพลังที่แท้จริงของนครแห่งนี้ขึ้นมา!” กาแลคเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พลังนี้… มันไม่ใช่ของเจ้า… มันคือพลังของดวงดาว… พลังแห่งชีวิต!”

“และข้าคือผู้พิทักษ์พลังนี้! ข้าคือ ดาวฤกษ์!” อัครากล่าวอย่างหนักแน่น

ทันใดนั้น แสงสีเงินยวงที่เปล่งประกายออกมาจากตัวอัครา ก็พลันสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง เป็นแสงที่อบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น

กาแลคเซียกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง เมื่อแสงแห่งชีวิตนั้นสาดส่องเข้าไปในร่างของมัน เปลวเพลิงสีดำที่เคยลุกไหม้ บัดนี้เริ่มมอดดับลงทีละน้อย

“แม้ว่าเจ้าจะปลุกพลังของดวงดาวขึ้นมาได้… แต่เจ้าก็มิอาจหยุดยั้งความมืดมิดได้ทั้งหมด! ความมืด… จะกลับมาเสมอ!” กาแลคเซียกล่าวเป็นคำพูดสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะสลายไปในแสงสีเงินยวงของอัครา เหลือทิ้งไว้เพียงฝุ่นผงสีดำที่ค่อยๆ ลอยไปกับสายลม

อัครายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงดาวที่กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง เขาผ่อนลมหายใจอย่างแผ่วเบา ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ถาโถมเข้ามา แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ

นครทอแสงดาวที่เคยเงียบสงัด บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงเพลงแห่งแสงดาวที่บรรเลงขึ้นมาอีกครั้ง ซากอาคารที่เคยเต็มไปด้วยรอยร้าว บัดนี้กลับส่องประกายระยับ ราวกับว่าบาดแผลของมันกำลังจะได้รับการเยียวยา

แต่แล้ว… ในขณะที่อัครากำลังจะก้าวเดินต่อไป เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องลึกของนคร พลังงานนั้นไม่ใช่พลังแห่งความมืด และก็ไม่ใช่พลังแห่งดวงดาวที่คุ้นเคย มันเป็นพลังงานที่แปลกประหลาด เย็นยะเยือก และแฝงไว้ด้วยอันตราย

“นี่มัน… อะไรกัน?” อัคราพึมพำ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่ง ที่ซึ่งแสงดาวดูเหมือนจะมืดมิดกว่าที่อื่น

เขาเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน รอยแยกนั้นสาดแสงสีม่วงมืดออกมา ราวกับปากเหวที่เปิดอ้า พร้อมที่จะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป

“นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับกาแลคเซีย… มันยังมีอะไรมากกว่านั้นอีก…” อัครากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

เขาไม่รู้ว่าเบื้องหลังประตูมิติที่กำลังเปิดออกนั้น จะมีอะไรซ่อนอยู่ เป็นศัตรูตัวใหม่ หรือเป็นอันตรายที่เหนือกว่าที่เขาเคยเผชิญมา? แต่ในฐานะผู้พิทักษ์แห่งพลังดวงดาว เขาไม่อาจละเลยภัยคุกคามที่กำลังปรากฏขึ้นนี้ได้

อัคราตัดสินใจแน่วแน่ เขาจะก้าวเข้าไปในมิติแห่งนั้น เพื่อค้นหาความจริง และเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะมาถึง แม้ว่ามันจะอันตรายเพียงใดก็ตาม

แสงสีม่วงมืดจากรอยแยกนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไป บรรยากาศรอบตัวอัคราเริ่มหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว เขาเตรียมพร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านม่านแห่งความมืดมิดนี้ เพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า...

(จะติดตามตอนต่อไปได้ในตอนที่ 24...)

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!