ตอนที่ 26 — เงาสะท้อนของเทพดารา
จอมทัพดารา · 30 ตอน
ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านซากปรักหักพังของนครทอแสงดาว กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังลอยอวลอยู่ในอากาศ อัครา ยืนนิ่งอยู่กลางจัตุรัสที่เคยเป็นศูนย์กลางของมหานครแห่งนี้ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ภาพความอลังการของสถาปัตยกรรมที่เคยตระหง่าน บัดนี้เหลือเพียงเสาหินที่บิดเบี้ยวและกำแพงที่ร้าวฉานราวกับถูกพลังอันมหาศาลทุบทำลาย เศษแก้วสีฟ้าอมม่วงที่เคยเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่น บัดนี้แหลกละเอียดปะปนกับฝุ่นผงแห่งกาลเวลา
“ที่นี่… เคยเป็นอะไรมาก่อนกันแน่” อัคราพึมพำเสียงแผ่วเบา เสียงสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมโหยหวนเป็นเพื่อน
ความทรงจำที่พร่าเลือนเริ่มก่อตัวขึ้น ภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนสวมอาภรณ์สีสันสดใส เคลื่อนไหวราวกับกำลังเต้นรำท่ามกลางหมู่ดาว เสียงหัวเราะและเสียงดนตรีที่ไพเราะ แต่ทั้งหมดนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยภาพของความโกลาหล ความหวาดกลัว และเปลวเพลิงที่ลุกไหม้
“มัน… ไม่ใช่แค่อดีตที่ถูกลืม” เสียงของ “เทวทูตประกายดาว” ดังขึ้นในหัวของอัครา เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงพลัง ราวกับมาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น “แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน และถูกผนึกไว้”
อัคราหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน “ผนึก… ด้วยพลังอะไร?”
“ด้วยพลังแห่งการลืมเลือน… พลังที่มุ่งร้ายทำลายทุกสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างและความหวัง” เทวทูตประกายดาวตอบ “และผู้ที่ผนึกมันไว้… ก็คือ ‘มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล’ ศัตรูที่เจ้าจะต้องเผชิญหน้า”
“มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล…” อัคราทวนคำ ชื่อนั้นให้ความรู้สึกถึงความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต “แล้วพลังของข้า… พลังของดาวฤกษ์… จะสามารถต่อกรกับสิ่งนั้นได้หรือไม่?”
“เจ้าคือดาวฤกษ์… ดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างกลางคืนอันมืดมิด” เทวทูตประกายดาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “พลังของเจ้าคือพลังแห่งการสร้างสรรค์ การปลดปล่อย และการนำพา… มันคือสิ่งที่ตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับพลังแห่งการทำลายล้างของมัน”
อัคราเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า แม้จะอยู่ในซากปรักหักพัง แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงอิทธิพลของดวงดาวที่มองไม่เห็น แสงดาวที่ควรจะส่องสว่าง บัดนี้ดูเหมือนจะหรี่แสงลง ราวกับกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง
“ข้าต้องหาทาง… ปลดปล่อยความทรงจำที่ถูกผนึกไว้” อัครากล่าว เขาเริ่มก้าวเดินไปรอบๆ จัตุรัส พยายามสังเกตทุกรายละเอียด แสงดาวที่ส่องผ่านช่องว่างของซากอาคาร สะท้อนกับเศษแก้วที่แตกหัก ก่อเกิดเป็นลวดลายประหลาดบนพื้นดิน
ทันใดนั้น สายตาของอัคราก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เศษหินขนาดใหญ่ เป็นแผ่นจารึกโบราณที่ทำจากวัสดุสีดำสนิท แต่กลับมีลายเส้นสีทองเรืองรอง สลักเสลาเป็นสัญลักษณ์ที่อัคราไม่เคยเห็นมาก่อน
“นี่มันอะไรกัน?” เขาเดินเข้าไปใกล้ พลางยื่นมือออกไปสัมผัส สัมผัสแรกที่เขารู้สึกได้คือความเย็นเยือกที่แผ่ซ่าน แต่ก็มีความอบอุ่นแฝงอยู่เล็กน้อย ราวกับเป็นพลังงานที่ถูกกักเก็บไว้
เมื่อปลายนิ้วของอัคราแตะลงบนแผ่นจารึก ลวดลายสีทองก็พลันสว่างวาบขึ้น แสงสว่างนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะลืมตา มองเห็น ภาพวาดที่สลักอยู่บนแผ่นจารึกเริ่มเคลื่อนไหว ราวกับมีชีวิต
เป็นภาพของนครทอแสงดาวในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด ผู้คนมากมายกำลังเฉลิมฉลอง ท่ามกลางแสงดาวที่ส่องสว่างเจิดจ้า สถาปัตยกรรมตระหง่านราวกับจะเสียดฟ้า ดวงดาวที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ก็เปล่งประกายเจิดจ้ากว่าที่เคย
แต่แล้ว… ภาพก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มเมฆสีดำทะมึนปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า พลังงานอันมืดมิดแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วเมือง ผู้คนเริ่มหวาดกลัวและวิ่งหนี ภาพของมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลปรากฏขึ้น ร่างกายของเขาใหญ่โตราวกับภูเขา ดวงตาของเขาทอประกายสีแดงฉาน พลังงานสีดำทะมึนปะทุออกจากตัวเขา ทำลายทุกสรรพสิ่ง
อัคราผงะถอยหลังด้วยความตกใจ ภาพนั้นรุนแรงและน่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
“นี่คือ… ความจริงที่ถูกปิดบัง…” เทวทูตประกายดาวกล่าว “นครทอแสงดาวไม่ได้ถูกทำลายโดยภัยพิบัติธรรมชาติ… แต่มันถูกโจมตีโดยมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล”
“แล้ว… ชาวเมืองไปอยู่ที่ไหน?” อัคราถาม เสียงของเขาสั่นเครือ
“บางส่วน… ถูกสังหาร… บางส่วน… ถูกผนึกไว้… และบางส่วน… ถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์… เพื่อไม่ให้ใครจดจำ… เพื่อไม่ให้ใครต่อต้าน”
อัคราก้มมองแผ่นจารึกอีกครั้ง ลายเส้นสีทองที่เคยส่องสว่าง บัดนี้เริ่มหรี่แสงลง และภาพที่ปรากฏบนแผ่นจารึกก็กลับกลายเป็นภาพของซากปรักหักพังเช่นเดิม
“แต่… ข้ายังจำได้” อัครากล่าวอย่างหนักแน่น “ข้าจำได้ถึงความรุ่งเรือง… จำได้ถึงแสงสว่าง… ข้าจะนำความทรงจำนั้นกลับคืนมา”
พลัน… เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลังของอัครา เป็นเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทิศทางของถนนใหญ่ที่ทอดเข้าสู่จัตุรัส
“ใครน่ะ!” อัคราตะโกน พร้อมกับหันหลังกลับไปมอง
เงาดำทะมึน ร่างกายสูงใหญ่ กำลังเดินตรงมาทางเขา เป็นร่างที่ปกคลุมด้วยชุดเกราะสีดำสนิท มีอาวุธคล้ายเคียวขนาดใหญ่สะพายอยู่บนบ่า เขามีรูปร่างที่น่าเกรงขาม ดวงตาของเขาเรืองแสงสีม่วงเข้ม ราวกับกำลังจับจ้องเป้าหมาย
“ในที่สุด… ก็เจอตัวจนได้” เสียงแหบพร่าดังมาจากร่างนั้น “ดาวฤกษ์… ผู้ที่บังอาจล่วงรู้ความลับที่ถูกผนึกไว้”
“เจ้าคือ… มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล?” อัคราถาม พลังงานสีฟ้าอ่อนเริ่มปะทุขึ้นรอบตัวเขา
“ถูกเผา… ถึงแม้จะถูกลบเลือนไป… แต่พลังของเจ้าก็ยังคงอยู่” มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลกล่าว “แต่พลังนั้น… ก็เทียบไม่ได้กับความมืดมิดที่ข้าครอบครอง”
ร่างของมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง เคียวสีดำขนาดใหญ่เงื้อขึ้น เตรียมจะฟาดฟันลงมา
อัคราไม่รอช้า เขาปลดปล่อยพลังแห่งดาวฤกษ์ออกมา ลำแสงสีฟ้าสว่างวาบพุ่งออกไปปะทะกับเคียวของมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
พลังงานทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง เกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ทำให้เศษหินเศษปูนปลิวว่อนไปทั่ว อัคราสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลของศัตรู มันไม่ใช่แค่พลังแห่งความมืดมิด แต่เป็นพลังที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
“พลังของเจ้า… ช่างอ่อนแอเสียจริง” มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลหัวเราะเยาะ “เหมือนกับเศษฝุ่นที่พยายามจะต่อต้านพายุ”
“ข้าไม่ใช่เศษฝุ่น!” อัคราตะโกนตอบ เขาเพิ่มพลังแห่งดาวฤกษ์เข้าไปอีก ลำแสงสีฟ้าสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนสู้กับแสงสีม่วงของศัตรูได้
“เจ้าคิดว่า… การปลุกความทรงจำของที่นี่… จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างนั้นหรือ?” มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลถาม “ความทรงจำเหล่านั้น… มีแต่ความเจ็บปวดและความสิ้นหวัง… มันจะยิ่งทำให้เจ้าอ่อนแอลงต่างหาก”
“มันคือความทรงจำ… ที่จะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น!” อัคราตอบ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานของชาวเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยอาศัยอยู่ที่นี่ มันเป็นพลังงานแห่งความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรัก
“น่าขัน… เจ้าจะรู้ซึ้งในไม่ช้า” มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลกล่าว เขาปล่อยพลังงานสีดำทะมึนออกมาเป็นวงกว้าง พลังงานนั้นเริ่มแผ่กระจายเข้ามาปกคลุมอัครา
อัคราสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังบีบรัดเขา ความมืดมิดพยายามจะกลืนกินเขา แต่เขากลับนึกถึงภาพของนครทอแสงดาวที่เคยรุ่งเรือง แสงสว่างที่เคยส่องสว่าง
“ไม่… ข้าจะไม่ยอมแพ้!” อัคราตะโกน เสียงของเขาดังสะท้อนไปทั่วจัตุรัส พลังงานสีฟ้าอ่อนรอบตัวเขาพลันสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง
แสงสว่างนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดวงอาทิตย์กำลังจะกำเนิดขึ้นกลางซากปรักหักพัง ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่เริ่มถอยร่นออกไป
มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
“พลังแห่งดาวฤกษ์… ย่อมขับไล่ความมืดมิดได้เสมอ” เทวทูตประกายดาวกล่าวในหัวของอัครา
อัคราใช้จังหวะที่ศัตรูชะงัก เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมา ลำแสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าพุ่งเข้าปะทะกับมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลโดยตรง
พลังงานทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง เกิดเป็นแสงสว่างที่สว่างไสวไปทั่วบริเวณ จนยากที่จะมองเห็นอะไร
แต่แล้ว… แสงนั้นก็ค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นภาพของมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าอัคราอย่างทุลักทุเล ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากลำแสงสีฟ้า
“เจ้า… เจ้าทำได้ยังไง?” มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ข้าคือดาวฤกษ์… ข้าจะนำพาแสงสว่างกลับมา” อัครากล่าว เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนแรงของศัตรู
แต่ทันใดนั้น… ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว พลังงานสีดำทะมึนเริ่มแผ่กระจายออกมาจากทิศทางอื่น ไม่ใช่จากมหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล แต่มาจากเบื้องบน
“อะไรน่ะ?” อัคราถาม
“ไม่ใช่แค่มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาล… แต่ยังมีพลังอื่น… ที่กำลังจะปรากฏตัว” เทวทูตประกายดาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
มหาอำมาตย์แห่งรัตติกาลที่กำลังอ่อนแรง กลับหัวเราะออกมา “เจ้ารู้ไหม… พลังที่เจ้าเผชิญหน้าอยู่นี้… เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่า”
อัคราเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาเห็นกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทะมึนขนาดมหึมา กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ ราวกับกำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“แล้ว… เจ้าคือใคร?” อัคราถาม
“ข้า… คือเงาสะท้อนของเทพดารา… ผู้ที่จะนำพาความมืดมิดมาสู่จักรวาล… และเจ้า… คือสิ่งกีดขวางเดียวที่ขวางทางข้าอยู่” เสียงนั้นดังมาจากกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทะมึนนั้น เป็นเสียงที่เย็นเยือกและไร้ความรู้สึก
อัครากำหมัดแน่น เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามา มันไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเมืองนี้อีกต่อไป… แต่มันคือการต่อสู้เพื่อจักรวาล!
เงาสะท้อนของเทพดารา… คืออะไร? พลังที่แท้จริงของมันคืออะไร? และอัคราจะสามารถหยุดยั้งหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นได้หรือไม่?
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก