ตอนที่ 28 — แสงดาวในเงามืด

ตอนที่ 28 — แสงดาวในเงามืด

จอมทัพดารา · 30 ตอน

ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโกรกผ่านซากปรักหักพังของนครทอแสงดาว กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังยังคงคุกรุ่น แต่บัดนี้กลับมีประกายแห่งความหวังริบหรี่ฉายผ่านเข้ามา อัครา ยืนนิ่งอยู่กลางจัตุรัสที่เคยเป็นศูนย์กลางของมหานครแห่งนี้ ดวงตาของเขาพลันเหลือบเห็นบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเศษซากที่เคยเห็นมาตลอด ก้อนหินก้อนหนึ่งซึ่งถูกวางเรียงรายอย่างผิดธรรมชาติ เปล่งแสงสีขาวนวลระเรื่อราวกับมีดวงดาวเล็กๆ ‌ซ่อนอยู่ภายใน

“นี่มัน…?” อัคราเอ่ยเสียงแผ่วเบา เขาเดินเข้าไปใกล้ก้อนหินนั้นอย่างระมัดระวัง สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน พลังงานที่คุ้นเคย… พลังงานแห่งดวงดาว

“แสงแห่งดาว… ที่ยังไม่ดับสูญ” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น ​เขายังจำได้ดีถึงความรู้สึกเมื่อครั้งที่เขาสัมผัสกับพลังแห่งดวงดาวครั้งแรก มันคือความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับจักรวาลอันไพศาล การตระหนักรู้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง

เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาในมือทันทีที่สัมผัส พลังงานอันอบอุ่นก็ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขา ราวกับว่าก้อนหินก้อนนี้คือส่วนหนึ่งของเขาที่หายไปนาน เขาหลับตาลง ปล่อยให้พลังนั้นซึมซาบเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย ภาพของนครทอแสงดาวในอดีตอันรุ่งเรืองผุดขึ้นมาในหัวของเขา ‍สถาปัตยกรรมอันตระการตาผู้คนมากมายที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงหัวเราะ เสียงเพลง ทุกอย่างดูราวกับเป็นความฝันที่แสนไกล

แต่แล้ว ภาพนั้นก็พลันเปลี่ยนไป กลายเป็นความมืดมิด ม่านหมอกแห่งความโศกเศร้าเข้าปกคลุม ความเจ็บปวด ‌เสียงกรีดร้องของผู้คนนับไม่ถ้วน ภาพของ “เงาแห่งกาลเวลา” ศัตรูที่เขาเคยเผชิญหน้า ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด รอยยิ้มที่เย้ยหยัน

“แกคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้งั้นรึ ดาวฤกษ์?” ‍เสียงทุ้มแหบแห้งดังขึ้นในหัวของเขา เป็นเสียงเดียวกันกับที่เขากลัวมาตลอด

อัคราสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วร่างกาย เขาหอบหายใจอย่างแรง ก้อนหินในมือยังคงเปล่งแสงสีนวล แต่บัดนี้กลับดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับรับรู้ถึงความหวาดกลัวของเขา

“ไม่… ​ข้าไม่หนี” เขาพึมพำกับตัวเอง แม้ว่าเสียงจะสั่นเครือก็ตาม “ข้าคืออัครา… ไม่ใช่ดาวฤกษ์อีกต่อไป”

เขาพยายามจะสลัดภาพหลอนนั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ภาพนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น จนกระทั่งเขาเห็นภาพของ ​“ดาวประดับ” ดอกไม้วิเศษที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติสุขของนครทอแสงดาว บัดนี้กลับบิดเบี้ยว เหี่ยวเฉา และเต็มไปด้วยหนามแหลมคม

“นี่คือสิ่งที่เจ้าทำลาย” เงาแห่งกาลเวลาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาในภาพหลอนนั้น ร่างของมันโปร่งแสง แต่แผ่รัศมีแห่งความมืดที่น่าสะพรึงกลัว ​“ความงาม ความหวัง… ทุกสิ่งที่เป็นบวกล้วนต้องถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่า”

“แกมันก็แค่ความมืดที่หลอกลวง!” อัคราตะโกนกลับไป พลังแห่งดวงดาวในมือของเขาเริ่มก่อตัวเป็นลำแสงสีขาวสว่างจ้า “ข้าจะเผาผลาญแกให้มอดไหม้!”

ลำแสงจากมือของเขาสาดเข้าใส่ภาพหลอนของเงาแห่งกาลเวลา ภาพนั้นกรีดร้องโหยหวน ก่อนจะสลายไปกับแสงสว่าง แต่ในขณะที่ภาพนั้นสลายไป เสียงหัวเราะอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“แกยังอ่อนแอเกินไป ดาวฤกษ์… พลังของแกยังไม่สมบูรณ์”

อัคราทรุดตัวลงคุกเข่า มือทั้งสองข้างยังคงกำก้อนหินแห่งดวงดาวไว้แน่น ความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าตนเองกำลังต่อสู้กับอะไรกันแน่ ระหว่างเงาแห่งอดีตในจิตใจ หรือศัตรูที่แท้จริง

“ข้า… ข้าไม่เข้าใจ” เขาพึมพำ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ

ทันใดนั้นเอง เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น “ท่านอัครา!”

เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็น “เมษา” หญิงสาวผู้เป็นเหมือนดวงดาวนำทางของเขา ยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขากำลังทรุดตัวลง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

“ท่านเป็นอะไรไปคะ?” เมษาถาม วิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

“ข้า… ข้าเห็นบางอย่าง” อัคราตอบ เสียงแหบพร่า “เห็น… อดีต… และ… ศัตรู”

เมษาก้มลงมองก้อนหินในมือของอัครา “นี่คือ ‘เมล็ดดาว’ ของจริงนี่คะ! ข้าเคยได้ยินตำนานเล่าขานถึงมัน ท่านหาเจอแล้ว!”

“เมล็ดดาว…?” อัคราทวนคำ

“ใช่ค่ะ! เมื่อหลายพันปีก่อน นครทอแสงดาวถูกสร้างขึ้นจากพลังแห่งเมล็ดดาวเหล่านี้ พวกมันคือแก่นแท้ของพลังดวงดาว เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสว่างและความเจริญรุ่งเรือง แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติ เมล็ดดาวเหล่านี้ก็กระจัดกระจายไปทั่ว” เมษาอธิบายอย่างรวดเร็ว “ท่านกำลังสัมผัสกับพลังที่แท้จริงของมันอยู่ค่ะ”

“แต่… ข้าเห็นเงาแห่งกาลเวลา…” อัครากล่าวต่อ “มันบอกว่าข้ายังอ่อนแอ”

เมษาก้มหน้าลงมองซากปรักหักพังรอบๆ “เงาแห่งกาลเวลา… เขาเป็นตัวแทนของความสิ้นหวังและความมืดที่พยายามกลืนกินแสงสว่างเสมอค่ะ ท่านกำลังต่อสู้กับมันทั้งในโลกภายนอกและในจิตใจของท่าน”

“ในจิตใจของข้า…?”

“ใช่ค่ะ ท่านคือดาวฤกษ์ ผู้แบกรับพลังอันยิ่งใหญ่ แต่ภาระนั้นก็หนักหนาสาหัส จนบางครั้งอาจทำให้จิตใจสั่นคลอนได้” เมษายื่นมือมาวางบนมือของอัคราอย่างแผ่วเบา “ท่านไม่ต้องแบกรับมันเพียงลำพังนะคะ”

อัครามองเข้าไปในดวงตาของเมษา เขาเห็นความจริงใจและความหวังที่ฉายออกมาจากแววตาคู่นั้น ราวกับเป็นแสงดาวดวงเล็กๆ ที่ส่องนำทางเขาในความมืดมิด

“ข้า… ข้าจำได้แล้ว” อัคราพูดขึ้นมาอย่างฉับพลัน “ข้าไม่ใช่เพียง ‘ดาวฤกษ์’ หรือ ‘อัครา’ ข้าคือ ‘จอมทัพดารา’ ผู้ที่จะนำแสงสว่างกลับคืนมา!”

คำว่า “จอมทัพดารา” ดังก้องอยู่ในหัวของเขา ราวกับเสียงปลุกจากอดีตกาล เป็นชื่อที่บ่งบอกถึงพลังอำนาจและความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่

ก้อนหินในมือของอัคราพลันเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้น แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไปรอบๆ รัศมีของมันขับไล่เงามืดที่เคยคุกคามอยู่ให้ถอยร่นไป

“นี่คือพลังที่แท้จริงของเมล็ดดาว… พลังแห่งการสร้างสรรค์และต่อต้านความมืด” เมษาเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

“ข้าเข้าใจแล้ว” อัครากล่าว น้ำเสียงของเขากลับมามั่นคงและเปี่ยมไปด้วยพลัง “เงาแห่งกาลเวลาจะไม่มีวันชนะตราบใดที่ยังมีแสงดาวนำทาง”

เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด แต่บัดนี้กลับมีกลุ่มดาวระยิบระยับปรากฏขึ้นมา ราวกับว่าการค้นพบเมล็ดดาวของเขาได้ปลุกให้ดวงดาวบนฟากฟ้ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“ถึงเวลาแล้ว… ที่จะนำแสงสว่างกลับคืนมา” อัครากล่าว พลางยกก้อนหินแห่งดาวขึ้นสูง แสงสีขาวนวลเจิดจ้าสะท้อนไปทั่วซากปรักหักพังของนครทอแสงดาว

แต่ในขณะที่แสงสว่างกำลังแผ่ขยายนั้นเอง ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน จากรอยแยกนั้น ม่านหมอกสีดำสนิทก็พลุ่งพล่านออกมาปกคลุมทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว

“อะไรกัน…?” เมษาอุทานด้วยความตกใจ

เงาแห่งกาลเวลาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้อยู่ในภาพหลอน แต่เป็นร่างที่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในหมอกสีดำนั้น ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมโหด

“แกคิดว่าแค่นั้นจะหยุดข้าได้งั้นรึ ดาวฤกษ์?” เสียงของมันดังขึ้น ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของหมอกสีดำ “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น… ของหายนะที่แท้จริง!”

อัครากำหมัดแน่น ก้อนหินแห่งดาวในมือของเขายังคงเปล่งแสง แต่บัดนี้กลับถูกหมอกสีดำพยายามกลืนกิน

“ข้าจะไม่มีวันยอมให้แกทำลายความหวังนี้!” อัคราตะโกนกลับไป แต่เขารู้สึกได้ถึงแรงต้านทานที่มหาศาล

หมอกสีดำค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ บีบอัดพื้นที่รอบตัวของพวกเขาให้แคบลงเรื่อยๆ อัคราสัมผัสได้ถึงพลังอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากหมอกนั้น มันไม่ใช่แค่ความมืด แต่เป็นความว่างเปล่าที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

“ท่านอัครา!” เมษาตะโกนเรียกด้วยความหวาดกลัว

อัครามองไปยังเมษา พลางส่งสายตาให้กำลังใจ เขาต้องทำบางอย่าง… แต่ด้วยพลังเท่านี้… เขาจะสามารถต่อกรกับหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้ได้อย่างไร?

ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิด ซากปรักหักพังของนครทอแสงดาวกำลังจะถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดอีกครั้ง… และครั้งนี้… มันดูเหมือนจะอันตรายกว่าที่เคยเป็นมา.

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!