เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

ตอนที่ 4 — เสียงกระซิบจากหลุมหลบภัย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,183 คำ

ณัฐพล หรือ พล ยืนนิ่งกลางถนนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตของเมือง แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงร่องรอยแห่งความตายที่ถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านและฝุ่นละออง ฝุ่นเหล่านั้นลอยละล่องในอากาศที่เย็นเยียบเสียจนแทบจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ลมที่พัดหวีดหวิวมาตามช่องว่างของอาคารร้างราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกทอดทิ้ง ความเงียบ…ความเงียบที่เคยเป็นเพียงบรรยากาศ ‌เป็นเพียงความผิดปกติที่เขาพอจะยอมรับได้ กลับเริ่มกัดกินแก่นแท้แห่งสติสัมปชัญญะของเขา ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยเป็นเพียงเงาจางๆ บัดนี้กลับกลายเป็นก้อนหินหนักอึ้งที่กดทับอยู่บนอก

เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เสียงนั้นดังเสียดแก้วหูในความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว เขาเหลือบมองซ้ายมองขวา ทุกอย่างรอบตัวยังคงเป็นภาพที่คุ้นตา…คุ้นตาจนน่าขนลุก อาคารสูงเสียดฟ้าที่เคยส่องประกายระยิบระยับยามค่ำคืน ​บัดนี้กลับเป็นเพียงโครงร่างสีดำทึม ยื่นกรงเล็บที่เต็มไปด้วยหน้าต่างว่างเปล่าสู่ท้องฟ้าสีเทาเข้มที่ไร้ซึ่งตะวัน รถยนต์ที่เคยวิ่งขวักไขว่บนท้องถนน บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่ขึ้นสนิมเกรอะกรัง จมอยู่ในกองขยะที่กองพะเนินสูงราวกับภูเขา

พลก้าวเดินต่อไปอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าของเขาที่ย่ำไปบนเศษแก้วแตกและก้อนกรวดดังขึ้นเป็นระยะๆ ทุกเสียงเล็กๆ น้อยๆ ‍นั้นดูเหมือนจะขยายใหญ่โตขึ้นจนน่ากลัว ราวกับว่าความเงียบที่ครอบงำเมืองนี้กำลังเฝ้าฟังทุกการเคลื่อนไหวของเขา พลพยายามรวบรวมสมาธิ เขาต้องหาที่พักพิงที่ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คือต้องหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นทางเข้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันคือประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกซ่อนตัวอยู่ใต้ซากอาคารที่เคยเป็นธนาคารแห่งหนึ่ง ประตูนั้นดูแข็งแกร่งกว่าสิ่งใดๆ ‌ที่เขาเคยพบเห็นมาในเมืองนี้ มันถูกออกแบบมาเพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาล และดูเหมือนว่ามันยังคงปิดสนิทอยู่

“หลุมหลบภัย…” พลพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขามีแววของความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้น เขารู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงเช่นนี้ ย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

เขาก้าวเข้าไปใกล้ประตูเหล็กนั้น ‍มันมีขนาดใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก แผ่นเหล็กหนาของมันมีรอยบุบเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วยังคงสภาพสมบูรณ์ มีที่จับขนาดใหญ่ที่ทำจากโลหะที่ดูแข็งแรงเป็นพิเศษ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีลูกบิดหรือกลไกใดๆ ที่จะปลดล็อกได้

พลลองใช้แรงทั้งหมดผลักประตูออกไป แต่ก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย มันแน่นหนาเกินกว่ากำลังของเขาเพียงลำพัง ​เขาถอนหายใจยาว ความหวังที่เพิ่งผลิบานเริ่มหดหายไปอีกครั้ง

“ไม่ได้ผล…”

เขากวาดสายตาไปรอบๆ ประตูเหล็กนั้นอย่างละเอียด เขาเห็นแผงควบคุมเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้าง มีปุ่มกดและหน้าจอเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะดับสนิท เขาลองกดปุ่มต่างๆ ​ดู แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย

“หรือว่าต้องใช้รหัส…?”

พลยืนครุ่นคิด เขาลองนึกย้อนไปถึงชีวิตก่อนหน้านี้ สมัยที่เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยผู้คน เสียงหัวเราะ และเสียงแห่งความเร่งรีบ เขาเคยเห็นป้ายเตือนเกี่ยวกับภัยพิบัติฉุกเฉิน ​มีการฝึกซ้อมการอพยพเข้าหลุมหลบภัยเสมอ

“เคยมีใครบอกว่า…หลุมหลบภัยบางแห่งใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ…หรืออาจจะเป็นรหัส?”

เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ อีกครั้ง พยายามมองหาอะไรที่อาจจะเป็นเบาะแส เขาเห็นรอยขูดขีดเล็กๆ บนพื้นดินใกล้กับประตูเหล็กนั้น ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างถูกลากมา

พลก้มลงสำรวจ เขาเห็นรอยจางๆ ของอะไรบางอย่างที่ถูกลากไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทางที่เขาเดินมา ราวกับว่ามีใครบางคนพยายามจะ…ดึงประตูเข้ามา? หรืออาจจะพยายาม…ปิดมัน?

หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้น เขาก้มลงอีก เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่สะท้อนแสงในมุมอับ มันคือเศษแผ่นโลหะเล็กๆ ที่มีตัวอักษรจารึกอยู่ มันมีลักษณะคล้ายกับป้ายสัญลักษณ์เล็กๆ ที่มักจะติดอยู่ตามทางเดิน

เขาค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา มันเย็นเฉียบในมือของเขา เมื่อเขาเพ่งมองเข้าไปใกล้ๆ เขาเห็นตัวอักษรที่ถูกจารึกไว้เป็นภาษาไทยที่ดูเก่าแก่กว่าปกติเล็กน้อย

“ทางเข้าที่ 3…ระบบสำรอง…รหัสฉุกเฉิน…”

“รหัสฉุกเฉิน?” พลพึมพำ “แล้วรหัสมันคืออะไรล่ะ?”

เขากวาดสายตาไปทั่วบริเวณนั้นอีกครั้ง พยายามมองหาอะไรที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคำว่า "ฉุกเฉิน" เขาเห็นรอยขีดข่วนบนกำแพงอิฐที่อยู่ถัดจากประตูเหล็กไปไม่ไกลนัก มันมีลักษณะเป็นเส้นตรงหลายๆ เส้นที่ดูเหมือนจะถูกขีดด้วยของแข็ง

พลก้าวไปสำรวจ เขาพบว่ารอยขีดเหล่านั้นไม่ได้ขีดแบบสุ่มสี่สุ่มห้า มันมีความเป็นระเบียบอยู่บ้าง เขาไล้นิ้วไปตามรอยเหล่านั้น มันมีความลึกพอสมควร และดูเหมือนว่ามันจะเรียงกันเป็นลำดับ

“อาจจะเป็น…วันที่?” เขาคิด เขาเคยได้ยินว่าระบบรักษาความปลอดภัยบางอย่างมักจะตั้งรหัสตามวันที่สำคัญ

พลพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง วันที่โลกทั้งใบพลิกผัน เขาจำได้ว่าวันนั้นท้องฟ้ามีสีแดงก่ำเหมือนเลือด และมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกสารทิศ

“วันที่…วันที่แห่งความหายนะ?”

เขาไล้นิ้วตามรอยขีดบนกำแพงอีกครั้ง มันมีทั้งหมด 8 รอยขีดที่ดูเหมือนจะถูกทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน

“8 หลัก…” เขาพึมพำ “อาจจะเป็น วัน เดือน ปี?”

พลเริ่มลองผิดลองถูก เขาลองนึกถึงวันที่เป็นที่รู้จัก หรือวันที่สำคัญบางอย่าง เขาเริ่มจากวันที่โลกนี้ได้สิ้นสุดลง…วันที่แห่งความมืดมิด

“ลอง… 010120XX?” เขาถอนหายใจ “ไม่น่าจะใช่…แล้ววันที่ใดเล่าที่เป็นวันฉุกเฉินจริงๆ?”

เขาพยายามมองหาเบาะแสเพิ่มเติม เขากวาดสายตาไปรอบๆ อีกครั้ง จนกระทั่งสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่โครงเหล็กที่หักโค่นอยู่ไม่ไกลนัก มันเคยเป็นป้ายบอกทางของถนนสายนี้มาก่อน แต่ตอนนี้มันเอียงกะเท่เร่เกือบจะล้มคว่ำ

เขาก้าวเข้าไปใกล้ โครงเหล็กนั้นมีแผ่นป้ายที่เคยบอกชื่อถนน แต่ตอนนี้มันถูกฉีกขาดไปแล้ว เหลือเพียงรอยเปื้อนสีซีดๆ และบางส่วนที่ยังคงอ่านได้

“ถนน…แห่ง…ความหวัง…” พลอ่านชื่อถนนที่ยังพอจะเห็นได้จางๆ “ถนนแห่งความหวัง…แล้ววันที่แห่งความหวังคือวันไหน?”

พลเริ่มรู้สึกท้อแท้ เขาอาจจะกำลังไล่ตามเงาที่ไม่มีอยู่จริง เขาเริ่มจะยอมแพ้แล้ว แต่แล้ว เขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ติดอยู่กับโครงเหล็กนั้น มันคือเศษผ้าสีแดงสดที่ถูกผูกไว้หลวมๆ กับเหล็กที่บิดเบี้ยว

เศษผ้านั้นดูใหม่กว่าทุกอย่างรอบตัว มันยังคงความสดของสีอยู่ แม้จะถูกลมและฝุ่นละอองกัดกร่อน พลค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ เขาสังเกตเห็นว่ามีอะไรบางอย่างถูกสอดไว้ใต้ปมของเศษผ้านั้น

เขาค่อยๆ ดึงเศษผ้าออกอย่างระมัดระวัง สิ่งที่อยู่ใต้ผ้านั้นคือแผ่นกระดาษที่พับไว้อย่างดี มันดูเปียกชื้นเล็กน้อย และมีรอยเปื้อนของฝุ่นละออง แต่ยังคงอ่านได้

พลกางแผ่นกระดาษออกด้วยมือที่สั่นเทา

“ถึงผู้ที่ค้นพบ…”

ข้อความเริ่มต้นขึ้นด้วยลายมือที่หวัดแกมบรรจง “หากท่านกำลังอ่านข้อความนี้อยู่ แสดงว่าท่านได้มาถึงที่นี่แล้ว…ที่นี่คือทางเข้าที่ 3 ของหลุมหลบภัยใต้ดิน เราได้เตรียมมันไว้เป็นที่พักพิงสุดท้ายสำหรับพวกเรา แต่…เราไม่สามารถไปถึงที่นี่ได้ทัน…”

พลอ่านต่อไปด้วยใจที่เต้นระรัว

“…เราได้พยายามอย่างที่สุดแล้วที่จะเปิดระบบให้ทุกคนเข้าถึงได้ แต่…พลังงานกำลังจะหมดลง…รหัสฉุกเฉิน…คือวันที่เราตระหนักถึงหายนะ…วันที่เราเริ่มวิ่งหนี…วันที่ทุกอย่าง…เริ่มต้น…”

“วันที่…ทุกอย่างเริ่มต้น…” พลพึมพำ เขาจำได้…จำได้ดี…

“วันที่… 13… ตุลาคม…”

พลจำได้ว่าวันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันที่เริ่มมีการประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด และเป็นวันที่เริ่มมีการอพยพผู้คนออกจากเมืองชั้นใน…วันที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มสิ้นสุดลง

“13… 10… แล้วปีล่ะ?”

เขากวาดสายตาไปที่รอยขีดบนกำแพงอีกครั้ง เขาเห็นว่ามีรอยขีดที่ดูเหมือนจะถูกทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน 4 รอยขีดที่อยู่แยกออกมาเล็กน้อย

“4 หลัก…ปี…”

พลเงยหน้ามองท้องฟ้าสีเทาที่ไร้ตะวัน เขาพยายามนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาเหล่านั้น…ช่วงเวลาที่โลกทั้งใบกำลังจะดับสูญ

“ปี… 20XX… ปีที่ทุกอย่างพังทลาย…”

พลเริ่มลองป้อนรหัสเข้าที่แผงควบคุม เขาไม่ได้กดรหัสมั่วๆ แต่เขาเลือกที่จะลองป้อนวันที่ที่เป็นวันที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“1310… 2077…?” เขาลองกด แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

“2078…?” เขาลองอีกครั้ง…ก็ยังคงเงียบสงัด

“2079…?”

พลถอนหายใจ เขากำลังจะยอมแพ้แล้ว แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษอีกแผ่นหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนอยู่ใต้รอยขีดข่วนบนกำแพง มันเป็นแผ่นกระดาษบางๆ ที่มีตัวเลขเขียนอยู่

“13 10 2079”

หัวใจของพลเต้นรัว เขาเห็นแล้ว…เห็นรหัสที่แท้จริง

เขาเดินกลับไปที่แผงควบคุมอย่างรวดเร็ว มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่เขากดปุ่มตัวเลขตามที่เห็นบนแผ่นกระดาษ

1… 3… 1… 0… 2… 0… 7… 9

หลังจากกดตัวเลขสุดท้าย เสียงติ๊ด…ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับไฟสีเขียวเล็กๆ ดวงหนึ่งก็สว่างขึ้นบนแผงควบคุม

“สำเร็จ!” พลอุทานออกมาเบาๆ

ทันใดนั้นเอง เสียงลมไฮดรอลิกดังขึ้นกึกก้อง ประตูเหล็กขนาดมหึมาเริ่มขยับ…ขยับช้าๆ…เปิดออกทีละน้อย เผยให้เห็นความมืดมิดที่ทอดลึกเข้าไปด้านใน

พลยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่แน่ใจว่าควรจะดีใจหรือหวาดกลัว ความมืดมิดที่รออยู่เบื้องหน้า…มันคืออะไร? คือความปลอดภัย? หรือคืออันตรายที่ซ่อนเร้น?

ลมเย็นยะเยือกพัดออกมาจากภายในหลุมหลบภัย มันพาเอาความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายมาด้วย…ความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหวังอันริบหรี่และความสิ้นหวังอันมหาศาล

พลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขากำมีดสั้นคู่ใจที่เหน็บไว้ที่เอวแน่น เขาไม่รู้ว่าเบื้องหน้าเขาจะมีอะไรรออยู่ แต่เขาต้องเข้าไป…เขาต้องค้นหาคำตอบ…และต้องเอาชีวิตรอดต่อไป

เขาตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในความมืดมิดนั้น…ก้าวเข้าไปสู่สิ่งที่อาจจะเป็นความหวัง…หรืออาจจะเป็นกับดักสุดท้ายของโลกที่ล่มสลายใบนี้

เมื่อก้าวเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงประตูก็เริ่มปิดลงอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นเขาออกจากโลกภายนอกอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันน่าพิศวง และความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด…

พลรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แท้จริง…การเดินทางที่จะนำพาเขาไปสู่เบื้องลึกของความลับที่ซ่อนเร้น…และเศษเสี้ยวแห่งตะวันที่อาจจะยังคงส่องแสงอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!