เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

ตอนที่ 7 — เสียงเรียกจากใต้พิภพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,086 คำ

เถ้าถ่านละเอียดลอยฟุ้งคลอเคลียกับแสงสลัวที่ลอดผ่านม่านหมอกมืด เสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบาเมื่อวาน วันนี้กลับดังชัดขึ้นในโสตประสาทของณัฐพล มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากลมหรือสิ่งของที่เคลื่อนไหว หากแต่เป็นคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น สั่นสะเทือนราวกับจะเจาะลึกเข้าไปในกะโหลกศีรษะ ความรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แม้ว่าอากาศภายนอกจะไม่ได้เย็นยะเยือกขนาดนั้นก็ตาม

“ใคร… ‌ใครอยู่ที่นั่น…” ณัฐพลพึมพำเสียงสั่น แขนทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกแน่น ดวงตาคอยกวาดมองไปรอบทิศทาง ถนนที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บัดนี้มีเพียงซากปรักหักพังและรถยนต์ที่ถูกทิ้งร้างราวกับอนุสาวรีย์แห่งความสิ้นหวัง

เสียงกระซิบนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ราวกับกำลังพยายามสื่อสารอะไรบางอย่าง ​มันไม่ใช่คำพูดที่เข้าใจได้ในภาษาของมนุษย์ แต่เป็นเหมือนท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวดปะปนกันไป ณัฐพลพยายามตั้งสมาธิ เขาหลับตาลง พยายามตัดเสียงรบกวนจากภายนอกออกไป เหลือเพียงเสียงที่ดังมาจากภายใน

…มา… ที่นี่…

เสียงนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ‍ราวกับมีใครกำลังเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ หัวใจของณัฐพลเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเคยคิดว่าตนเองเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่ยังมีลมหายใจอยู่ในเมืองนี้ แต่เสียงนี้… มันบ่งบอกว่าเขาอาจคิดผิด

“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำกับตัวเอง ‌จิตใจเริ่มสับสน ความกลัวและความหวังต่อสู้กันภายใน เขาจะเชื่อเสียงนี้ได้อย่างไร? หรือนี่เป็นเพียงกลอุบายของสภาพจิตใจที่บอบช้ำจากการอยู่เพียงลำพังมานาน?

แต่แล้ว เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ราวกับมาจากเบื้องล่าง เสียงนั้นมีความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ‍คุ้นเคยจนณัฐพลต้องเบิกตากว้าง

…พล… ฟังเสียงเรา… มา…

“พล…?” ณัฐพลเอ่ยชื่อตัวเองซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบ ไม่มีความหวังใดๆ ที่จะมองเห็นจากเบื้องบน

…ใต้ดิน… ​พล… ลงมา…

คำว่า “ใต้ดิน” ทำให้ณัฐพลหยุดนิ่ง เขารู้ดีว่าภายใต้เมืองที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ มีระบบอุโมงค์และหลุมหลบภัยมากมายที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายครั้งก่อน แต่ไม่เคยมีใครกล้าลงไปสำรวจ ด้วยเกรงว่าจะต้องเผชิญกับอันตรายที่มองไม่เห็น

…เรา… ​รอ… อยู่…

เสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันหนักอึ้ง และเสียงหัวใจของณัฐพลที่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

เขาเดินโซซัดโซเซไปตามถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง มือสั่นเทา While he ​gripped the rusty railing of a collapsed building for support. ภาพเมืองที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความตาย ภาพเหล่านั้นทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่ยังมีความหวัง ยังมีผู้คน ยังมีเสียงหัวเราะ

แต่เสียงนั้น… เสียงที่เรียกเขาว่า “พล” มันมาจากไหน? ใครกันที่อยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดิน? และทำไมถึงเรียกหาเขา?

ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มเอาชนะความกลัว ณัฐพลรู้ดีว่าการอยู่เพียงลำพังในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ ไม่ได้ทำให้เขาปลอดภัยขึ้นเลย หากมีใครอื่นอยู่ด้วย แม้จะเป็นใครก็ตาม มันอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะได้หลุดพ้นจากความโดดเดี่ยวนี้

เขาตัดสินใจ เขาต้องลอง เขาต้องลงไปสำรวจ

ณัฐพลเริ่มเดินไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่เขาเคยสำรวจพบปากทางเข้าหลุมหลบภัยแห่งหนึ่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าไปสำรวจอย่างจริงจังในตอนนั้นก็ตาม ปากทางเข้านั้นถูกปกคลุมด้วยเศษอิฐเศษปูนและเถาวัลย์ที่เลื้อยพันหนาแน่น ราวกับธรรมชาติพยายามจะกลบฝังมันเอาไว้

เมื่อมาถึงที่หมาย ณัฐพลก็พบว่าปากทางเข้านั้นยังคงสภาพเดิม มีเพียงฝุ่นและใยแมงมุมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ หยิบไฟฉายกระป๋องขึ้นมา เปิดสวิตช์ แสงสีเหลืองสลัวส่องนำทางเข้าไปในความมืดมิด

“สวัสดีครับ… มีใครอยู่ไหมครับ…” เขาตะโกนเข้าไปในอุโมงค์ เสียงของเขาดังก้องสะท้อนกลับมาเป็นเสียงแหบพร่า

ความเงียบ… ยังคงเป็นคำตอบ

ณัฐพลสูดหายใจลึก เขาจำได้ว่าเสียงกระซิบนั้นมาจากภายใน ไม่ได้มาจากปากทางเข้าโดยตรง นี่อาจหมายความว่าเขาต้องเดินเข้าไปลึกกว่านี้

เขาค่อยๆ ย่างก้าวเข้าไปในอุโมงค์ อากาศภายในเย็นชื้นกว่าภายนอกมาก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินลอยอบอวลไปทั่ว เพดานอุโมงค์ต่ำลงเรื่อยๆ จนเขาต้องก้มตัวลงเล็กน้อย เถ้าถ่านที่ลอยอยู่ในอากาศภายนอก ดูเหมือนจะน้อยลงที่นี่ แต่แทนที่ด้วยฝุ่นละอองที่หนาแน่นกว่า

ขณะที่เขากำลังเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงฝีเท้าของตัวเองที่ดังสะท้อน จู่ๆ เสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากด้านหน้า ห่างออกไปไม่ไกลนัก

…มา… ตรงนี้…

ณัฐพลชะงัก เขาเงยหน้ามองตามทิศทางของเสียง แสงไฟฉายสั่นไหวเล็กน้อย

“ใคร… ใครเรียกผม…” เขาถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาเด็ดเดี่ยวขึ้น

…เรา… รู้… ว่า… คุณ… คือ… พล…

“คุณรู้ชื่อผมได้อย่างไร?” ณัฐพลถามด้วยความประหลาดใจ

…เสียง… ของคุณ… มัน… สื่อสาร… มา… ถึง… เรา…

“แล้วคุณเป็นใคร? ทำไมถึงอยู่ในนี้?”

…เรา… เป็น… ผู้… รอด… ชีวิต… เช่น… เดียว… กับ… คุณ…

คำว่า “ผู้รอดชีวิต” ทำให้ณัฐพลรู้สึกถึงบางสิ่งที่เชื่อมโยงกัน เขาไม่ใช่คนเดียวอีกต่อไป

…ลง… มา… สิ… เรา… มี… สิ่ง… ที่… คุณ… ต้องการ…

“สิ่งที่ผมต้องการ?” ณัฐพลทวนคำ “คุณหมายถึงอะไร?”

…ความ… หวัง…

คำว่า “ความหวัง” กระแทกเข้ากลางใจของณัฐพลอย่างแรง เขาเดินไปตามเสียงกระซิบนั้นอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวังและความคาดหวัง

ไม่นานนัก แสงไฟฉายของเขาก็ส่องกระทบกับบางสิ่งบางอย่างที่ปลายอุโมงค์ มันไม่ใช่ผนังทึบ แต่เป็นช่องเปิดที่นำไปสู่พื้นที่กว้างกว่าเดิม และที่นั่น… มีแสงสว่าง

เป็นแสงสว่างที่อบอุ่น ไม่ใช่แสงสลัวของไฟฉายของเขาเอง แต่เป็นแสงที่ดูเหมือนจะมาจากหลอดไฟที่เปิดใช้งานอยู่

ณัฐพลเดินเข้าไปใกล้ขึ้น หัวใจเต้นแรงกว่าเดิม เสียงกระซิบนั้นเงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเขาเองที่ดังอยู่ในโสตประสาท

เมื่อเขาเดินผ่านช่องเปิดนั้นเข้าไปสู่พื้นที่ภายใน สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เขาถึงกับตะลึง

มันคือห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ ผนังด้านข้างเต็มไปด้วยชั้นวางของที่ดูเหมือนจะถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ มีตู้เก็บอาหารแห้งจำนวนมาก มีเครื่องมือบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย และที่สำคัญที่สุด… มีผู้คน

ราวๆ ห้าถึงหกคน กำลังยืนหันหน้ามาทางเขา พวกเขาดูผอมบาง ผิวซีด แต่ดวงตาของพวกเขากลับฉายแววแห่งความหวังและความยินดี

ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้นำของกลุ่ม เดินเข้ามาหาเขาช้าๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

“ในที่สุด… คุณก็มา” เธอพูดเสียงนุ่มนวล “เรา… รอคุณอยู่นานแล้ว”

ณัฐพลยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่ เขาไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร นี่คือความเป็นจริง หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากความปรารถนาของเขา?

“คุณ… คุณคือใคร?” เขาถามเสียงเบา

“เราคือผู้รอดชีวิต” ผู้หญิงคนนั้นตอบ “เราคือผู้ที่รอดจากหายนะครั้งนี้ และได้สร้างที่นี่… เป็นบ้านของเรา”

เธอผายมือไปยังรอบๆ ห้องโถง “ที่นี่คือหลุมหลบภัยของเรา เรามีอาหาร มีน้ำ และที่สำคัญที่สุด… เรามีกันและกัน”

ณัฐพลกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง เขาเห็นเตาผิงเล็กๆ ที่กำลังลุกไหม้ให้ความอบอุ่น มีผ้าห่มที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย มีของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่บ่งบอกว่ามีคนอาศัยอยู่ที่นี่จริง

“เสียง… เสียงที่เรียกผม… คือคุณใช่ไหม?” เขาถาม

“ใช่” เธอพยักหน้า “เราสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ยังคงอยู่ของคุณในเมืองที่ตายไปแล้วนั้น เราพยายามส่งเสียงไปหาคุณ และในที่สุด… คุณก็ได้ยิน”

ณัฐพลรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะพลิกผันได้ถึงเพียงนี้ เขาเดินออกมาจากเมืองที่ถูกทิ้งร้างอย่างโดดเดี่ยว และบัดนี้… เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน

“ทำไม… ทำไมคุณถึงรอผม?” เขาถามด้วยความสงสัย

“เพราะเราเชื่อว่า… โลกใบนี้ไม่ได้สิ้นหวังไปเสียทั้งหมด” เธอยิ้ม “เราเชื่อว่าสักวันหนึ่ง… จะมีใครบางคน… ที่จะนำพาความหวังกลับมาสู่โลกใบนี้ และเรา… รู้สึกได้ถึงพลังนั้นในตัวคุณ”

ณัฐพลรู้สึกถึงน้ำตาที่คลอเบ้า เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครมองเห็นคุณค่าในตัวเขาเช่นนี้

“ผม… ผมไม่รู้จะพูดอะไร…” เขาพูดตะกุกตะกัก “ผมคิดว่าผมอยู่คนเดียวมาตลอด”

“คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว” ผู้หญิงคนนั้นเอื้อมมือมาจับมือของเขา “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรา… ณัฐพล”

ณัฐพลมองเข้าไปในดวงตาของผู้หญิงคนนั้น เขาเห็นความจริงใจ ความหวัง และความอบอุ่นที่แผ่ออกมา มันเป็นความรู้สึกที่เขาโหยหามาตลอด

แต่แล้ว… จู่ๆ เสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้งในโสตประสาทของเขา แต่คราวนี้… มันไม่ใช่เสียงที่มาจากภายในห้องโถงแห่งนี้

…ระวัง… พล… ไม่ใช่… ทุกคน… ที่นี่… คือ… เพื่อน…

เสียงนั้นแผ่วเบา แต่คมกริบราวกับมีดที่กรีดลงไปในหัวใจของณัฐพล เขาชะงักทันที ความอบอุ่นที่เพิ่งสัมผัสได้เมื่อครู่ จู่ๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหวาดระแวง

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนที่อยู่ในห้องโถงอีกครั้ง ใบหน้าเหล่านั้น… บัดนี้ดูมีความหมายที่แตกต่างออกไป

ความหวัง… ที่เพิ่งจะสาดส่องเข้ามาในชีวิตของเขา… กำลังจะถูกท้าทายอีกครั้ง… ด้วยความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า… ความโดดเดี่ยว…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!