เถ้าถ่านที่โปรยปรายลงมาไม่เคยหยุดพัก มันเกาะกินทุกสิ่งทุกอย่าง ปิดบังทัศนียภาพจนกลายเป็นสีเทาหม่นหมอง ณัฐพลก้าวเดินอย่างระแวดระวังภายใต้ร่มเงาของความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ อากาศหนักอึ้งไปด้วยฝุ่นผงที่บาดลำคอ ทุกครั้งที่หายใจเข้าก็เหมือนกลืนกินความสิ้นหวังเข้าไปด้วย เสียงฝีเท้าของเขาที่ย่ำไปบนเศษแก้วและซากปรักหักพังดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของเมืองที่ไร้ชีวิต
เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มองเห็นแสงตะวันจริงๆ จังๆ มันนานแค่ไหนแล้ว? ดวงอาทิตย์ที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง บัดนี้กลายเป็นเพียงตำนานเล่าขานในความทรงจำอันเลือนราง เมืองนี้เคยมีชีวิตชีวา เคยมีเสียงหัวเราะของผู้คน เคยมีสีสันสดใส แต่ตอนนี้ทุกอย่างถูกกลืนกินด้วยเถ้าถ่านและภัยพิบัติที่ไม่อาจหยั่งถึง
"อีกหน่อยเดียว..." เขาพึมพำกับตัวเอง พลางกุมมีดสั้นที่พกติดตัวไว้แน่น ความหวังริบหรี่ที่ยังคงจุดประกายอยู่ภายในตัวเขาคือการตามหา "หลุมหลบภัย" ที่แม่เคยพูดถึง มันคือสถานที่ที่อาจเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติที่เหลืออยู่
เขาเหลือบมองแผนที่เก่าๆ ที่สอดไว้ในกระเป๋าเสื้อ ผิวของมันกรอบและสีซีดจางจนแทบจะมองไม่เห็นเส้นสายรายละเอียด แต่เขาก็ยังพยายามเพ่งมองหา สัญลักษณ์บางอย่างที่แม่เคยอธิบายไว้ในยามที่เธอยังมีสติ
"แม่บอกว่ามันอยู่ลึกเข้าไปในย่านที่เคยเป็นสวนสาธารณะ..." เขาจำคำพูดของแม่ได้เลือนราง "ตรงที่เคยมีรูปปั้นนกอินทรีตัวใหญ่ๆ..."
นกอินทรี? ในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและถนนคอนกรีต การมีสวนสาธารณะที่ใหญ่พอจะมีรูปปั้นนกอินทรีดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลความเป็นจริงเหลือเกิน แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เขาเดินต่อไปอย่างไม่ลดละ ผ่านซากรถยนต์ที่ผุพัง เศษเฟอร์นิเจอร์ที่กระจัดกระจาย และโครงสร้างอาคารที่บิดเบี้ยวราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังสิ้นลมหายใจ แสงสลัวจากไฟฉายที่ติดอยู่บนหน้าผากของเขา สาดส่องไปเพียงไม่กี่เมตร ท่ามกลางม่านเถ้าถ่านที่หนาทึบ
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง มันไม่ใช่เสียงลม เสียงฝีเท้า หรือเสียงของสิ่งของที่ตกหล่น มันเป็นเสียงที่แหลมเล็ก น่ารำคาญ และดังมาจากทิศทางที่เขาไม่คุ้นเคย
"เสียงอะไรกัน?" เขากระซิบ พลางชะงักเท้า สายตาสำรวจไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม มันเหมือนเสียงร้องของแมลงตัวเล็กๆ แต่ดังกว่าปกติอย่างผิดสังเกต และดูเหมือนจะมาจากด้านล่าง
เขาค่อยๆ หยิบมีดสั้นออกมา ถือไว้ในมืออย่างมั่นคง หัวใจเต้นรัวด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง
"ใครอยู่ตรงนั้น?" เขาตะโกนออกไป แต่เสียงของเขาก็ถูกกลืนหายไปกับความเงียบของเมือง
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ดังมาจากที่เดียวอีกแล้ว มันดังมาจากหลายทิศทาง ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นกำลังล้อมกรอบเขาอยู่
"ไม่นะ..." เขาหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์
เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงไป kneeling มองหาต้นตอของเสียงนั้น แสงไฟฉายสาดไปที่พื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น และแล้ว เขาก็เห็นมัน
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ มันคือแมลงตัวเล็กๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติมาก ลำตัวของมันเป็นสีดำมันวาว ปลายท้องมีเข็มแหลมคมที่กำลังกระดิกไปมา ดวงตาของมันเป็นสีแดงเรืองรองในความมืด และพวกมันก็กำลังคืบคลานออกมาจากรอยแตกบนพื้นดินเป็นจำนวนมาก
"แมลง... กลายพันธุ์?" เขาสูดลมหายใจอย่างยากลำบาก
นี่คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดจากภัยพิบัติ? หรือนี่คือส่วนหนึ่งของภัยพิบัติที่แท้จริง?
เขาไม่เคยเห็นแมลงชนิดนี้มาก่อนในสารานุกรมที่เขาเคยอ่าน หรือในภาพยนตร์ที่เขาเคยดู ความน่าสะพรึงกลัวของมันไม่ได้อยู่ที่ขนาดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่จำนวนอันมหาศาล และแววตาของมันที่ฉายประกายความกระหาย
"ถอยไป!" เขาตะโกนเสียงดัง พลางเหวี่ยงมีดสั้นออกไปเพื่อไล่พวกมัน แต่พวกมันกลับไม่ยอมถอย พวกมันยิ่งคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ความรู้สึกของความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจเขาอย่างรุนแรง เขาไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้ทั้งหมด นี่คือกับดักที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา หรือนี่คือผลกรรมของมนุษยชาติ?
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลนัก มันคือช่องระบายอากาศของท่อระบายน้ำใต้ดินที่เปิดอยู่ ปากอุโมงค์สีดำมืดดูเหมือนจะเป็นทางหนีเดียวที่เขามี
"ต้องไปที่นั่น!" เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เขาไม่รอช้า รีบลุกขึ้นยืน และวิ่งตรงไปยังปากอุโมงค์นั้น แมลงเหล่านั้นส่งเสียงร้องแหลมเล็กดังระงม ไล่กวดตามเขามาติดๆ
ขาของเขาเสียดสีกับก้อนหินและเศษปรักหักพัง แต่เขาก็ไม่ยอมหยุด เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงร้องของแมลงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเขาได้ยินเสียงเสียดสีของเข็มที่กำลังจะจิ้มลงบนผิวหนังของเขา
"เกือบถึงแล้ว!"
เขาโยนกระเป๋าเป้ใบเก่าที่สะพายอยู่ทิ้งไป เพื่อให้น้ำหนักเบาลง และเพิ่มความเร็ว เขาถลาตัวเข้าไปในปากอุโมงค์สีดำสนิทอย่างเฉียดฉิว
ทันทีที่เขาเข้าไป เสียงร้องของแมลงก็ลดน้อยลง อาจเป็นเพราะพวกมันไม่สามารถตามเข้ามาในที่แคบๆ นี้ได้ หรืออาจจะเพราะพวกมันไม่ชอบความมืดมิดที่อยู่ภายใน
เขาปิดปากอุโมงค์ด้วยแผ่นโลหะที่วางอยู่ใกล้ๆ หอบหายใจอย่างแรง เหงื่อไหลท่วมตัว ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจ
"รอดมาได้หวุดหวิด..."
เขากดปุ่มเปิดไฟฉายอีกครั้ง แสงไฟส่องสว่างเผยให้เห็นอุโมงค์ระบายน้ำที่กว้างพอให้คนเดินสวนกันได้ ผนังคอนกรีตเปียกชื้น มีเมือกเหนียวๆ เกาะอยู่เป็นหย่อมๆ น้ำสีดำข้นไหลเอื่อยๆ อยู่ในร่องกลางอุโมงค์
กลิ่นอับชื้น กลิ่นเน่าเสีย และกลิ่นฉุนของอะไรบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย ลอยคละคลุ้งไปทั่ว
"ที่นี่คือที่ไหนกันแน่?"
เขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์อย่างระมัดระวัง เสียงน้ำไหลและเสียงสะท้อนของฝีเท้าตัวเองดังเป็นจังหวะที่น่าขนลุก ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เขาเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จุดหมาย เพียงแค่เดินหนีจากอันตรายที่เพิ่งเผชิญมาเท่านั้น
ในขณะที่เดิน เขาก็สังเกตเห็นรอยขีดข่วนบนผนังคอนกรีต มันไม่ใช่รอยขีดข่วนธรรมดา แต่มันเป็นรอยที่ดูเหมือนจะถูกขุด หรือถูกข่วนโดยอะไรบางอย่างที่คมกริบ
"นี่มัน..."
เขายื่นมือไปสัมผัส รอยพวกนั้นมีลักษณะเป็นร่องลึกเป็นทางยาว บางรอยก็มีลักษณะเป็นกากบาทถี่ๆ ดูเหมือนจะถูกทำขึ้นมาด้วยความเร่งรีบ หรือด้วยความโกรธแค้น
"ใครกันที่ทำไว้?"
เขาเดินต่อไป ขณะที่ความคิดของเขาก็ล่องลอยไปถึงคนที่อาจจะเคยใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินแห่งนี้มาก่อน
เขาเดินมาได้สักพัก เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากข้างหน้า เสียงนั้นแตกต่างจากเสียงน้ำไหล เสียงสะท้อน หรือเสียงของแมลง มันเป็นเสียงที่ดูเหมือนมนุษย์
"เสียงใครน่ะ?"
หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความหวาดกลัวเสียทีเดียว แต่มันมีความหวังเจือปนอยู่
เขาค่อยๆ ย่องไปข้างหน้า พยายามฟังเสียงให้ชัดเจนขึ้น
"อ๊า... เจ็บ... เหลือเกิน..."
เป็นเสียงของผู้หญิง! เสียงของเธออ่อนแรง ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ
"มีคนอยู่จริงๆ!"
เขาเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย และแล้ว เขาก็เห็นแสงไฟสลัวๆ ส่องลอดออกมาจากช่องแคบๆ ที่อยู่ด้านข้างของอุโมงค์
เขาเดินตรงไปยังช่องนั้น และเมื่อเขามองผ่านช่องแคบเข้าไป ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาตะลึง
ภายในเป็นห้องขนาดเล็กที่ถูกดัดแปลงจากส่วนของท่อระบายน้ำเก่าๆ แสงสลัวๆ มาจากตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่บนกองเศษผ้า มีหญิงสาวคนหนึ่งนอนหมดแรงอยู่บนเตียงที่ทำจากลังไม้เก่าๆ ขาของเธอถูกพันด้วยผ้าที่เปื้อนเลือด
"คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?" เขาตะโกนถามอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย พยายามเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังระคนความเหนื่อยอ่อน
"ช่วยด้วย... ฉัน... ฉันตกบันได..." เธอพยายามพูด แต่เสียงของเธออ่อนแรงมาก
ณัฐพลไม่รีรอ เขาพยายามดันแผ่นเหล็กที่ปิดช่องแคบๆ นั้นออก แต่มันติดแน่นเหลือเกิน
"ผมจะช่วยคุณ!" เขาตะโกนกลับ พลางใช้แรงทั้งหมดที่มีดันแผ่นเหล็กนั้น
แผ่นเหล็กขยับออกทีละน้อย เผยให้เห็นช่องที่กว้างพอให้เขาคลานเข้าไปได้
เขาไม่ลังเลที่จะคลานเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้น
"ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะช่วยคุณเอง" เขาพูดปลอบประโลม
หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
"คุณ... คุณมาจากไหน?" เธอถาม
"ผม... ผมกำลังตามหาหลุมหลบภัย" ณัฐพลตอบ
"หลุมหลบภัย...?" หญิงสาวทวนคำ ราวกับว่าชื่อนั้นมีความหมายบางอย่าง
"ใช่ครับ แม่ของผมเคยบอกไว้..."
"ฉัน... ฉันก็เคยได้ยิน..." เธอพึมพำ "แต่... ฉันคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล่า..."
เมื่อเขาเข้าไปใกล้ เขาก็เห็นบาดแผลที่ขาของเธอชัดเจน มันไม่ใช่การตกบันไดธรรมดา แต่ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างฟาดอย่างแรง
"ขาคุณ... โดนอะไรมาครับ?" เขาถาม
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา
"อะไรบางอย่าง... ที่อยู่ในความมืด... มัน... มันมีเสียงแปลกๆ..."
ณัฐพลมองไปรอบๆ ห้องเล็กๆ นั้น พยายามมองหาว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอบาดเจ็บ
เขาเห็นลังไม้หลายใบที่วางเรียงกันอยู่ และบนลังไม้ใบหนึ่ง เขาก็เห็นมัน
มันคือ... อาวุธ?
มันเป็นแท่งโลหะยาวประมาณหนึ่งฟุต ปลายด้านหนึ่งมีลักษณะเป็นหัวค้อน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นเหมือนใบมีดสั้นๆ ดูเหมือนจะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับทุบ หรือตัด
"นี่มัน...?"
"ฉัน... ฉันใช้มันป้องกันตัว..." หญิงสาวตอบ ราวกับอ่านใจเขาออก "มัน... มันมาจากที่ไหนก็ไม่รู้... มัน... มันพยายามจะทำร้ายฉัน..."
ณัฐพลรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วสันหลัง
เมืองร้างแห่งนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เขาคิด
มีสิ่งมีชีวิตอื่นที่นอกเหนือจากแมลงกลายพันธุ์อาศัยอยู่
และพวกมันก็อันตรายถึงชีวิต
เขาเหลือบมองไปยังหญิงสาวที่นอนบาดเจ็บอยู่ตรงหน้า
"คุณชื่ออะไรครับ?" เขาถาม
"ฉันชื่อ... นานา" เธอตอบ
"ผมณัฐพล หรือพล ครับ" เขาแนะนำตัว
"ขอบคุณ... ที่มาช่วย... พล" นานาพูดพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนแรง
ณัฐพลก้มลงมองที่ขาของนานา
"ผมอาจจะช่วยรักษาแผลให้คุณได้บ้าง แต่ผมไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์มากนัก" เขาบอก "เราต้องหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"
เขาหันไปมองปากอุโมงค์ที่เขาเพิ่งคลานเข้ามา
"คุณพอจะขยับได้ไหมครับ?" เขาถาม
นานาส่ายหน้าช้าๆ
"ฉัน... ฉันเดินไม่ไหว"
ณัฐพลถอนหายใจอย่างหนัก
เขาไม่สามารถทิ้งเธอไว้ที่นี่ได้
แต่เขาก็ไม่สามารถแบกเธอออกไปได้เช่นกัน
ความมืดมิดของอุโมงค์ระบายน้ำเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในความรู้สึกของเขา
และเสียงของแมลงกลายพันธุ์ที่เขาเพิ่งหนีมา ก็เหมือนจะดังแว่วๆ กลับมาอีกครั้ง
เขาเหลือบมองแท่งโลหะที่วางอยู่บนลังไม้
"เราต้องเตรียมตัว..." เขาพึมพำกับตัวเอง
"เตรียมตัวสำหรับอะไร... พล?" นานาถาม
ณัฐพลเงยหน้ามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววความมุ่งมั่น
"เตรียมตัว... เพื่อต่อสู้"
เขาจะพาเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้
ไม่ว่าอันตรายเบื้องหน้าจะเป็นอะไรก็ตาม
แต่เขาจะทำได้อย่างไร?
และอันตรายที่แท้จริงที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากความมืดนั้น มันคืออะไรกันแน่?

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก