เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

ตอนที่ 14 — เสียงกระซิบจากใต้ผืนดิน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,006 คำ

เถ้าถ่านละเอียดที่เคยเป็นเพียงม่านหมอกในวันวาน บัดนี้กลับลอยฟุ้งหนักขึ้นจนแทบจะจับต้องได้ ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังถูกคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีเทาที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ณัฐพลก้าวเดินอย่างเชื่องช้าในเมืองร้างแห่... (สรุปจากตอนก่อนหน้า)

อากาศหนักอึ้งไปด้วยฝุ่น เถ้าถ่าน และความอับชื้นที่กัดกินทุกอณูของลมหายใจ ณัฐพลกระแอมไอเล็กน้อย ‌พยายามสูดอากาศที่เจือจางเข้าไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แสงตะวันเลือนรางจากเบื้องบนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงสาดส่องผ่านม่านเถ้าถ่านที่หนาทึบลงมาได้อีกต่อไป เมืองที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและชีวิตชีวา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก มีเพียงเสียงรองเท้าบู๊ตของเขาที่เสียดสีกับเศษซากปรักหักพังเป็นระยะๆ

เขาเดินสำรวจไปตามถนนที่เคยคึกคัก บัดนี้เต็มไปด้วยรถยนต์ที่ถูกทิ้งร้าง กองขยะที่ผุพัง และโครงสร้างที่กำลังจะพังทลายลงทุกขณะ ​ภาพใบหน้าของผู้คนในความทรงจำแวบเข้ามาในหัว ปู่ย่าตายาย เพื่อนฝูง ผู้คนที่เคยพบเจอในชีวิตก่อนหน้า... ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้พวกเขาก็คงจะเหมือนกับเมืองนี้ คือเหลือเพียงความทรงจำที่เลือนลาง

"ต้องหาทางไปต่อ... หาแหล่งน้ำที่ปลอดภัย... ‍หาอาหาร..." ณัฐพลพึมพำกับตัวเอง เพื่อเตือนสติตั้งสติให้เข้มแข็ง เขาปิดปากปิดจมูกด้วยผ้าชิ้นหนึ่งที่หยิบมาจากกระเป๋าเป้ พยายามลดการสูดฝุ่นละอองที่อันตรายที่สุด

เขาแวะเข้าไปในอาคารที่ยังคงสภาพค่อนข้างดี มันเคยเป็นร้านขายของชำขนาดเล็ก บัดนี้ชั้นวางสินค้าว่างเปล่า หรือไม่ก็มีแต่สินค้าที่เสื่อมสภาพจนกินไม่ได้ ‌เขาไล่มองไปตามชั้นวางต่างๆ ด้วยความหวังริบหรี่ บางทีอาจจะมีอะไรที่พอจะเก็บไปได้บ้าง... น้ำดื่มบรรจุขวดที่ยังปิดสนิท หรือกระป๋องอาหารที่ไม่บุบสลาย

"นี่มันอะไรกัน..." เขากระแอมไออีกครั้งขณะที่มือของเขากำลังควานหาของบางอย่างในลิ้นชักของเคาน์เตอร์เก็บเงิน เขาสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่แข็งและเป็นเหลี่ยม มันไม่ใช่เหรียญ ‍หรือกุญแจ

เขาค่อยๆ ดึงมันออกมา แสงสลัวยามบ่ายส่องกระทบ ใบหน้าของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

มันคือสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเก่าๆ ที่มีสัญลักษณ์แปลกๆ สลักอยู่บนปก ตรงกลางของสัญลักษณ์นั้นมีเหมือนรูปดวงอาทิตย์ที่ถูกล้อมรอบด้วยวงแหวนหลายชั้น ที่ด้านล่างของสัญลักษณ์มีอักษรภาษาอังกฤษที่เลือนลาง ​แต่เขาก็พอจะอ่านออก

The Sunstone Legacy

"มรดกแห่งศิลามณีสุริยะ..." เขาอ่านออกเสียงเบาๆ ด้วยความสงสัย มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่เปิดหน้าแรกของสมุดบันทึก

หน้ากระดาษเหล่านั้นมีลายมือที่เขียนอย่างบรรจง แต่ก็ดูเร่งรีบ และถูกเขียนด้วยหมึกสีเข้มที่ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเขียนเมื่อไม่นานมานี้

บันทึกนี้เขียนขึ้นด้วยความหวังสุดท้าย... ​ขอให้ผู้ที่พบเจอจงมีสติปัญญา และความกล้าหาญพอที่จะเข้าใจ... โลกที่เราเคยรู้จัก กำลังจะถูกกลืนกิน... เถ้าธุลีนี้... ไม่ใช่เพียงแค่ผลจากภัยพิบัติ... แต่มันคือสัญญาณ... สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง...

ณัฐพลอ่านข้อความไปเรื่อยๆ ​หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทุกที ลายมือในสมุดเล่มนี้ไม่ได้เป็นของใครอื่น... แต่เป็นลายมือของ ปู่ของเขาเอง! ปู่ของเขาซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญด้านอารยธรรมโบราณที่สาบสูญ ปู่ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน

...หากเจ้ากำลังอ่านสิ่งนี้ นั่นหมายความว่ากาลเวลาได้พาเจ้ามาถึงจุดที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป... เถ้าธุลีที่ปกคลุมนี้ คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้... แต่เบื้องล่างของมัน... ยังมีสิ่งที่จะนำพากลับมาซึ่งแสงสว่าง...

...ข้าได้ค้นพบ... ในซากอารยธรรมที่ถูกลืม... ตำนานเกี่ยวกับ 'ศิลามณีสุริยะ' วัตถุโบราณที่มีพลังในการควบคุม... หรือแม้แต่การฟื้นฟู... พลังแห่งตะวัน... ข้าเชื่อว่ามันคือความหวังเดียวของเรา...

...ข้าได้ซ่อนสมบัติชิ้นนี้ไว้... ไว้ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด... เพื่อรอคอยผู้ที่จะมาสืบทอด... และใช้มันเพื่อกอบกู้โลก... ข้าได้ทิ้งร่องรอยไว้... เป็นปริศนา... ที่จะนำพาเจ้าไปสู่สถานที่นั้น...

ณัฐพลกวาดสายตาไปตามหน้ากระดาษที่เหลือ เขาพบแผนที่ที่วาดด้วยลายมือของปู่เขาเอง เป็นแผนที่ของเมืองนี้ แต่มีสัญลักษณ์บางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันมีเครื่องหมายกากบาทขนาดใหญ่บริเวณใจกลางเมือง และมีเส้นประที่เชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ ทั่วเมือง

...ระวัง... เส้นทางนี้เต็มไปด้วยอันตราย... ไม่ใช่เพียงแค่สภาพแวดล้อม... แต่ยังมี... สิ่งที่ถูกปลุกขึ้นมา... โดยเถ้าธุลีนี้... ขอให้เจ้าโชคดี...

"ปู่..." ณัฐพลพึมพำชื่อของปู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือของเขากำสมุดบันทึกแน่น ความหวังที่เคยเลือนราง บัดนี้กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง

เขาเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ร้านที่ยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหัก และเสียงฝุ่นที่ร่วงหล่นจากเพดาน

"ต้องไปที่ใจกลางเมือง..." เขาตัดสินใจเด็ดขาด

ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้าน เขาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมห้อง มันเป็นกล่องเหล็กขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางของที่พังทลาย เขาหยิบมันออกมา ปรากฏว่าเป็นกล่องเก็บยาของปู่เขาเอง ภายในบรรจุยาบางส่วนที่ยังไม่หมดอายุ และที่สำคัญ... เป็นขวดน้ำเปล่าขนาดเล็กที่ยังปิดสนิท

"ขอบคุณครับปู่..." เขากระซิบ

เมื่อเขาออกมาจากร้าน สภาพอากาศภายนอกก็ยังคงเหมือนเดิม เถ้าถ่านยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้ ณัฐพลไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าเมื่อครู่ ความรู้สึกที่เคยเดียวดาย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยภารกิจอันยิ่งใหญ่

เขาเดินตามแผนที่ในสมุดบันทึกของปู่ไปเรื่อยๆ เส้นทางที่ปู่ของเขากำหนดไว้ ชวนให้เขาสงสัยว่าทำไมถึงต้องผ่านเส้นทางที่ดูเหมือนจะอันตรายและซับซ้อนเช่นนี้

เขาต้องเดินผ่านซากอาคารที่กำลังจะพังทลาย ต้องปีนข้ามรถยนต์ที่คว่ำระเกะระกะ และต้องคอยระวังสิ่งของที่อาจจะหล่นลงมาจากอาคารสูง

ขณะที่เขากำลังเดินผ่านตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยขยะและเศษกระจก เสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้น

ครืด... ครืด...

เสียงนั้นมาจากใต้พื้นดิน... เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังขุดคุ้ย หรือลากบางสิ่งบางอย่างไปมา

ณัฐพลหยุดนิ่ง หัวใจของเขาเต้นรัว เขาค่อยๆ หยิบมีดพกที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา เขาไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อนในเมืองร้างแห่งนี้

ครืด... ซ่า...

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนอยู่ใกล้กว่าเดิมมาก มันดังมาจากใต้ฝาท่อระบายน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากเขา

เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ฝาท่อเหล่านั้นด้วยความระมัดระวัง แสงสลัวที่ส่องลงมาทำให้เขามองเห็นร่องรอยของฝุ่นที่ถูกเขี่ยออกไปจากบริเวณนั้น

"มีใครอยู่ข้างล่างนั่นหรือเปล่า?" เขาตะโกนถามด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงครืดคราดที่ดังขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะเคลื่อนที่เข้ามาหาเขา

ทันใดนั้นเอง!

ฝาท่อระบายน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ถูกดันขึ้นมาอย่างแรง!

ณัฐพลผงะถอยหลังด้วยความตกใจ เขาเห็นเงาดำทะมึนโผล่ออกมาจากปากท่อ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่บิดเบี้ยวผิดรูป ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงจางๆ ในความมืด

"อะไรกันแน่..." เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เงาดำทะมึนนั้นค่อยๆ คลานออกมาจากปากท่ออย่างช้าๆ มันมีมือที่ยาวผิดปกติ และเล็บที่แหลมคม มันดูเหมือนจะกำลังมองมาที่เขา

แคร้ง!

เสียงดังมาจากทางด้านหลังของเขา ณัฐพลหันขวับไปมอง

เงาดำทะมึนอีกตัวหนึ่ง กำลังโผล่ออกมาจากฝาท่ออีกอันหนึ่ง!

"ไม่ใช่แค่นั้น..." เขารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นไปทั่วสันหลัง

เงาดำทะมึนอีกสองสามตัว ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากฝาท่อระบายน้ำรอบๆ ตัวเขา พวกมันส่งเสียงครืดคราดในลำคอราวกับสัตว์ร้าย

ณัฐพลรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับพวกมันได้ทั้งหมด เขาต้องรีบหนี!

เขาหันหลังกลับ วิ่งสุดกำลังไปตามตรอกที่เขาเพิ่งจะเดินเข้ามา เขาสัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าที่ดังตามมาติดๆ เสียงครืดคราดอันน่าขนลุกเหล่านั้นกำลังไล่ล่าเขา!

เขาต้องใช้สมุดบันทึกของปู่ให้เป็นประโยชน์... แต่ตอนนี้... เขาต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ก่อน!

เขาหอบหายใจหนักขณะที่วิ่งหนี ภาพของเงาดำทะมึนเหล่านั้นยังคงติดตา เขาไม่รู้ว่าพวกมันคืออะไร หรือทำไมถึงออกมาจากใต้ดิน แต่เขารู้เพียงว่า พวกมันคืออันตรายที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน!

ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้น... ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง...

"...ช่วยด้วย..."

เสียงนั้นแผ่วเบามาก ราวกับกระซิบจากสายลม แต่ ณัฐพลได้ยินมันอย่างชัดเจน

เขาชะงักฝีเท้ากะทันหัน หันไปมองตามทิศทางของเสียง...

เขาจะเลือกหนีต่อไป หรือจะลองเข้าไปช่วยเหลือ? และเสียงกระซิบปริศนานั้นมาจากไหนกันแน่?

(ติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!