เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

ตอนที่ 16 — เสียงกระซิบจากเถ้าถ่าน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,059 คำ

เถ้าถ่านยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุดยั้ง แต่แล้วมันก็เริ่มเบาบางลงเล็กน้อย ราวกับเมตตาต่อร่างกายที่กำลังอ่อนล้าของณัฐพล อากาศที่เคยหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก ค่อยๆ คลายตัวลง ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก การมองเห็นเริ่มกลับมาดีขึ้นบ้าง ‌เพียงแต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ายังคงถูกบดบังด้วยม่านสีเทาจางๆ เมืองร้างแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา ไร้ซึ่งเสียงใดๆ นอกจากเสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นและเศษซาก

ณัฐพลก้าวเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวคือการประเมินสถานการณ์ เสียงกรอบแกรบของเศษแก้วและโลหะใต้ฝ่าเท้าดังเป็นระยะๆ สะท้อนก้องในความเงียบงัน เขาพยายามมองหาอะไรบางอย่างที่พอจะใช้เป็นประโยชน์ได้ ​ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ อาหาร หรือแม้แต่ที่กำบังที่แข็งแรงพอจะป้องกันจากสภาพอากาศที่โหดร้ายนี้ แต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกพรากไปหมดแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและซากปรักหักพัง

เขาหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างแว่วมาแต่ไกล เป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคย ไม่ใช่เสียงลม เสียงสัตว์ร้าย ‍หรือเสียงของซากปรักหักพังที่กำลังพังทลาย มันเป็นเสียงที่เบา ราวกับเสียงกระซิบที่ลอยมาตามลม ทว่ามีความชัดเจนบางอย่างที่ทำให้เขาต้องหันไปมอง

"ใครน่ะ!" เขาตะโกนถาม เสียงของเขาแหบพร่าและขาดพลังจากการขาดน้ำและอาหาร

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบที่กลับคืนมา เสียงกระซิบนั้นหายไปแล้ว ‌ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากความเหนื่อยล้าของเขา

"คงคิดไปเอง" เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามผลักไสความคิดฟุ้งซ่านออกไป จิตใจของเขากำลังพยายามหาทางเอาตัวรอด แต่บางครั้งมันก็หลอกลวงให้เขาเห็นหรือได้ยินในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

เขายังคงเดินต่อไป มุ่งหน้าไปในทิศทางที่เขาคาดว่าจะเป็นใจกลางเมือง ที่นั่นอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เขานึกถึงหลุมหลบภัยใต้ดินที่เขาเคยได้ยินเรื่องเล่ามาเสมอ ‍ที่นั่นอาจจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด หรืออาจจะมีเสบียงที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ขณะที่เขาเดินผ่านซากตึกเก่าที่เคยเป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่สะท้อนแสงแวบหนึ่ง เป็นวัตถุสีเงินที่โผล่พ้นออกมาจากกองเถ้าถ่าน เขารีบเข้าไปดูด้วยความหวัง

มันคือกระป๋องน้ำอัดลมที่บุบสลาย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือมันยังคงมีน้ำเหลืออยู่ภายใน แม้จะน้อยนิดก็ตาม เขาค่อยๆ ​แกะมันออกด้วยความประณีต กลัวว่าน้ำอันมีค่าจะหกหล่นไปจนหมด

"สักหยดก็ยังดี" เขาพึมพำ ขณะที่ค่อยๆ ยกกระป๋องขึ้นจรดริมฝีปาก ความเย็นของน้ำที่ไหลผ่านลำคอที่แห้งผากทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มันไม่ใช่เพียงแค่น้ำ แต่เป็นความหวัง ​เป็นเครื่องยืนยันว่ายังมีสิ่งดีๆ หลงเหลืออยู่ในโลกที่โหดร้ายใบนี้

เขาดื่มน้ำจนหมดกระป๋องอย่างช้าๆ พยายามดื่มด่ำทุกหยด จากนั้นเขาก็สำรวจบริเวณรอบๆ ด้วยความละเอียดมากขึ้น เผื่อว่าจะมีกระป๋องอื่นๆ หลงเหลืออยู่ แต่ก็ไม่พบ

ขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้น ​เขาก็สังเกตเห็นรอยเท้าบางอย่างที่จมอยู่ในเถ้าถ่าน ไม่ใช่รอยเท้าของเขาเอง รอยเท้านี้เล็กกว่า และดูเหมือนจะมาจากรองเท้าบูทที่แตกต่างออกไป

"ใครกันแน่ที่อยู่ที่นี่" ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงกระซิบที่หลอกลวง แต่เป็นหลักฐานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ บริเวณโรงพยาบาลร้างแห่งนี้ มีทางเข้าออกหลายทาง และดูเหมือนว่าจะมีคนเคยเข้ามาใช้ที่นี่จริงๆ

"ถ้ามีคนอื่นอยู่ที่นี่... พวกเขาจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู" ความคิดนี้ทำให้เขาต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาตรวจสอบอาวุธคู่ใจอย่างมีดที่เหน็บอยู่ที่เอว ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินต่อไป

เขาเดินไปตามทิศทางของรอยเท้าที่จางหายไปตามกาลเวลา แต่เขาก็ยังคงสังเกตเห็นร่องรอยอื่นๆ ที่บ่งบอกว่ามีคนเคยผ่านมา เขาเดินเข้าไปในอาคารโรงพยาบาลที่มีประตูหน้าเปิดอ้า ราวกับเชื้อเชิญให้เข้าไป

ภายในอาคารเต็มไปด้วยความมืดและความเงียบ มีเพียงแสงสลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหัก กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังยังคงอบอวลอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ของสถานที่แห่งนี้

ณัฐพลเดินไปตามโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษซาก เขามองหาห้องที่อาจจะยังมีของมีค่าหลงเหลืออยู่ สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือแหล่งน้ำที่มากกว่ากระป๋องเดียว หรืออาหารที่จะประทังชีวิต

เขามองเห็นห้องๆ หนึ่งที่มีป้ายชื่อห้องว่า "ห้องเก็บยา" ประตูห้องถูกแง้มอยู่ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง

ภายในห้องมีชั้นวางยาที่ล้มระเนระนาด ขวดแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น แต่ท่ามกลางความยุ่งเหยิงนั้น เขาก็เห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น

บนชั้นวางที่ยังคงตั้งอยู่บางส่วน มีขวดน้ำดื่มที่ปิดสนิทอยู่หลายขวด!

"ไม่น่าเชื่อ!" เขาอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เขารีบวิ่งเข้าไปหยิบขวดน้ำมาอย่างรวดเร็ว

นี่เป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับเขา หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานจากความกระหายมานานแสนนาน

ขณะที่เขากำลังจะเปิดขวดแรก เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของห้อง

"อย่าขยับ!"

เสียงนั้นดังมาจากผู้หญิง รุนแรงและเด็ดขาด ณัฐพลสะดุ้งตกใจ รีบหันไปมอง

เบื้องหลังชั้นวางยาที่ยังตั้งอยู่ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนถือปืนลูกซองจ่อมาที่เขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและแข็งกร้าว ใบหน้าของเธอซูบผอมและมีร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่แววตาของเธอกลับมีประกายแห่งความมุ่งมั่น

"ใครคือคุณ! เข้ามาทำอะไรที่นี่!" เธอถามเสียงแข็ง

ณัฐพลยกมือขึ้นสองข้างเหนือศีรษะ แสดงท่าทีว่าเขาไม่มีอาวุธ และไม่ได้มีเจตนาที่จะเป็นอันตราย

"ผม... ผมแค่กำลังหาทางเอาชีวิตรอด" เขาตอบเสียงสั่น "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขโมยอะไร"

หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างพิจารณา เธอเห็นความอ่อนล้าที่ปรากฏบนใบหน้าของเขา เห็นสภาพเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น และเห็นแววตาที่ไม่ได้แสดงถึงความชั่วร้าย

"คุณโกหก" เธอพูดเสียงเรียบ

"ผมสาบาน ผมหิวน้ำมากจริงๆ และบังเอิญเห็นขวดน้ำพวกนี้" ณัฐพลพยายามอธิบาย "ผมไม่ได้มีเจตนาอื่นใด"

หญิงสาวยังคงไม่ลดอาวุธลง เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของณัฐพล ราวกับจะอ่านใจเขา

"คุณมาจากไหน? เมืองนี้มันอันตราย คุณไม่ควรอยู่คนเดียว" เธอถาม

"ผม... ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว" ณัฐพลเล่าเรื่องราวที่เขาจำได้อย่างคร่าวๆ

หญิงสาวฟังเรื่องราวของเขาอย่างเงียบๆ ท่าทางของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงระแวดระวัง

"ฉันชื่อเอม" เธอแนะนำตัว "ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวมาสักพักแล้ว"

"ผม ณัฐพล หรือ พล" เขาตอบ "คุณ... คุณมีเพื่อนร่วมทางบ้างไหม"

เอมส่ายหน้า "ที่นี่มีแต่ความตาย คุณจะมาหาเพื่อนร่วมทางที่ไหน"

"แต่... เมื่อกี้ผมเห็นรอยเท้า" ณัฐพลเอ่ยขึ้น

เอมชะงักไปเล็กน้อย "รอยเท้า? คุณแน่ใจนะ"

"แน่ใจครับ มันเป็นรอยเท้าที่เล็กกว่าของผม"

แววตาของเอมฉายแววครุ่นคิด "อาจจะเป็น... ผู้รอดชีวิตคนอื่นที่ผ่านมา"

"ถ้ามีคนอื่น... ถ้าเราสามารถหาพวกเขาเจอ... เราอาจจะมีโอกาสรอดมากขึ้น" ณัฐพลพูดด้วยความหวัง

เอมมองไปยังขวดน้ำในมือของณัฐพล ก่อนจะมองกลับมาที่เขา "คุณหิวใช่ไหม เอาไปเถอะ" เธอผายมือไปที่ชั้นวาง

ณัฐพลรับขวดน้ำมาด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างล้นเปี่ยม เขาเปิดขวดและยกดื่มทันที รสชาติของน้ำบริสุทธิ์ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

"ขอบคุณมาก เอม" เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

"เรายังไม่รู้ว่าคุณเป็นใครจริงๆ" เอมกล่าว "แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันอาจจะเป็นทางรอดเดียวของเรา"

ณัฐพลพยักหน้าเห็นด้วย

"คุณ... คุณคิดว่ารอยเท้านั้นเป็นของใคร" เขาถามอีกครั้ง

เอมถอนหายใจ "ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่แถวนี้มีรอยเท้าแบบนั้นอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ฉันคิดว่าอาจจะเป็นพวกนักล่าสมบัติ หรือไม่ก็... ใครบางคนที่กำลังตามหาอะไรบางอย่าง"

"ตามหาอะไร?"

"ไม่รู้สิ... ในเมืองร้างแห่งนี้ มีหลายอย่างที่ถูกทิ้งไว้ และอาจจะมีค่าพอที่ใครบางคนจะเสี่ยงชีวิตเพื่อมัน" เอมพูด ดวงตาของเธอทอประกายบางอย่างที่ณัฐพลอ่านไม่ออก

"คุณ... คุณเห็นอะไรที่น่าสนใจบ้างไหม" ณัฐพลถาม "ผมกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่อาจจะช่วยให้ผม... กลับไปหาครอบครัวได้"

เอมมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนลง "ครอบครัว... ฉันก็หวังว่าครอบครัวของฉันจะยังปลอดภัย"

บรรยากาศในห้องเก็บยาที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียด เริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งความหวัง ความสิ้นหวัง และความไม่แน่นอน

"เราอยู่กันคนเดียวมานานเกินไป" เอมพูดขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง "บางที... การร่วมมือกันก็อาจจะดีกว่า"

"ผมยินดี" ณัฐพลตอบทันที

"แต่เราต้องระวัง" เอมเตือน "เมืองนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน และเถ้าถ่านนี่... มันก็ไม่ใช่แค่เถ้าถ่านธรรมดา"

คำพูดสุดท้ายของเอมทิ้งปริศนาที่ค้างคาอยู่ในใจของณัฐพล เถ้าถ่านที่ไม่ธรรมดา? เสียงกระซิบที่เขาเคยได้ยิน... มันเกี่ยวข้องกันหรือไม่? เขาอดไม่ได้ที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยม่านสีเทา ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังซ่อนตัวอยู่ภายใต้มัน พร้อมที่จะปรากฏตัวออกมาเมื่อถึงเวลาอันควร

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!