ละอองเถ้าถ่านที่เคยหนาทึบจนบดบังทุกสิ่ง บัดนี้บางเบาลงจนพอจะมองเห็นเค้าลางของสิ่งต่างๆ ที่อยู่เบื้องหน้า ณัฐพลก้าวเดินอย่างระมัดระวัง แขนข้างหนึ่งยังคงประคองกระเป๋าเป้ใบเก่าที่บรรจุสัมภาระเพียงน้อยนิด สายตาของเขากวาดมองไปรอบกาย สภาพเมืองที่เคยมีชีวิตชีวา บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง อาคารสูงเสียดฟ้าที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญ กลับกลายเป็นโครงกระดูกเหล็กบิดเบี้ยว ชวนให้หวาดหวั่น ทั่วบริเวณปกคลุมไปด้วยสีเทาหม่นของเถ้าถ่านที่ทับถมหนาทึบ ราวกับผืนผ้าแห่งความตายที่ถูกคลี่คลุมไว้
เสียงฝีเท้าของพลดังแผ่วเบาบนพื้นถนนที่แตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ละก้าวที่ก้าวไปคือการเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่โลกของเขาได้ประสบพบเจอ เสียงลมหวีดหวิวพัดพาเอาเถ้าถ่านให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ราวกับเสียงกระซิบจากอดีตที่พยายามจะเอ่ยเตือนเขาถึงหายนะที่เคยเกิดขึ้น
“ยังไงก็ต้องหาแหล่งน้ำให้ได้ก่อน” พลพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจากการขาดน้ำและอากาศแห้งผาก เขายังคงจำคำพูดของลุงสมศักดิ์ ผู้เฒ่าแห่งหลุมหลบภัยที่ฝากฝังไว้ก่อนที่เขาจะตัดสินใจออกเดินทางมาสู่โลกภายนอก “น้ำคือชีวิต พล ถ้าไม่มีน้ำ ทุกอย่างก็จบ”
เขาเดินลัดเลาะไปตามซากตึกที่พอจะเหลือรูปทรงเดิมอยู่บ้าง บางแห่งยังคงมีป้ายชื่อร้านค้า หรือป้ายบอกทางที่เลือนรางอยู่ แต่ไม่มีความหมายใดๆ อีกต่อไป โลกนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
“ขอให้มีสักที่ที่ยังคงมีน้ำ” เขาอธิษฐานในใจ ความหวังริบหรี่เหมือนแสงดาวที่เลือนรางในคืนที่ฟ้าไร้จันทร์
ขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านปากซอยแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเศษซากรถยนต์ที่พลิกคว่ำ เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น เสียงนั้นเบามาก แต่มันทำให้พลชะงักกึก เขาก้มตัวลง หยิบเศษเหล็กที่พอจะใช้เป็นอาวุธติดมือไว้ พลเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังที่สุด หัวใจเต้นระรัว
“ใครน่ะ” เขาตะโกนถามออกไป เสียงสะท้อนกลับมาอย่างแห้งผาก
ความเงียบตอบกลับมา มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิวผ่านซากปรักหักพัง พลค่อยๆ เดินเข้าไป ลมหายใจของเขาติดขัด เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงหลอนที่เกิดจากความเหนื่อยล้า หรือมีบางสิ่งบางอย่างอยู่จริงๆ
ทันใดนั้นเอง ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากซอกตึก ร่างนั้นสวมใส่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่น สีสันกลืนไปกับฝุ่นและเถ้าถ่าน ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาเบิกกว้างมองมาที่พลอย่างหวาดกลัว
“อย่า...อย่าทำอะไรฉันนะ” เสียงเล็กๆ นั้นสั่นเครือ
พลเห็นดังนั้นก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาลดอาวุธในมือลง “ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอ” พลพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะอ่อนโยนที่สุด “เธอเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
เด็กสาวคนนั้นยังคงตัวสั่นอยู่ เธอกระโดดถอยหลังไปเล็กน้อย “ฉัน...ฉันชื่อดาว” เธอตอบเสียงเบา “ฉันหลงทาง”
พลมองสำรวจเด็กสาวอย่างละเอียด เธอคงจะอายุน้อยกว่าเขาไม่มากนัก อาจจะราวๆ สิบสองสิบสามปี ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวังและความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกัน
“หลงทางมาจากไหน” พลถาม “เธอมาจากหลุมหลบภัยหรือเปล่า”
ดาวส่ายหน้าช้าๆ “ฉัน...ฉันมากับแม่...ตอนนั้น...ตอนนั้นเถ้ามันเยอะมาก...มองไม่เห็นอะไรเลย...แล้วก็...พลัดกัน” น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของเด็กสาว
พลรู้สึกสงสารจับใจ เขาเองก็เคยพลัดพรากจากคนสำคัญในเหตุการณ์เดียวกันนี้ “แล้วแม่เธออยู่ที่ไหนตอนนี้”
“ไม่รู้” ดาวตอบเสียงสั่นเครือ “ฉันพยายามตามหาแล้ว...แต่...มันมืดไปหมด”
พลเดินเข้าไปใกล้ดาวมากขึ้น “ตอนนี้ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะช่วยเธอเอง” เขาพยายามให้เสียงของเขามั่นคงที่สุด “เธอหิวน้ำไหม”
ดาวพยักหน้าอย่างแรง “มากค่ะ”
“ดีเลย” พลพูด พลยื่นมือข้างหนึ่งออกไป “มากับฉัน ฉันกำลังจะไปหาแหล่งน้ำ”
ดาวมองมือของพลอย่างลังเล ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือเล็กๆ ของเธอมาจับ พลรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบจากมือของเธอ ความกลัว ความเหนื่อยล้า และความสิ้นหวัง มันถ่ายทอดมาถึงเขา
“ชื่ออะไรคะ” ดาวถามเสียงเบา
“ณัฐพล เรียกว่าพลก็ได้” พลตอบ “แล้วเธอ...รู้จักที่นี่มาก่อนไหม”
ดาวส่ายหน้า “ฉัน...ไม่เคยมาที่นี่เลย...ก่อนที่ทุกอย่างจะ...” เธอเว้นวรรคไป “...ก่อนที่จะเป็นแบบนี้”
“เข้าใจแล้ว” พลพยักหน้า “เราต้องใจเย็นๆ และค่อยๆ ไป”
พลพาดาวเดินไปข้างหน้าเขาเล็กน้อย เพื่อที่จะได้คอยระวังหลังให้เธอ เขาเดินสำรวจสภาพแวดล้อมไปพร้อมๆ กันไปด้วย พลสังเกตว่าเถ้าถ่านที่ปกคลุมพื้นถนนเริ่มบางลงในบางพื้นที่ ทำให้เห็นร่องรอยของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ข้างใต้ชัดเจนขึ้น เช่น เศษกระจกที่แตกละเอียด เศษอิฐ ปูน และโครงเหล็กที่บิดงอ
“ตรงนั้น” ดาวชี้ไปที่อาคารหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังคงรูปทรงเดิมอยู่บ้าง “ดูเหมือนจะเป็นร้านขายของชำ”
พลหันไปมองตามที่ดาวชี้ “ใช่ ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น” เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ “เราลองเข้าไปดูกัน เผื่อจะมีอะไรที่พอจะช่วยได้”
ทั้งสองค่อยๆ เดินเข้าไปในร้านค้าที่มืดสลัว ซากชั้นวางสินค้าล้มระเนระนาด สิ่งของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ฝุ่นเถ้าถ่านจับหนาไปทั่วทุกอณู พลใช้ไฟฉายจากมือถือที่ใกล้จะแบตหมดส่องนำทาง
“ดูนี่สิคะ” ดาวร้องขึ้น เสียงของเธอตื่นเต้น
พลหันไปมอง ดาวกำลังชี้ไปยังมุมหนึ่งของร้าน ที่มีชั้นวางสินค้าที่ยังพอจะตั้งอยู่ได้ และมีกล่องกระดาษที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ของน้ำดื่ม
“น้ำดื่ม!” พลอุทานด้วยความดีใจ เขาเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว กล่องเหล่านั้นยังคงปิดสนิทอยู่ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งสำหรับพวกมัน
“มีอยู่หลายกล่องเลย” พลหยิบกล่องหนึ่งขึ้นมา เขาลองเขย่าดู ได้ยินเสียงของเหลวอยู่ข้างใน “ดูเหมือนจะยังไม่เสีย”
“เราเจอแล้ว!” ดาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ
พลเปิดกล่องหนึ่งออกอย่างระมัดระวัง เขายื่นขวดน้ำให้ดาวก่อน “ดื่มก่อนเลย”
ดาวรับขวดน้ำมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอรีบเปิดฝาและยกดื่มอย่างกระหาย พลมองดูเธอดื่ม เขาเองก็รู้สึกถึงความกระหายที่ปะทุขึ้นมาเช่นกัน
หลังจากดาวดื่มจนพอใจแล้ว เธอก็ส่งขวดน้ำคืนให้พล พลดื่มตามไปบ้าง น้ำเย็นๆ ไหลลงสู่ลำคอที่แห้งผากราวกับน้ำทิพย์ ชโลมความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวังให้จางลงไปบ้าง
“ขอบคุณมากนะคะ” ดาวพูด พลุกยิ้มให้เธอ
“ไม่เป็นไร” พลตอบ “เราต้องช่วยกัน”
พลสำรวจร้านค้าต่อ เขาพบว่ามีของกินบางอย่างที่ยังพอจะเก็บไว้ได้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเสียหายไปแล้วก็ตาม เขารวบรวมของที่พอจะกินได้ใส่ในกระเป๋าเป้ของเขา
“เราจะไปไหนกันต่อคะ” ดาวถาม
พลครุ่นคิด “ฉันกำลังจะหาแหล่งน้ำที่ใหญ่กว่านี้ และอาจจะมีที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ด้วย” เขาเงยหน้ามองฟ้าที่ยังคงปกคลุมด้วยเถ้าถ่าน “ดูเหมือนว่าเถ้าถ่านจะเริ่มบางลงจริงๆ แล้วนะ”
“จริงด้วยค่ะ” ดาวสังเกตเห็นด้วย “แต่...ก็ยังอันตรายอยู่ดี”
“แน่นอน” พลเห็นด้วย “แต่เราก็ได้น้ำมาแล้ว ถือเป็นเรื่องดี” เขาเหลือบมองไปทางถนนที่ทอดยาวออกไป “ฉันว่าเราน่าจะลองเดินไปทางนั้นดู” พลชี้ไปยังทิศที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นใจกลางเมือง “อาจจะมีตึกที่ใหญ่กว่านี้ และอาจจะมีอะไรที่เราต้องการ”
ดาวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เธอจับมือของพลไว้แน่น
“ฉันกลัว” ดาวสารภาพ
“ไม่ต้องกลัว” พลตอบ “ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากร้านค้า พลก็สังเกตเห็นบางอย่างที่มุมหนึ่งของร้าน เป็นแผ่นกระดาษที่ถูกทับถมด้วยฝุ่น แต่ยังมีตัวอักษรที่พอจะอ่านได้ เขาเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา มันคือแผนที่ของเมืองฉบับเก่า
“นี่มัน...” พลอุทานด้วยความตื่นเต้น “เป็นแผนที่ของเมือง”
ดาวมองแผนที่อย่างสนใจ “มีประโยชน์ไหมคะ”
“อาจจะมาก” พลพูด พลพยายามจะกางมันออก แต่กระดาษก็เปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลา “ดูเหมือนว่าจะมีสัญลักษณ์บางอย่างที่บอกถึงแหล่งน้ำ” เขาชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ “ตรงนี้...มันเหมือนจะเป็น...อุทยาน”
“อุทยาน?” ดาวถาม “เมืองเรามีอุทยานด้วยเหรอคะ”
“เคยมี” พลตอบ “แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้สภาพเป็นยังไง” เขาพับแผนที่เก็บไว้ในกระเป๋าเป้ “เราจะลองไปที่นั่นกัน”
พลรู้สึกได้ถึงความหวังที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย การได้เจอแผนที่ ทำให้เขามีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น และการได้ดาวมาอยู่ด้วย ก็ทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวมากนัก
ทั้งสองก้าวเดินออกไปบนถนนที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านอีกครั้ง แสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านม่านเถ้าถ่าน ทำให้เห็นเงาของตึกสูงที่บิดเบี้ยวทอดยาวไปข้างหน้า ราวกับจะเป็นเงาของสัตว์ร้ายที่กำลังรอคอย
ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินผ่านซากรถบัสที่คว่ำอยู่ พลก็ชะงักกึก เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังกว่าเดิม และดูเหมือนจะมาจากทิศทางเดียวกันกับที่เขาจะเดินไป
เสียงนั้นเป็นเสียงครืดคราดเบาๆ และมีเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังขูดกับพื้นถนน
พลรีบดึงดาวเข้ามาอยู่ข้างหลังเขา “ระวัง” เขาพูดเสียงเบา
ดวงตาของพลเบิกกว้างขึ้น เขาเห็นมัน... ร่างที่เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางเถ้าถ่าน ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ตัวผอมเกร็งผิดปกติ และเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่มีเป้าหมาย
มันคือ... สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับโลกใหม่นี้
พลรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับมัน อาจหมายถึงอันตรายถึงชีวิต แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องปกป้องดาว และเขาต้องหาทางผ่านไปให้ได้
พลเงื้อเศษเหล็กที่เขาถือไว้แน่น ในขณะที่ร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดและเถ้าถ่านที่ปกคลุมไปทั่ว...
พวกเขาจะรอดจากเงาที่คืบคลานเข้ามานี้ได้หรือไม่?

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก