เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

ตอนที่ 23 — แสงริบหรี่แห่งอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 890 คำ

ละอองเถ้าถ่านที่เคยหนาทึบจนบดบังทุกสิ่ง บัดนี้บางเบาลงจนพอจะมองเห็นเค้าลางของสิ่งต่างๆ ที่อยู่เบื้องหน้า ณัฐพลก้าวเดินอย่างระมัดระวัง แขนข้างหนึ่งยังคงประคองกระเป๋าเป้ใบเก่าที่บรรจุสัมภาระเพียงน้อยนิด ภาพของเมืองที่เคยมีชีวิตชีวาเมื่อครั้งอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ถูกกลืนกินด้วยความเงียบงันและเถ้าถ่านที่โปรยปรายไม่หยุดหย่อน

เขาหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสูงตระหง่านซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์รวมของผู้คน บัดนี้มันกลับเหมือนโครงกระดูกยักษ์ที่ยืนท้าทายกาลเวลา ‌เศษกระจกสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านชั้นเถ้าถ่านบางเบาเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน ณัฐพลสูดลมหายใจลึก พยายามไล่กลิ่นอับชื้นและกลิ่นไหม้ที่ยังคงติดจมูก

“เมืองนี้… มันเคยใหญ่กว่านี้มาก” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสะท้อนกลับมาแผ่วเบาในความเงียบงัน

ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ​เสียงจอแจของผู้คน รถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่ แสงไฟระยิบระยับในยามค่ำคืน มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวกับภาพตรงหน้า

ณัฐพลตัดสินใจก้าวเข้าไปในอาคารนั้น ประตูเหล็กบานใหญ่บิดเบี้ยวจนเปิดออกได้เพียงเล็กน้อย เขาต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อเบียดตัวเข้าไป ด้านในเต็มไปด้วยความมืดมิดและฝุ่นผงหนาทึบ แสงไฟฉายที่เขาพกติดตัวสาดส่องไปทั่ว ‍ปรากฏเป็นเงาตะคุ่มของเฟอร์นิเจอร์ที่พังทลาย โต๊ะ เก้าอี้ที่พลิกคว่ำ เอกสารกระดาษที่เปื่อยยุ่ยเกลื่อนกลาด

ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยเสียงกรอบแกรบของเศษวัสดุที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า มันปลุกเร้าความระแวงให้ตื่นตัวตลอดเวลา เขาไม่รู้เลยว่าในความมืดมิดนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง อาจเป็นสัตว์ร้ายที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม หรืออาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการกลายพันธุ์หลังภัยพิบัติ

ขณะที่เขากำลังสำรวจ ‌เขาเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่โดดเด่นออกมาจากกองเศษซาก มันคือกรอบรูปใบหนึ่งที่วางอยู่บนชั้นหนังสือที่เอียงกะเท่เร่

ด้วยความสงสัย ณัฐพลค่อยๆ เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา ปัดฝุ่นออกอย่างเบามือ ภาพในกรอบรูปปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน มันเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่ดูมีความสุข พ่อ ‍แม่ และลูกสาวตัวน้อยที่กำลังยิ้มแย้มอย่างสดใส

“สวยจัง…” เขาพึมพำ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในหัวใจ แม้จะเป็นเพียงภาพถ่าย แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรัก ความผูกพันที่ครอบครัวนี้มีให้กัน

เขาพลิกไปด้านหลังกรอบรูป ​พบว่ามีลายมือเขียนอยู่

“ถึง… ความรักของฉัน… สัญญาว่าจะกลับมาหา… รักเสมอ… วันที่ 10 พฤษภาคม…”

วันที่… ณัฐพลกวาดตามองไปรอบๆ ​มันช่างไม่ต่างจากวันที่เขาเจอครั้งแรกที่หลุมหลบภัย ราวกับว่าผู้คนในเมืองนี้กำลังใช้ชีวิตอยู่บนขอบเหวแห่งหายนะ

เขาเก็บกรอบรูปนั้นไว้อย่างดี มันอาจเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะนำติดตัวไปได้จากสถานที่แห่งนี้ การได้เห็นความสุขของคนอื่น แม้จะเป็นเพียงภาพถ่าย ก็ทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้น

“ไม่ว่ายังไง… ฉันก็ต้องหาทางรอดไปให้ได้” เขาย้ำกับตัวเอง

เมื่อเดินลึกเข้าไปในอาคาร ​เขาพบกับโถงทางเดินที่ยาวเหยียด ประตูหลายบานเรียงรายอยู่สองข้างทาง ส่วนใหญ่ปิดสนิท บางบานเปิดอ้าเผยให้เห็นความว่างเปล่าที่น่าหวั่นเกรง

เขาตัดสินใจเปิดประตูบานแรกที่อยู่ใกล้ที่สุด บานประตูไม้ที่เคยแข็งแรง บัดนี้บวมจนเปิดยาก เมื่อเขาออกแรงมันก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะขาดใจตาย

ภายในห้องนั้นเป็นห้องทำงานที่ถูกทิ้งร้าง โต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีเอกสารกระดาษกองพะเนิน แฟ้มเอกสารที่เปิดอ้า อุปกรณ์เครื่องเขียนที่กระจัดกระจาย

ณัฐพลใช้ไฟฉายส่องไปที่เอกสาร เขาเห็นตารางเวลา รายงานการประชุม และ… แผนที่

เขาหยิบแผนที่ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง มันเป็นแผนที่ของเมืองนี้เลยทีเดียว แต่เป็นแผนที่ที่ดูเก่าแก่ และมีบางส่วนที่ถูกขีดเขียนด้วยลายมือ

“นี่มัน… อะไรกัน?” เขาพึมพำ

แผนที่นี้มีเครื่องหมายกากบาทสีแดงจำนวนมาก และมีเส้นทางที่ถูกขีดทับไปมา ราวกับว่ามีบางอย่างถูกซ่อน หรือบางอย่างกำลังถูกตามหา

เขาค่อยๆ ไล่ดูรายละเอียดบนแผนที่ เขาเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน บางสัญลักษณ์ดูเหมือนจะเป็นอาคาร บางสัญลักษณ์ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางใต้ดิน

“หรือว่า… เมืองนี้จะมีทางลับ?”

ความหวังเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ถ้ามีทางลับจริง มันอาจเป็นเส้นทางที่จะพาเขาไปยังที่ปลอดภัย หรืออาจนำไปสู่สิ่งที่เขาตามหา

ขณะที่เขากำลังก้มดูแผนที่อย่างตั้งใจ เสียงประหลาดก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก

กึก… กึก… กึก…

เสียงนั้นเบามาก แต่ในความเงียบสงัดของเมืองร้าง มันกลับดังชัดเจนราวกับมีใครกำลังเดินเข้ามาใกล้

ณัฐพลชะงัก เขารีบหรี่ไฟฉายลง และแอบไปหลบหลังโต๊ะทำงาน ความรู้สึกหวาดระแวงกลับมาอีกครั้ง

เสียงกึก กึก กึก นั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วง ราวกับว่าผู้มาเยือนนั้นมีน้ำหนักตัวมาก

เขาค่อยๆ แง้มดูจากหลังโต๊ะ ปรากฏเป็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงทางเดิน

“ใครน่ะ!” เขาตะโกนถามออกไป เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย

เงาตะคุ่มนั้นหยุดนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้

ณัฐพลเตรียมพร้อมที่จะวิ่ง เขาจับปืนสั้นที่พกติดตัวไว้แน่น

เมื่อเงาตะคุ่มนั้นเข้ามาใกล้จนพอจะมองเห็นได้รางๆ ณัฐพลก็ต้องเบิกตากว้าง

มันไม่ใช่คน…

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ตัวใหญ่ผิดปกติ แขนขายาวเก้งก้าง ดวงตาเรืองแสงสีแดงก่ำ และบนร่างกายมีลักษณะคล้ายเกราะแข็งสีดำ

“อะไรกันเนี่ย!” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจ

สิ่งมีชีวิตตัวนั้นหันมาทางเขา ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาที่เขาอย่างดุร้าย

มันส่งเสียงขู่คำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

ณัฐพลรู้ตัวทันทีว่าเขาตกอยู่ในอันตราย เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักนี้

เขาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและวิ่ง เขาพุ่งออกจากที่หลบซ่อน กระโจนไปยังประตูทางออก

สิ่งมีชีวิตตัวนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันพุ่งตามเขามา เสียงกรงเล็บที่ขูดกับพื้นคอนกรีตดังน่าสะพรึงกลัว

ณัฐพลวิ่งสุดกำลัง เขาไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อน หัวใจเต้นระรัว เหงื่อไหลท่วมตัว

เขาออกมาจากอาคารได้สำเร็จ แต่สิ่งมีชีวิตตัวนั้นก็ยังคงตามติดเขามา

เขาหันกลับไปมอง เห็นมันกำลังวิ่งออกมาจากอาคารอย่างรวดเร็ว แสงไฟฉายที่เขาทำหล่นไปเมื่อครู่ สาดแสงเข้าไปในปากที่อ้าออกของมัน เผยให้เห็นฟันแหลมคม

“ต้องหนี!”

เขาตัดสินใจวิ่งไปทางทิศที่ตรงกันข้ามกับที่เคยมา เขาไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร แต่มันดีกว่าการยืนรอให้ถูกตะครุบ

เขาห้อไปตามถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ไม่สนใจสิ่งกีดขวางที่ขวางหน้า

เสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตตัวนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับจะคว้าตัวเขาได้ทุกเมื่อ

ณัฐพลหันกลับไปมองอีกครั้ง เขาเห็นมันกำลังกระโดดข้ามซากรถยนต์มาอย่างคล่องแคล่ว

“มันเร็วมาก!”

เขารู้ว่าเขาหนีไปได้ไม่นานแน่

ในจังหวะที่กำลังจะสิ้นหวัง เขาเหลือบไปเห็นทางเข้าอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ไม่ไกลนัก มันดูมืดมิดและน่ากลัว แต่ก็อาจเป็นที่หลบภัยเดียวของเขา

เขาตัดสินใจหักเลี้ยว มุ่งหน้าไปยังอุโมงค์นั้น

“ต้องเข้าไปให้ได้!”

เสียงขู่คำรามของสิ่งมีชีวิตตัวนั้นดังอยู่ข้างหลังเขา

เมื่อเขาใกล้จะถึงปากอุโมงค์ เขาได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านหลัง

เขาไม่กล้าหันกลับไปมอง

เขาทิ้งตัวลงไปในอุโมงค์ที่มืดมิด ทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง

เสียงกรงเล็บที่ขูดกับพื้นอุโมงค์ดังขึ้นมาจากปากทางเข้า

ณัฐพลรู้ว่าเขาถูกตามเข้ามา

เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดในอุโมงค์ที่มืดมิดและอันตรายนี้ให้ได้

ก่อนที่เขาจะถูกสิ่งมีชีวิตปริศนานั้นจับได้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!