เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

ตอนที่ 27 — เศษเสี้ยวแห่งความหวังในหลุมหลบภัย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,028 คำ

ความเงียบที่ปกคลุมเมืองร้างนั้นหนาทึบยิ่งกว่าม่านฝุ่นที่เคยบดบังแสงตะวันเสียอีก ณัฐพลก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ทุกซอกทุกมุม ภาพของตึกระฟ้าที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้เหลือเพียงโครงร่างที่บิดเบี้ยวราวกับก้างปลาที่ถูกทอดทิ้ง แสงสลัวที่ลอดผ่านม่านฝุ่นละเอียดที่บางเบาลงทุกที ค่อยๆ ‌เผยให้เห็นภาพของสิ่งที่เคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง กระจกหน้าต่างที่แตกละเอียดสะท้อนภาพเงาของเขาที่เดินวนเวียนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น

"นี่มัน...อะไรกันแน่" เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของเขา ราวกับจะเอ่ยถามความว่างเปล่าที่อยู่รอบกาย ณัฐพลยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบเขม่าและเหงื่อที่ไหลซึม ความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ​แต่เขาก็ยังคงก้าวต่อไป ยังคงพยายามหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

เขาเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง รถยนต์ที่พลิกคว่ำ สนิมเขรอะ คือสิ่งที่เกลื่อนกลาดไปทั่วราวกับเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพินาศ เขาก้มลงหยิบเศษกระจกที่ยังคงมีความใสอยู่บ้างมาพลิกดู เงาสะท้อนของตนเองที่บิดเบี้ยว ทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ‍ราวกับว่าเขากำลังมองเห็นอนาคตอันโหดร้ายที่รอคอยอยู่

"จะต้องมีอะไรสักอย่างอยู่สิ" เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามปลุกปลอบใจให้ไม่ยอมแพ้ ความหวังริบหรี่ที่เขาเคยสัมผัสได้จากหลุมหลบภัยใต้ดินนั้นยังคงเป็นแรงผลักดันให้เขาเดินหน้าต่อไป

ขณะที่เขากำลังสำรวจไปเรื่อยๆ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างที่ดูผิดแผกไปจากซากปรักหักพังทั่วไป เป็นรอยเท้าที่ดูเหมือนจะถูกลากไปอย่างเร่งรีบ โดยทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้บนพื้นดินที่แห้งผาก

"รอยเท้า?" เขาขมวดคิ้ว ‌ก่อนจะก้มลงพิจารณาอย่างละเอียด รอยเท้าเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่ารอยเท้ามนุษย์ปกติเล็กน้อย และดูเหมือนจะถูกประทับลงไปด้วยความเร่งรีบ ราวกับว่าใครบางคนกำลังหนีอะไรบางอย่าง

"ใครกัน...ใครที่ยังอยู่ที่นี่" ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา ความหวังที่จะไม่โดดเดี่ยวเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ความระแวงและความไม่แน่นอนก็เริ่มคืบคลานเข้ามา

เขาตัดสินใจเดินตามรอยเท้าไปอย่างเงียบเชียบ ‍หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น รอยเท้าพาเขาเลาะไปตามซอกตึกที่ถูกทิ้งร้าง ผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นและซากปรักหักพัง บางครั้งเขาก็ต้องหยุดนิ่ง ชะลอการหายใจ เพื่อฟังเสียงรอบข้าง เผื่อว่าจะมีเสียงอะไรที่ผิดปกติ

รอยเท้าพาเขามาถึงบริเวณด้านหลังของตึกที่เคยเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โครงสร้างของตึกนั้นเสียหายหนัก ​แต่ก็ยังคงมีส่วนที่ยังคงรูปทรงอยู่ ณัฐพลเดินลัดเลาะไปตามช่องว่างที่เกิดจากความเสียหาย เขาเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางเข้าลับ ที่ซ่อนอยู่หลังแผงเหล็กที่บิดเบี้ยว

"นี่มัน...ทางเข้าหรือไง" เขาพึมพำอีกครั้ง เมื่อเขาพยายามดันแผงเหล็กออกไป มันก็ขยับได้เล็กน้อย เผยให้เห็นช่องว่างที่แคบพอที่จะลอดตัวเข้าไปได้

ด้วยความมุ่งมั่น ​ณัฐพลตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจ เขาค่อยๆ สอดตัวเข้าไปในช่องว่างนั้นอย่างระมัดระวัง มือข้างหนึ่งคอยประคองมีดสั้นคู่ใจที่เขาพกติดตัวมาตลอด

เมื่อลอดเข้าไปได้แล้ว เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในอุโมงค์ที่มืดสนิท มีเพียงแสงสลัวที่ลอดเข้ามาจากทางเข้าเท่านั้นที่พอจะมองเห็นทาง เขาเดินต่อไปอย่างช้าๆ สัมผัสผนังอุโมงค์ที่เย็นเฉียบด้วยปลายนิ้ว

"มีกลิ่นอะไรบางอย่าง..." ​เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของความชื้น กลิ่นของดิน และกลิ่นที่คล้ายกับ...อาหาร?

ความหวังเริ่มฉายวาบขึ้นในใจ เขาเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังจะได้พบกับอะไรบางอย่างที่เขาตามหามาตลอด

อุโมงค์ทอดยาวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เสียงคล้ายกับเสียงคนกำลังพูดคุยกัน เสียงนั้นเบามาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น

"มีคนจริงๆ ด้วย!" เขากระซิบอย่างตื่นเต้น ราวกับจะไม่อยากให้เสียงของเขาไปรบกวนใคร

เขาเดินตามเสียงไปอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งอุโมงค์เริ่มกว้างขึ้น และมีแสงสว่างรำไรปรากฏขึ้นมาจากด้านหน้า

เมื่อเขาค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปใกล้ ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของเขาก็ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจ

เบื้องหน้าของเขาคือหลุมหลบภัยใต้ดินขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย มีแสงไฟสีส้มสลัวส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังนั่งรวมกลุ่มกันอยู่ บ้างก็กำลังปรุงอาหาร บ้างก็กำลังสนทนากันอย่างออกรส

"เรา...มาถึงแล้วจริงๆ หรือ" เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตัน

ทันใดนั้นเอง สายตาของคนกลุ่มหนึ่งก็เหลือบมาเห็นเขาเข้าพอดี ทุกสายตาหันมามองเขาเป็นตาเดียว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

ชายคนหนึ่งที่ดูมีอายุ สวมเสื้อผ้าที่ดูเก่าแต่สะอาดสะอ้าน เดินตรงเข้ามาหาเขา

"เจ้ามาจากไหน?" ชายคนนั้นถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความระแวง แต่ก็มีความอ่อนโยนอยู่ด้วย

ณัฐพลยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร จะอธิบายอย่างไรถึงการเดินทางอันยาวนาน และความหวังที่นำพาเขามาที่นี่

"ผม...ผมชื่อ ณัฐพล" เขาตอบเสียงแผ่วเบา "ผมเดินทางมาจาก...ข้างบน"

ชายคนนั้นมองเขาอย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย "ยินดีต้อนรับ สู่ที่นี่...ที่ที่เรายังคงเหลืออยู่"

เขาผายมือเชิญ ณัฐพลให้เดินเข้าไปในหลุมหลบภัย

ณัฐพลก้าวเข้าไปในหลุมหลบภัยอย่างช้าๆ เขารู้สึกราวกับว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง โลกที่ยังคงมีชีวิตชีวา โลกที่ยังคงมีความหวัง แม้ว่าภายนอกจะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดก็ตาม

เขาเห็นรอยยิ้มของผู้คน เด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องของเขาเริ่มร้องประท้วง

"เหนื่อยมาสินะ" ชายคนนั้นกล่าว "มานั่งพักก่อนเถอะ เรามีอาหารและน้ำให้เจ้า"

ณัฐพลพยักหน้าอย่างช้าๆ เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ ร่างกายของเขาแทบจะล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความอ่อนล้า

"ขอบคุณครับ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

ขณะที่เขากำลังจะได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาชะงักไป

ที่มุมหนึ่งของหลุมหลบภัย มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ ด้วยความสงสัย ณัฐพลลุกขึ้นเดินเข้าไปดู

สิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาบีบรัด

บนพื้น มีภาพวาดขนาดใหญ่ที่วาดด้วยสีที่ยังคงสดใสอยู่ มันเป็นภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวสด ลำธารที่ไหลเอื่อย และท้องฟ้าสีครามสดใส

"นี่มัน...อะไรครับ?" เขาถามชายคนนั้นที่เดินตามมา

"นี่คือ...ความทรงจำ" ชายคนนั้นตอบเสียงเบา "ภาพของโลกที่เราเคยมี...ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"

ณัฐพลก้มลงมองภาพวาดนั้นอย่างพิจารณา ภาพวาดนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าทึ่งราวกับมีชีวิต เขาจ้องมองมันอย่างไม่กระพริบตา ราวกับว่าเขากำลังมองเห็นภาพเหล่านั้นด้วยตาตนเอง

"เรา...ยังจำมันได้" ชายคนนั้นกล่าวต่อ "เรายังคงจำได้ถึงแสงตะวัน...ที่เราเคยสัมผัส"

"แสงตะวัน..." ณัฐพลพึมพำ เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า เขาแทบจะลืมรสชาติของแสงแดดไปแล้ว

ในขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพวาดนั้น เป็นซองจดหมายที่ดูเก่า แต่ก็ยังคงสภาพดีอยู่

เขาหยิบมันขึ้นมาพลิกดู มันไม่มีชื่อผู้รับ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงสัญลักษณ์บางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย

"นี่มันอะไรครับ?" เขาถามชายคนนั้นอีกครั้ง

ชายคนนั้นมองซองจดหมายด้วยสายตาที่ดูแปลกไป "นั่น...เป็นของคนที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน"

"ใครครับ?"

"ไม่แน่ใจ...แต่เขากล่าวว่า มันเป็นสิ่งสำคัญ...สำหรับคนที่กำลังตามหาอะไรบางอย่าง"

ณัฐพลรู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ ความหวังที่เคยริบหรี่กลับส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดซองจดหมายนั้นออก

ภายในซองจดหมายนั้น มีเศษกระดาษเล็กๆ ชิ้นหนึ่งอยู่ เมื่อเขานำมันออกมาพลิกดู สิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง

มันคือ...แผนที่?

เป็นแผนที่ที่ดูเหมือนจะชี้ไปยังบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปในป่าที่อยู่ห่างไกลออกไปจากเมืองร้างนี้

"นี่มัน...หมายถึงอะไร?" เขาถามอย่างกระวนกระวาย

ชายคนนั้นมองแผนที่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย "ไม่แน่ใจ...แต่ดูเหมือนมันจะชี้ไปยัง...บางสิ่งที่สำคัญ"

ณัฐพลกุมแผนที่ไว้ในมือแน่น เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่กำลังนำพาเขาไปสู่สิ่งที่ไม่รู้

"ผม...ผมจะต้องไปที่นั่น" เขาประกาศก้อง

ความหวังใหม่ได้จุดประกายขึ้นในใจของเขา แต่เขาก็รู้ดีว่า การเดินทางครั้งนี้อาจจะอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

เขาจะพบอะไรที่นั่น? อะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในป่าลึกนั้น? และแผนที่นี้จะนำพาเขาไปสู่สิ่งใด?

คำถามเหล่านี้ยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศ พร้อมกับความหวังและความสิ้นหวังที่ปะปนกันไป เป็นเศษเสี้ยวแห่งตะวันที่ยังคงรอคอยการค้นพบ.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

เศษเสี้ยวแห่งตะวัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!