หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย มันไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย กลับกัน ราวกับว่าธรรมชาติกำลังแสดงพลังอันยิ่งใหญ่เพื่อต่อต้านการครอบงำของ "กริด" เซบาสเตียน หรือ เซบ พลันรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก เขาไม่แน่ใจว่ามันมาจากความเปียกชื้นของเสื้อผ้า หรือมาจากความรู้สึกอ้างว้างที่กัดกินหัวใจของเขา
เสียงก้องในหัวที่เขาพยายามต่อสู้มาตลอด กลับดังขึ้นอีกครั้ง รุนแรงกว่าเดิม แต่คราวนี้มันมาพร้อมกับภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ภาพของใบหน้าดวงหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มที่จางหายไปก่อนที่แสงสุดท้ายจะดับลง
"หยุด!" เสียงของเขาหลุดลอดออกมาอย่างแหบพร่าท่ามกลางเสียงกระซิบของสายลมและหยาดฝน เขาหลับตาลงแน่น พยายามสะกดกลั้นภาพเหล่านั้นไว้ แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังบีบคั้นเขาให้เผชิญหน้ากับความจริงที่เขาพยายามหนี
"เขาอยู่ที่ไหน?" เสียงแหบพร่าถามซ้ำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่คำถามที่ถามกับใคร แต่เป็นคำถามที่ถามกับตัวเอง เสียงในหัวของเขาตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา แต่ชัดเจนจนน่ากลัว
"อยู่ในใจกลาง... ในที่ที่ทุกสิ่งเริ่มต้น"
เซบอ้าปากค้าง หัวใจของเขากระหน่ำเต้นรุนแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขาเข้าใจแล้ว ที่ที่ทุกสิ่งเริ่มต้น... ที่ที่ "กริด" ถือกำเนิดขึ้น นั่นคือศูนย์บัญชาการหลัก ที่ซึ่งเป็นเสมือนสมองของเครือข่ายเทคโนโลยีอันมหาศาลนี้
"ไม่... มันเป็นไปไม่ได้" เขาพึมพำกับตัวเอง ราวกับกำลังปฏิเสธสิ่งที่ได้ยิน แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับรู้สึกว่ามันเป็นความจริงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
เขาเงยหน้ามองโครงข่ายสีฟ้าอมเขียวที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมเมือง มันไม่ใช่แค่โครงสร้างทางกายภาพอีกต่อไป แต่มันคือเส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงทุกชีวิต ทุกความคิด ทุกการกระทำ ผู้คนในเมืองนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ล้วนถูกควบคุมด้วย "กริด" ถูกหล่อหลอมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
"แล้วเขา... ถูกกักขังอยู่ที่นั่นงั้นหรือ?" ความหวังริบหรี่จุดประกายขึ้นในใจ แม้จะรู้ดีว่าเส้นทางสู่ศูนย์บัญชาการหลักนั้นอันตรายเพียงใด
เขาเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง ฝีเท้าของเขาเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น เสียงรองเท้าบดกับน้ำดังเป็นจังหวะที่เร่งรีบ เขาต้องไปให้ถึงที่นั่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ระหว่างทาง เขาผ่านย่านที่พักอาศัยที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระเบียบ แต่กลับปราศจากชีวิตชีวา หน้าต่างทุกบานปิดสนิท ราวกับว่าทุกคนในบ้านกำลังซ่อนตัวจากโลกภายนอก หรือไม่ก็กำลังถูก "กริด" ควบคุมอยู่ภายใน เซบมองเห็นเพียงเงารางๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่หลังม่านโปร่งแสง พวกเขาเหล่านั้นกำลังทำอะไรกันแน่? ใช้ชีวิตตามปกติ หรือกำลังถูกสั่งการ?
เขาไม่รู้ แต่เขารู้เพียงว่า เขาต้องไปให้ถึงศูนย์บัญชาการหลักให้ได้
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นกึกก้องทั่วทั้งเมือง แสงสีแดงกะพริบวูบวาบสะท้อนบนหยดน้ำที่ไหลลงมาตามอาคารสูงระฟ้า เซบชะงักกึก เขาหันซ้ายหันขวา พยายามมองหาต้นตอของเสียง
"ระบบตรวจจับความผิดปกติ... ตรวจพบผู้บุกรุก..." เสียงสังเคราะห์ที่เย็นชาดังขึ้นจากลำโพงที่ติดตั้งอยู่ตามมุมถนน "กำลังดำเนินการกักกัน..."
"บ้าจริง!" เซบสบถ เขาไม่คิดว่าการเดินทางของเขาจะถูกตรวจจับได้เร็วขนาดนี้
ร่างของหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยหลายสิบตัว พุ่งทะยานออกมาจากช่องทางลับที่ซ่อนอยู่ตามผนังอาคาร แสงสีฟ้าจากดวงตาของพวกมันสแกนไปทั่วบริเวณ เซบรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับจำนวนมหาศาลนี้ได้
"ต้องหาที่หลบ!" เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาหันหลังวิ่งกลับไปยังตรอกแคบๆ ที่เขาเพิ่งผ่านไปเมื่อครู่
เสียงยิงปืนเลเซอร์ดังตามหลังมาติดๆ แสงสีฟ้าสว่างวาบตัดผ่านอากาศ แต่เซบก็สามารถหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด เขาพุ่งตัวเข้าไปในตรอกที่มืดมิด หวังว่าความมืดจะเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดของเขา
"ช้าก่อน มนุษย์" เสียงเย็นชาดังขึ้นจากด้านหน้าของตรอก ร่างของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นปรากฏขึ้น มันมีอาวุธที่ใหญ่กว่า และดูอันตรายกว่ามาก "คุณไม่สามารถหนีไปไหนได้"
เซบเบิกตากว้าง เขาติดกับแล้ว!
"หยุดพูด แล้วปล่อยฉันไป" เซบตะโกนกลับไป พยายามหาทางต่อรอง แต่เขาก็รู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์
"หน้าที่ของข้าคือการกำจัดภัยคุกคามต่อระบบ" หุ่นยนต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คุณคือความผิดปกติ... และความผิดปกติจะต้องถูกกำจัด"
ก่อนที่เซบจะได้ตอบโต้อะไร ร่างของหุ่นยนต์ก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว เซบหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงลมที่ปะทะใบหน้า
"คิดจะมาเล่นบทฮีโร่ในโลกของกริดอย่างนั้นหรือ?" เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของตรอก เซบหันไปมอง เขาเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่ดูทันสมัย เธอสวมชุดสีดำทะมัดทะแมงราวกับนักฆ่า
"ใครคือเธอ?" เซบถามด้วยความประหลาดใจ
"คนที่มองเห็นความจริง... และไม่ต้องการให้สิ่งนี้ดำเนินต่อไป" หญิงสาวตอบกลับ "เธอคือคนที่ฉันรอคอย"
"รอคอย? รอคอยอะไร?"
"รอคอยคนที่กล้าพอจะยืนหยัดต่อกรกับกริด... รอคอยคนที่พร้อมจะปลดปล่อยผู้คนจากพันธนาการนี้" หญิงสาวกล่าวพลางยิ้มภายใต้หน้ากาก "ตอนนี้... ได้เวลาที่เราจะแสดงให้พวกเขาเห็น ว่าแม้แต่ในความมืดมิดที่สุด... ก็ยังมีแสงสว่างที่พร้อมจะส่องประกาย"
ว่าแล้ว เธอก็หันไปมองหุ่นยนต์ยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้าใส่เซบอย่างรวดเร็ว
"ถึงเวลาที่ของเล่นของกริดจะต้องหยุดทำงานแล้ว!" เธอกล่าวพลางยกปืนเลเซอร์ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อขึ้น
แสงเลเซอร์สีม่วงพุ่งออกจากปลายกระบอกปืน สกัดกั้นการโจมตีของหุ่นยนต์ยักษ์ไว้ได้อย่างแม่นยำ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตรอก
เซบมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าต่อต้าน "กริด" อย่างเปิดเผยเช่นนี้
"เธอ... ทำได้อย่างไร?" เซบถาม
"ฉันมีเครื่องมือ... และความรู้ที่กริดไม่คาดคิด" หญิงสาวตอบกลับ "แต่เราไม่มีเวลาคุยกันมากนัก... ถ้าเราไม่รีบ... พวกมันจะมามากกว่านี้"
เธอหันมามองเซบ ดวงตาของเธอเปล่งประกายภายใต้หน้ากาก "นาย... มากับฉัน... เรามีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ"
เซบมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เขาเห็นประกายแห่งความมุ่งมั่นและความหวัง มันคือสิ่งที่เขาขาดหายไปตลอดการเดินทางที่ผ่านมา
"ไปกันเถอะ" เซบพยักหน้า เขากระชับอาวุธในมือ และหันหน้าไปยังทางที่หญิงสาวชี้ไป
"จำไว้... แสงสุดท้าย... มักจะปรากฏขึ้นก่อนความมืดมิดที่แท้จริง" หญิงสาวกล่าว ก่อนที่จะพุ่งตัวนำหน้าเซบเข้าไปในตรอกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม
เสียงเตือนภัยยังคงดังอยู่ไม่ขาดสาย แต่สำหรับเซบแล้ว มันไม่ใช่แค่เสียงเตือนภัยอีกต่อไป มันคือเสียงเรียกของโชคชะตา เสียงเรียกของภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ... ภารกิจที่จะนำพาแสงสว่างกลับมาสู่เมืองที่ถูกกลืนกินด้วยเทคโนโลยีของ "กริด"
เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง แต่เขารู้ว่า เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป
ภาพของศูนย์บัญชาการหลักที่เต็มไปด้วยอันตรายแวบเข้ามาในหัว แต่คราวนี้มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเหมือนเช่นเคย กลับกัน มันกลับกระตุ้นความมุ่งมั่นในตัวเขาให้เดือดพล่านยิ่งขึ้น
"เราจะไปที่นั่น" เขาพึมพำกับตัวเอง "เราจะไปทลายกริดมรณะนี้ให้ได้"
แสงสุดท้ายก่อนความมืด... นั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังจะเผชิญหน้า และบางที... อาจจะเป็นสิ่งที่พวกเขาจะสร้างขึ้นมาด้วยมือของพวกเขาเอง.

ทลายกริดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก