หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เสียงน้ำฝนที่กระทบกับพื้นผิวโลหะของอาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาคอนกรีตที่ถูกกริดครอบงำ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเซบาสเตียน
เซบาสเตียนซุกตัวอยู่หลังแผงควบคุมที่พังทลาย ฝุ่นคละคลุ้งในอากาศและกลิ่นอายโลหะไหม้ยังคงติดจมูก เขาหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผากราวกับจะสู้กับความเย็นยะเยือกของน้ำฝนที่แทรกซึมเข้ามา การต่อสู้เมื่อครู่ทำให้เขาเหนื่อยล้า แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดพักได้
"ต้องไปต่อ" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าที่เปียกชื้น ม่านน้ำฝนที่มองผ่านกระจกบานใหญ่หนาเตอะ ราวกับเป็นกำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างเขากับโลกภายนอก แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยกริดนี้ "โลกภายนอก" นั้นแทบจะไม่มีความหมายอีกต่อไป
เสียงสัญญาณเตือนดังแผ่วเบามาจากอุปกรณ์สื่อสารที่ติดอยู่กับข้อมือ แสงสีแดงกะพริบเป็นจังหวะ บ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แผนที่ดิจิทัลปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดเล็ก แสดงตำแหน่งของหน่วยลาดตระเวนของกริดที่กำลังมุ่งหน้ามายังทิศทางของเขา
"ใกล้เข้ามาแล้วสินะ" เซบาสเตียนกัดฟัน เขาเหลือบมองไปรอบๆ ห้องบัญชาการที่พังยับเยิน เศษซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจาย ก่อตัวเป็นภูเขาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยาง บางส่วนยังคงมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ
เขาหยิบมีดพกประจำตัวขึ้นมา ตรวจสอบความคมของใบมีดก่อนจะเก็บเข้าฝัก ภาพใบหน้าของลีอาแวบเข้ามาในความคิด สัญญาที่เขาให้ไว้ว่าจะพาเธอหนีออกจากที่นี่ให้ได้ มันเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้
"อีกนิดเดียว" เขาปลอบใจตัวเอง
เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงดังใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านนอก ราวกับว่าเหล็กกล้าหลายพันตันกำลังเคลื่อนที่มายังทิศทางของเขา เซบาสเตียนขยับเข้าไปชิดกับมุมห้องที่มืดมิดที่สุด ดวงตาของเขากวาดสำรวจทุกซอกทุกมุม มองหาช่องทางในการหลบหนี
"เปิดประตู!" เสียงห้าวห้าวของเจ้าหน้าที่กริดดังมาจากด้านนอก
เซบาสเตียนไม่ตอบ เขาเงี่ยหูฟัง เสียงสัญญาณเตือนดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตำแหน่งของหน่วยลาดตระเวนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น
"อย่าให้มันหลุดไป!" เสียงอีกเสียงตะโกนดังขึ้น
เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่อยู่รอให้พวกมันเข้ามา เขาตัดสินใจที่จะบุกทะลวงออกไปเอง
เซบาสเตียนลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งตัวไปยังประตูทางออกฉุกเฉินที่อยู่ถัดจากแผงควบคุมที่พังทลาย ประตูบานนั้นถูกล็อกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แต่เซบาสเตียนรู้ดีว่ามันมีจุดอ่อน
เขาใช้เครื่องมือขนาดเล็กที่พกติดตัวมา พยายามปลดล็อกกลไกของประตู เขาทำไปด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ เสียงกลไกภายในเริ่มขยับ เสียงสัญญาณเตือนดังประสานเสียงกับเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา
"มันกำลังพยายามเปิดประตู!"
"เร่งความเร็ว! ยิงสกัด!"
กระสุนพลังงานสีฟ้าพุ่งแหวกอากาศเฉียดร่างของเซบาสเตียนไปเพียงเสี้ยววินาที กระจกบานใหญ่ที่เขาเคยใช้มองดูเมืองนอกระเบิดแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วสาดกระเซ็นไปทั่ว
เซบาสเตียนไม่สนใจ เขาเร่งความเร็วในการทำงานกับประตูมากขึ้น เหงื่อไหลลงมาปะปนกับน้ำฝนที่เริ่มซึมเข้ามาจากรอยแตกของอาคาร
"สำเร็จ!"
เสียงกลไกปลดล็อกดังขึ้น ประตูบานใหญ่ค่อยๆ แง้มออก เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและเย็นเยียบ
เซบาสเตียนพุ่งตัวผ่านประตูออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงกระสุนดังไล่หลังมาติดๆ เขาหันกลับไปมองเพียงครู่เดียว เห็นร่างของเจ้าหน้าที่กริดจำนวนหนึ่งกำลังพยายามฝ่าประตูที่กำลังจะปิดลง
เขาไม่มีเวลาแล้ว เขาต้องหาทางไปต่อ
ทางเดินทอดยาวออกไปในความมืด มีเพียงแสงสีฟ้าอ่อนๆ จากระบบไฟฉุกเฉินที่ส่องสว่างเป็นระยะๆ อากาศภายในเย็นจัดราวกับอยู่ในช่องแช่แข็ง กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นโลหะจางๆ ลอยมาแตะจมูก
เซบาสเตียนก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของเขาเงียบเชียบ เขาซึมซับบรรยากาศรอบตัว พยายามจับสัญญาณอันตรายที่อาจจะซุ่มซ่อนอยู่
เขามาถึงทางแยก เขาต้องเลือกว่าจะไปทางไหน แผนที่ดิจิทัลบนข้อมือยังคงทำงานอยู่ แสดงตำแหน่งของเขาที่ยังอยู่ในเขตศูนย์บัญชาการ แต่ก็มีเส้นทางลัดที่อาจจะพาเขาไปยังส่วนอื่นของอาคารได้
"ถ้าไปทางนี้..." เขาพึมพำ ชี้ไปยังเส้นทางด้านซ้าย "น่าจะเจอกับระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า"
"แต่ถ้าไปทางนี้..." เขาชี้ไปยังเส้นทางด้านขวา "อาจจะนำไปสู่ทางตัน"
เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางด้านซ้าย แม้จะรู้ว่าอันตรายกว่า แต่ก็มีโอกาสที่จะพบกับสิ่งที่เขาต้องการมากกว่า
ขณะที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้า เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากทางเดินด้านซ้าย เสียงนั้นดังเร็วและหนักแน่นกว่าเดิม บ่งบอกถึงการมาถึงของหน่วยลาดตระเวนกลุ่มใหญ่
"แย่แล้ว" เซบาสเตียนถอนหายใจ เขาหันกลับไปมองทางเดินด้านหลังที่เพิ่งจะผ่านออกมา
เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน
เซบาสเตียนวิ่งกลับไปที่ทางแยก เขาตัดสินใจจะใช้ทางเดินด้านขวาแทน ทางเดินด้านขวาแคบกว่า และดูเหมือนจะนำไปสู่พื้นที่ที่ทิ้งร้าง
เขาหันไปมองด้านหลังอีกครั้ง เงาตะคุ่มๆ ของเจ้าหน้าที่กริดเริ่มปรากฏขึ้นที่ปลายทางเดินด้านซ้าย
"ต้องเร็ว!"
เขาเร่งความเร็วในการวิ่ง พุ่งเข้าไปในทางเดินด้านขวา ทิ้งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของพวกมันไว้เบื้องหลัง
ทางเดินแคบลงเรื่อยๆ และดูเหมือนจะเริ่มลาดลงเล็กน้อย แสงสว่างน้อยลงจนเกือบจะมืดสนิท มีเพียงแสงจากอุปกรณ์ของเขาเท่านั้นที่ส่องสว่าง
เขามาถึงที่กำแพงทึบ ประตูบานเล็กๆ ที่ทำจากโลหะหนาถูกปิดสนิท เซบาสเตียนลองผลักดู มันไม่ขยับ
"ทางตัน?" เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
ทันใดนั้นเอง เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ประตูบานเล็กๆ นั้นกำลังจะถูกเปิดออก
เซบาสเตียนหันกลับไปมอง ใบหน้าของเขาซีดเผือด
"อย่าเข้ามานะ!" เขาตะโกน
เจ้าหน้าที่กริดหลายนายปรากฏตัวขึ้นที่ปลายทางเดิน ร่างกายของพวกมันสวมชุดเกราะสีดำเงา ใบหน้าปกปิดมิดชิดด้วยหมวกกันน็อกที่สะท้อนแสงไฟสลัวๆ
"ยอมจำนนซะ เซบาสเตียน" เสียงหนึ่งดังขึ้นผ่านลำโพงในหมวกกันน็อก "นายไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว"
เซบาสเตียนกวาดตามองไปรอบๆ ตัวเขา เขาติดกับแล้วจริงๆ
ทันใดนั้นเอง เขาก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่าง
"อุปกรณ์พิเศษ"
เขาหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา มันเป็นอุปกรณ์ที่เขาได้มาจากห้องทดลองลับที่เขาแอบเข้าไปเมื่อไม่นานมานี้
"คิดว่าแค่นี้จะจับฉันได้เหรอ?" เซบาสเตียนแสยะยิ้ม
เขาเปิดใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนั้น เสียงหวีดหวิวเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับแสงสีเขียวที่ส่องประกายออกมา
เจ้าหน้าที่กริดชะงักไปเล็กน้อย พวกมันไม่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ชิ้นนี้
"นั่นมันอะไร?"
"เอาไปให้พ้น!"
เซบาสเตียนกดปุ่มบนอุปกรณ์อีกครั้ง แสงสีเขียวสว่างจ้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหวีดหวิวที่ดังขึ้นจนแสบแก้วหู
ทันใดนั้นเอง กำแพงโลหะที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน
"อะไรกัน!"
"ถอย!"
กำแพงโลหะเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีเขียวพุ่งทะลวงผ่านรอยร้าวนั้นออกมา
เจ้าหน้าที่กริดพยายามจะยิงสกัด แต่ก็ไม่ทันการณ์
"ตูม!"
กำแพงโลหะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่นำไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
เซบาสเตียนไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปในช่องว่างนั้นทันที
"ไม่!"
เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่กริดดังไล่หลังมา
เซบาสเตียนร่วงลงไปในความมืด เขาไม่รู้ว่าข้างล่างนั้นมีอะไรอยู่ แต่เขาก็รู้เพียงอย่างเดียวว่า นี่คือโอกาสเดียวของเขา
เขาหลับตาลง พยายามตั้งสติให้มั่น เตรียมพร้อมรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น
เขากำลังจะก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ไม่รู้จัก ดินแดนที่อาจจะเป็นทั้งทางรอด หรือทางตายของเขา
เสียงลมหวีดหวิวปะทะใบหน้า ราวกับจะพัดพาเขาไปสู่โชคชะตาที่ไม่เคยคาดฝัน
เขาจะรอดหรือไม่? และอะไรคือสิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องล่าง?

ทลายกริดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก