หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เสียงน้ำฝนที่กระทบกับพื้นผิวโลหะของอาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาคอนกรีตที่ถูกกริดครอบงำ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเซบาสเตียน แต่ในค่ำคืนนี้ สายฝนดูเหมือนจะขับกล่อมความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ภายในตัวเขาให้เบาบางลงไปบ้าง
เซบาสเตียนนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างของห้องพักชั่วคราวที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในชั้นใต้ดินของอาคารที่ดูเหมือนจะเก่าแก่ที่สุดในย่านนี้ แสงไฟนีออนสีฟ้าสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นริ้ว สะท้อนประกายบนหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนกระจก เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานคอนกรีตที่เปียกชื้น จินตนาการถึงโครงสร้างอันซับซ้อนของ "กริด" ที่แผ่ขยายครอบคลุมทุกอณูของเมืองนี้ ราวกับเป็นเส้นใยแมงมุมยักษ์ที่ถักทอเอาชีวิตของผู้คนไว้ภายใต้อำนาจอันไร้ปรานี
"อีกไม่นาน… เราจะสลายมันให้สิ้นซาก" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังออกมาจากลำคอของเขา ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีวันมอดไหม้
ก่อนหน้านี้ ในตอนที่ 11, 12, และ 13 เซบาสเตียนได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรวบรวมข้อมูลและวางแผนการแทรกซึมเข้าสู่ศูนย์บัญชาการหลักของกริด เขาได้พบกับพันธมิตรลับบางคน ที่แม้จะซ่อนตัวอยู่ในเงามืด แต่ก็พร้อมจะร่วมต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตนเอง แต่ความไว้วางใจนั้นเป็นสิ่งมีค่าและหายากยิ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยสายตาที่จับจ้องและหูที่คอยแอบฟัง
เขาหยิบแผ่นข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสอย่างแน่นหนาขึ้นมา มันคือแผนผังของศูนย์บัญชาการหลัก ที่ได้มาด้วยความยากลำบากยิ่งกว่าการลอบสังหารหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเสียอีก แผนผังนี้แสดงให้เห็นถึงทางเข้าออกที่ถูกซ่อนเร้น ระบบรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อน และที่สำคัญที่สุด คือตำแหน่งของ "แกนหลัก" ที่เป็นเสมือนหัวใจของกริด
"ทุกอย่างถูกคำนวณไว้อย่างดี… แต่แผนการที่ดีที่สุดก็อาจพังทลายได้ด้วยปัจจัยที่คาดไม่ถึง" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางนิ้วเรียวยาวลากไล้ไปตามลวดลายของแผนผัง
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังมาจากภายนอกก็สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาคาร แม้จะอยู่ลึกเข้าไปในชั้นใต้ดิน เซบาสเตียนก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าปกติ
"อะไรกัน…?" เขาผงกหัวขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากทางเดินด้านนอก
เขาไม่รอช้า ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว คว้าปืนพกคู่ใจที่ซ่อนไว้ใต้ที่นอนออกมา มือของเขาจับด้ามปืนอย่างมั่นคง ดวงตาสำรวจไปรอบๆ ห้อง พลางประมวลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
"พวกเขาเจอเราแล้ว… หรือว่ามีอะไรผิดพลาด?"
เสียงตะโกนดังขึ้นจากภายนอก "เปิดประตู! เรามีหมายค้น!"
เซบาสเตียนยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "หมายค้น? พวกแกไม่มีสิทธิ์มาค้นที่นี่หรอก"
เขาขยับเข้าไปใกล้ประตูที่ทำจากเหล็กหนา เขาได้วางแผนที่จะใช้มันเป็นกับดัก หรืออย่างน้อยก็ซื้อเวลาให้ตัวเอง
"พวกแกไม่รู้หรอกว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับอะไร" เขาพูดเสียงดังพอที่จะให้คนภายนอกได้ยิน
เมื่อเสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการงัดแงะประตู เซบาสเตียนก็เตรียมพร้อม
"ถึงเวลาแสดงของจริงแล้วสินะ"
เมื่อประตูเหล็กถูกกระชากเปิดออก แสงไฟสีขาวจ้าก็สาดส่องเข้ามา พร้อมกับร่างของหน่วยรักษาความปลอดภัยของกริดในชุดเกราะสีดำสนิทที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า พวกเขากระจายกำลังเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ปืนเลเซอร์ถูกยกขึ้นเล็งมาที่เขา
"หยุดการต่อต้านซะ! วางอาวุธลง!" หัวหน้าหน่วยตะโกนสั่ง
แต่เซบาสเตียนไม่เคยยอมจำนนง่ายๆ เขากระโดดหลบหลังโต๊ะทำงานที่เปียกน้ำ ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนของเขา
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในพื้นที่แคบๆ กระสุนเลเซอร์สีแดงพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่หน่วยรักษาความปลอดภัย สร้างความโกลาหลขึ้นในทันที
"บ้าเอ๊ย! มันยิง!"
การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เซบาสเตียนเคลื่อนที่อย่างว่องไวราวกับเงา เขาใช้ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องเป็นที่กำบัง ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงกองเอกสารที่กระจัดกระจาย
เขาหลบกระสุนเลเซอร์ที่พุ่งเข้ามาเฉียดใบหน้าไปมา เสียงระเบิดเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อกระสุนกระทบผนังคอนกรีต เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นเมื่อเกราะของหน่วยรักษาความปลอดภัยปะทะกับกระสุนของเขา
"พวกแกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!" เซบาสเตียนตะโกนเสียงกร้าว เขากระโดดข้ามโต๊ะ พลิกตัวหลบการยิง ก่อนจะฉวยปืนเลเซอร์ที่ตกอยู่บนพื้นของศัตรูที่ล้มลงไปได้
เขาพบว่าปืนเลเซอร์ของกริดมีอำนาจทำลายล้างสูงกว่าปืนที่เขาเคยใช้มากนัก แม้จะรู้สึกแปลกใหม่ แต่เขาก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
"นี่สิ ถึงจะเรียกว่าการต่อสู้!"
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เซบาสเตียนใช้ความคล่องแคล่วและประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการต่อสู้ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเผชิญหน้าที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ อาจไม่ใช่การค้นหาตัวเขาโดยตรง แต่ก็เป็นสัญญาณที่อันตราย
ขณะที่เขากำลังต่อสู้กับหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เหลืออยู่ ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในอากาศ
"อะไรนั่น…?"
พลังงานนั้นสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว และก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว สายฟ้าสีม่วงเข้มก็ฟาดลงมาจากเพดาน!
สายฟ้าไม่ได้ฟาดลงมาจากท้องฟ้า แต่มาจากแหล่งพลังงานที่ไม่ปรากฏ เมื่อมันฟาดลงมา มันไม่ได้ทำลายเพียงแค่เพดาน แต่ยังปลดปล่อยคลื่นพลังงานที่รุนแรงออกมา
เซบาสเตียนรีบหมอบลงทันที หลบสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไว้ได้ แต่มันก็ทำให้พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษปูนร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย
"นี่มัน… ไม่ใช่การยิงธรรมดา"
หน่วยรักษาความปลอดภัยที่เหลืออยู่ก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน พวกเขากระจายตัวออกจากจุดที่สายฟ้าฟาดลงมา
"ผู้บัญชาการ! มีการใช้พลังงานที่ไม่ทราบที่มา!" หนึ่งในหน่วยรักษาความปลอดภัยร้องบอกผ่านวิทยุสื่อสาร
เซบาสเตียนมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาเห็นว่าสายฟ้าไม่ได้ฟาดลงมาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่มันเหมือนถูกควบคุมมาจากจุดใดจุดหนึ่ง
"พวกเขา… พยายามจะจับเป็นสินะ?"
เขาขยับตัวไปทางผนังด้านที่แข็งแรงที่สุด หวังว่าจะใช้เป็นที่กำบัง แต่สายฟ้าอีกเส้นก็ฟาดลงมาใกล้ๆ ทำให้เขาต้องกระโดดหลบอีกครั้ง
"ไม่! ข้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น!"
เขามีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่สายฟ้าลูกต่อไปจะมา เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาเหลือบไปเห็นสายไฟที่หลุดลอยออกมาจากเพดานหลังจากการโจมตี
"ถึงเวลาใช้เพลงแห่งสายฟ้าของเราแล้วสินะ"
เขาเก็บปืนเลเซอร์ที่ถืออยู่ และคว้าสายไฟนั้นมาไว้ในมือ เขาต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์
"เอาล่ะ… มาดูกันว่าใครจะสร้างสายฟ้าได้เจ๋งกว่ากัน!"
เขาตั้งท่า เตรียมพร้อมที่จะใช้พลังงานจากสายไฟนั้นเป็นตัวนำ เขาจะต้องสร้างวงจรไฟฟ้าที่สามารถย้อนกลับการโจมตีของกริดได้
ในขณะที่หน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังระดมยิงเข้ามา เซบาสเตียนก็ใช้ความเร็วของเขา โน้มตัวไปหยิบสายไฟอีกเส้นที่หลุดออกมาจากผนัง
"มันจะสนุกกว่านี้ถ้ามีคนมาช่วย" เขาพูดกับตัวเอง
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น
เขาเห็นว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังรวมกลุ่มกันเพื่อยิงเข้ามาพร้อมกัน เขาต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่พวกเขาจะทำลายที่กำบังของเขาได้หมด
"นี่คือของขวัญจากข้า… ถึงพวกแกทุกคน!"
เขาใช้สายไฟที่ถืออยู่ สัมผัสกับสายไฟอีกเส้นที่หลุดลอยออกมาจากเพดาน การเชื่อมต่อกันของสายไฟทำให้เกิดประกายไฟเล็กๆ ขึ้น
ทันใดนั้นเอง คลื่นพลังงานที่รุนแรงก็แผ่ออกมา!
ไม่ใช่สายฟ้าที่ฟาดลงมาจากเพดานอีกต่อไป แต่เป็นเหมือนการสะท้อนกลับของพลังงาน!
สายฟ้าสีฟ้าสว่างวาบ พุ่งออกมาจากปลายสายไฟที่เซบาสเตียนถืออยู่ มันไม่ได้พุ่งไปที่หน่วยรักษาความปลอดภัยโดยตรง แต่กลับพุ่งไปยังอุปกรณ์บางอย่างที่อยู่บนผนังของห้อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบของกริดที่ฝังตัวอยู่
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
ระบบที่เชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานของกริดเกิดการลัดวงจรอย่างรุนแรง! แสงไฟในห้องดับวูบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาติดสว่างอีกครั้งด้วยแสงสีแดงกะพริบเตือนภัย
หน่วยรักษาความปลอดภัยที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงสั่นสะเทือนกระเด็นล้มลงไป พวกเขาส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
"เกิดอะไรขึ้น!? ระบบขัดข้อง!"
เซบาสเตียนรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลผ่านตัวเขา เขามองไปที่มือของตัวเองที่ถือสายไฟอยู่
"เกือบไปแล้ว… แต่ก็ยังดี"
เขาสังเกตเห็นว่าการกระทำของเขาได้สร้างความเสียหายให้กับระบบของกริดในบริเวณนั้นพอสมควร ทำให้เกิดความวุ่นวายและโอกาสให้เขาหลบหนี
"เวลาที่ต้องแสดงฝีมือจริงๆ ได้มาถึงแล้ว"
เขาไม่รอช้า รีบใช้จังหวะที่หน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังชุลมุน วิ่งออกจากห้องไป เขาต้องรีบไปให้ถึงศูนย์บัญชาการก่อนที่กริดจะสามารถระบุตำแหน่งของเขาได้อย่างแม่นยำ
เมื่อเขาวิ่งออกมาจากห้องพักที่เต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงเตือนภัยยังคงดังระงมไปทั่วอาคาร แต่คราวนี้มันดังกว่าเดิมมาก ราวกับว่าการกระทำของเขาได้ปลุกยักษ์หลับให้ตื่นขึ้น
เขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า และเขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาในครั้งนี้ จะจุดชนวนอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมให้กับกริด
เขามาถึงทางเดินที่มืดมิดกว่าเดิม แสงไฟที่เคยส่องสว่างถูกตัดขาดไปบางส่วน แต่เขาก็ยังคงมองเห็นทางข้างหน้า
"ถึงเวลาแล้ว… ที่จะทำให้กริดสั่นสะเทือน"
เขาเร่งฝีเท้า วิ่งเข้าไปในความมืดมิดของศูนย์บัญชาการกริด โดยไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า และเขาจะสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ได้หรือไม่
เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเงียบสงัดของโถงทางเดินที่มืดมิดนั้น เขากลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ดังแว่วมา… เสียงที่เหมือนกับเสียงดนตรี… แต่เป็นดนตรีที่อันตรายและเร้าใจ… เสียงของสายฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมาอีกครั้ง…
(จบตอนที่ 14)

ทลายกริดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก