หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เสียงน้ำฝนที่กระทบกับพื้นผิวโลหะของอาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาคอนกรีตที่ถูกกริดครอบงำ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเซบาสเตียน ความเย็นชื้นที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายยิ่งเพิ่มความอึมครึมในบรรยากาศ ราวกับว่าธรรมชาติกำลังโศกเศร้าไปพร้อมกับความหวังที่ริบหรี่ลงทุกขณะ
เซบาสเตียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ศูนย์บัญชาการของกริดที่เขาแฝงตัวเข้ามา ลานกว้างเบื้องหน้าถูกปกคลุมไปด้วยแผ่นโลหะสีดำสนิทสะท้อนประกายไฟจากหลอดไฟนีออนที่ส่องสว่างเป็นจังหวะ คล้ายกับดวงตาของอสูรกายที่กำลังจับจ้องทุกความเคลื่อนไหว หุ่นยนต์ลาดตระเวนสีดำเงาเคลื่อนที่ไปมาอย่างเงียบเชียบ มีกล้องเรดาร์หมุนควงอยู่บนหัว คอยสแกนทุกซอกทุกมุมราวกับว่ามันไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย
“พวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นอีกแล้ว” เสียงกระซิบดังมาจากเงามืดข้างกาย อเล็กซ์ ชายหนุ่มร่างผอมบางแต่มีแววตาที่ฉายประกายฉลาดเฉลียว เขาคือมันสมองของทีมในด้านเทคโนโลยี แม้ว่ารูปร่างภายนอกจะดูไม่แข็งแรงนัก แต่ความสามารถในการเจาะระบบและถอดรหัสของเขาเทียบเคียงได้กับนักรบที่เก่งกาจที่สุด
เซบาสเตียนพยักหน้า เขากระชับปืนพลาสม่าในมือที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าใบกันน้ำเพื่อป้องกันความเปียกชื้น “สังเกตเห็นได้ตั้งแต่เดินเข้ามา แต่พวกมันดูไม่เหมือนเดิม”
“จริงด้วย” อเล็กซ์ขยับแว่นตาที่เปียกน้ำเล็กน้อย “สายตาผมจับภาพการเคลื่อนไหวของมันได้ถี่ขึ้น การตอบสนองเร็วขึ้น และ… มีการติดตั้งระบบอาวุธใหม่บางอย่าง ผมกำลังพยายามวิเคราะห์อยู่ แต่สัญญาณรบกวนจากฝนมันเยอะเกินไป”
“แล้วแนวป้องกันหลักล่ะ? เราจะเข้าไปถึงใจกลางได้ยังไง?” เซบาสเตียนถามอย่างใจเย็น แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“นั่นแหละคือปัญหา” อเล็กซ์ถอนหายใจ “ผมได้ยินเสียงรายงานการประชุมผ่านระบบสื่อสารที่ผมแฮ็กเข้ามาได้ พวกมันกำลังจะ ‘อัปเดต’ ระบบรักษาความปลอดภัยในอีกไม่ถึงชั่วโมง ระบบใหม่จะปิดช่องโหว่ทั้งหมดที่เราเคยใช้เข้ามา และเสริมความแข็งแกร่งของกริดให้ยากต่อการแทรกซึมกว่าเดิมหลายเท่า”
“หมายความว่าเราต้องรีบ” เซบาสเตียนสรุป เขาไม่ชอบคำว่า ‘เวลามีจำกัด’ มันทำให้รู้สึกกดดัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์บีบบังคับ
“ใช่ และไม่ใช่แค่นั้น” อเล็กซ์มองเซบาสเตียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผมจับสัญญาณการสื่อสารที่เข้ารหัสเป็นพิเศษได้ มันมาจาก ‘แกนกลาง’ โดยตรง แต่เป็นข้อความที่ดูเหมือน… การเตรียมการบางอย่างที่เกี่ยวกับการ ‘ควบคุม’ มวลชน”
“ควบคุมมวลชน?” เซบาสเตียนขมวดคิ้ว “หมายถึงอะไร? พวกกริดจะใช้ประชาชนเป็นอาวุธ?”
“ผมไม่แน่ใจ” อเล็กซ์ส่ายหน้า “แต่จากข้อมูลที่ผมดึงมาได้ มันเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณบางอย่างออกไปทั่วเมือง อาจจะกระตุ้นให้เกิดความหวาดกลัว หรืออาจจะ… สั่งการอะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิด”
“เราต้องไปให้ถึงที่นั่นก่อน” เซบาสเตียนตัดสินใจเด็ดขาด “ก่อนที่พวกมันจะส่งสัญญาณนั้นออกไป”
“แต่เรายังไม่รู้ว่า ‘แกนกลาง’ อยู่ส่วนไหนของอาคารนี้” อเล็กซ์บอก “มันกว้างใหญ่มาก และทุกเส้นทางถูกปิดกั้นด้วยระบบรักษาความปลอดภัยชั้นสูง”
“เรามีเวลาแค่ไหน?”
“ถ้าอัปเดตเริ่มขึ้น เรามีเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง”
เซบาสเตียนเงยหน้ามองอาคารสูงเสียดฟ้าที่แผ่กว้างออกไปเบื้องหน้า มันคือศูนย์บัญชาการอันยิ่งใหญ่ของกริดที่ถูกสร้างขึ้นราวกับปราการไร้เทียมทาน อาคารแต่ละหลังเชื่อมต่อกันด้วยสะพานเหล็กที่ทอดตัวสูงเสียดเมฆ สะท้อนแสงไฟสีส้มแดงของระบบเตือนภัยที่กะพริบเป็นจังหวะ
“เราต้องใช้เส้นทางอื่น” เซบาสเตียนกล่าว “เส้นทางที่พวกมันคาดไม่ถึง”
“แต่เส้นทางไหนล่ะ? ทุกอย่างถูกสแกนตลอดเวลา” อเล็กซ์ถามอย่างสิ้นหวัง
เซบาสเตียนยิ้มมุมปาก “บางที… อาจจะไม่ใช่ ‘บน’ พื้นผิวก็ได้”
เขาหันไปมองด้านบนของอาคาร ที่มีโครงสร้างเหล็กอันซับซ้อนทอดตัวไปมา ราวกับใยแมงมุมขนาดยักษ์ เป็นที่ตั้งของสายไฟ ท่อส่ง และระบบระบายอากาศ ที่ปกติแล้วจะไม่มีใครสนใจ
“นั่นมัน… อันตรายเกินไป” อเล็กซ์ค้าน
“อันตรายกว่าการปล่อยให้กริดทำตามแผนของพวกมัน?” เซบาสเตียนสวนกลับ “ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ตอนนี้… มันจะสายเกินไป”
เขาเดินนำออกไปยังบริเวณที่โล่งที่สุดของลาน จากนั้นก็หยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าขึ้นมา มันคือ ‘เครื่องยึดเกาะ’ อุปกรณ์ที่ใช้หลักการของแม่เหล็กแรงสูงผสมผสานกับแรงดูดสูญญากาศขนาดจิ๋ว
“เตรียมตัวให้พร้อม” เซบาสเตียนพูด “เราจะปีนขึ้นไป”
เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ดูเหมือนจะโล่งที่สุด แต่ก็มีความท้าทายสูงที่สุด นั่นคือการปีนป่ายไปตามโครงสร้างรองรับของอาคาร ซึ่งเป็นที่ที่หุ่นยนต์ลาดตระเวนไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายนัก
“นายแน่ใจนะ?” อเล็กซ์ถามอีกครั้ง เสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวล
“เชื่อใจฉัน” เซบาสเตียนตอบ “เรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังแล้ว”
เขาค่อยๆ ยึดเครื่องยึดเกาะเข้ากับผนังโลหะของอาคาร เสียง ‘คลิก’ ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่ามันยึดติดแน่นพอที่จะรับน้ำหนักของเขาได้ เขาออกแรงดึงเบาๆ เพื่อทดสอบความแข็งแรง ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป
หยาดฝนที่ยังคงตกหนักทำให้พื้นผิวโลหะลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เซบาสเตียนก็ยังคงเคลื่อนที่อย่างมั่นคง เขาใช้ทักษะการปีนป่ายที่ฝึกฝนมาอย่างดี บวกกับอุปกรณ์คู่ใจ ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาราบรื่นราวกับแมงมุม
อเล็กซ์มองตามเพื่อนด้วยความใจหาย เขารู้ดีว่าเซบาสเตียนมีความสามารถ แต่การต้องปีนป่ายไปในสภาพอากาศแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย
“ฉันจะคอยดูสัญญาณจากระบบรักษาความปลอดภัยให้นาย” อเล็กซ์กล่าวผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่ที่หู “ถ้ามีอะไรผิดปกติ ฉันจะรีบแจ้ง”
“รับทราบ” เซบาสเตียนตอบกลับ
เขาปีนขึ้นไปสูงเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านชั้นของหุ่นยนต์ลาดตระเวนมาได้ เสียงฝนที่อยู่ใกล้ขึ้นทำให้รู้สึกราวกับว่าเขากำลังปีนขึ้นไปบนยอดของโลก
เมื่อมาถึงจุดที่สูงพอ เซบาสเตียนก็เห็นโครงสร้างเหล็กที่ซับซ้อนทอดตัวเชื่อมระหว่างอาคารต่างๆ ราวกับทางเดินลับที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานในยามฉุกเฉินเท่านั้น
“ฉันมาถึงทางเดินแล้ว” เซบาสเตียนรายงาน
“ดีมาก! ตอนนี้นายต้องระวัง หุ่นยนต์ตรวจการณ์บางตัวมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนขั้นสูง พวกมันอาจจะเห็นนายได้” อเล็กซ์เตือน
“เข้าใจแล้ว” เซบาสเตียนมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง เขาเห็นลำแสงสีแดงกะพริบเป็นจังหวะจากหุ่นยนต์บางตัวที่กำลังลาดตระเวนอยู่บนโครงสร้างเหล็กเหล่านั้น
“ฉันจะใช้วิธีพรางตัว” เซบาสเตียนกล่าว “นายคอยดูทิศทางของพวกมันให้”
เขาค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามโครงสร้างเหล็ก โดยใช้เงาของท่อส่งและสายไฟเป็นที่กำบัง เขาเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบราวกับสายลม ปราศจากเสียงแม้แต่น้อย
ขณะที่เขากำลังจะข้ามผ่านช่องว่างระหว่างอาคารสองหลัง เขาก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นเบาๆ
“เกิดอะไรขึ้น?” เซบาสเตียนถามด้วยความตกใจ
“มีบางอย่างผิดปกติ! ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวถูกกระตุ้น! พวกมันรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น!” อเล็กซ์ตะโกนผ่านเครื่องสื่อสาร
“ฉันอยู่ไหน?” เซบาสเตียนรีบถาม
“นาย… นายอยู่ใกล้กับ ‘ช่องเก็บพลังงาน’ เกินไป! พวกมันมีเซ็นเซอร์ที่นั่น!”
“ช่องเก็บพลังงาน?” เซบาสเตียนถามพลางมองไปรอบๆ เขาเห็นโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะหนาแน่น มีแสงสีฟ้าอ่อนๆ ส่องออกมาจากภายใน
“ใช่! เป็นแหล่งพลังงานสำรองของกริด! พวกมันติดตั้งเซ็นเซอร์รอบๆ นั้นไว้สูงมาก!”
ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้นจากโครงสร้างเหล่านั้น พุ่งตรงมาที่เซบาสเตียน
“หลบเร็ว!” อเล็กซ์ตะโกน
เซบาสเตียนรีบกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ลำแสงพลังงานนั้นพุ่งเฉียดร่างของเขาไป และปะทะเข้ากับโครงสร้างเหล็กด้านหลัง ทำให้เกิดประกายไฟและควันลอยขึ้น
“แย่แล้ว! พวกมันส่งสัญญาณแจ้งเตือนแล้ว!” อเล็กซ์กล่าวเสียงเครียด “หุ่นยนต์ทั้งหมดกำลังมุ่งหน้ามาทางนาย!”
เซบาสเตียนกัดฟัน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบหาทางต่อไปให้ถึง ‘แกนกลาง’ ให้เร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
“ฉันต้องไปต่อ” เซบาสเตียนกล่าว “นายบอกตำแหน่งของ ‘แกนกลาง’ มา”
“จากตำแหน่งของนาย ตอนนี้ ‘แกนกลาง’ อยู่ห่างไปอีกประมาณสามชั้นของอาคารทางทิศตะวันออก แต่นายต้องผ่าน ‘ทางเดินรักษาความปลอดภัย’ ที่มีหุ่นยนต์ประจำการอยู่จำนวนมาก”
“แล้วเราจะผ่านไปได้ยังไง?”
“ฉันกำลังพยายามหาทางเจาะระบบเพื่อเปิดช่องทางฉุกเฉินบางอย่าง แต่มันยากมาก… สัญญาณถูกรบกวนหนัก”
เซบาสเตียนมองไปยังทิศทางที่อเล็กซ์บอก เขามองเห็นอาคารที่ดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าอาคารอื่น มีเสาสัญญาณขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบน
“ฉันจะไปทางนั้น” เซบาสเตียนกล่าว “นายเตรียมพร้อม”
เขากระชับปืนพลาสม่าในมือ และเริ่มเคลื่อนที่ไปยังทิศทางที่กำหนด ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงโปรยปราย และเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย
เขาต้องวิ่งฝ่าดงหุ่นยนต์ที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา การต่อสู้ที่ดุเดือดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้ได้ไปถึง ‘แกนกลาง’ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? หรือเขาจะติดกับดักของกริดไปตลอดกาล?
โปรดติดตามตอนต่อไป

ทลายกริดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก