หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เสียงน้ำฝนที่กระทบกับพื้นผิวโลหะของอาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาคอนกรีตที่ถูกกริดครอบงำ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเซบาสเตียน แสงไฟนีออนสีฟ้าเข้มจากป้ายโฆษณาของกริดสาดส่องลงมาบนใบหน้าของเขา สะท้อนแววตาที่เหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“เกือบถึงแล้ว เซบ” เสียงแหบพร่าของเอลล่าดังขึ้นผ่านหูฟังบลูทูธ “สัญญาณของฐานปฏิบัติการลับของกลุ่มกบฏกำลังอ่อนลงเรื่อยๆ เราต้องรีบ”
เซบาสเตียน หรือ เซบ พยักหน้าโดยไม่ได้เอ่ยคำใด เขากระชับปืนพลาสม่าที่เหน็บอยู่ที่สีข้าง และเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปสู่ใจกลางของอาคารสูงเสียดฟ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกใช้เป็นทางเข้าลับสู่เครือข่ายใต้ดินของกริด
เบื้องหน้าของเขา คือประตูเหล็กขนาดมหึมาที่ปิดสนิท มันเป็นจุดสุดท้ายที่กั้นเขาจากภารกิจอันยิ่งใหญ่ การเข้าถึงศูนย์บัญชาการของกริด ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ระบบรักษาความปลอดภัยของกริดนั้นแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็กไร้รอยร้าว ทุกย่างก้าวของเซบเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ
“เอลล่า… นายแน่ใจนะว่านี่คือทางเข้าที่ถูกต้อง” เซบถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ทางเดินที่ดูเหมือนจะทอดยาวไปไม่มีที่สิ้นสุด
“แน่ใจสิเซบ ข้อมูลจากแอนนาถูกต้องแน่นอน สัญญาณของกลุ่มกบฏอยู่ที่นี่ แต่ดูเหมือนว่ากริดจะเริ่มตรวจจับความเคลื่อนไหวของเราแล้ว” เสียงของเอลล่าเต็มไปด้วยความกังวล
“กริด…” เซบพึมพำ ชื่อนี้มีความหมายมากกว่าแค่ชื่อขององค์กร มันคือระบบที่ควบคุมทุกชีวิตในเมืองนี้ การดำรงอยู่ของกริดคือสิ่งที่ทำให้โลกของเขาถูกกดขี่และไร้ซึ่งเสรีภาพ
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยก็ดังขึ้น! แสงสีแดงกะพริบไปทั่วบริเวณ บ่งบอกว่าพวกเขาถูกค้นพบแล้ว
“แย่แล้ว! พวกมันรู้ตัวแล้ว!” เอลล่าตะโกน “เซบ ถอยก่อน!”
แต่เซบไม่มีเวลาถอย เขาเห็นเงาร่างของหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยของกริดจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นจากมุมมืดของทางเดิน พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ อาวุธประจำกายของพวกมันส่องประกายสะท้อนกับแสงสีแดง
“ฉันถอยไม่ได้ เอลล่า! สัญญาณของกลุ่มกบฏกำลังจะหายไป! ฉันต้องไปให้ถึง!” เซบตอบกลับเสียงแข็ง เขาชักปืนพลาสม่าออกมา และยิงกระสุนพลาสม่าสีฟ้าสดใสออกไป กระสุนพลาสม่าพุ่งตรงเข้าใส่หุ่นยนต์ตัวแรก ทำลายเกราะป้องกันจนแตกกระจาย
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เซบอาศัยความคล่องแคล่วและความชำนาญในการต่อสู้ของเขา เขาหลบหลีกการโจมตีของหุ่นยนต์อย่างฉิวเฉียด พลางยิงสวนกลับไปอย่างไม่ยั้ง
“เซบ! ฉันกำลังพยายามเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของประตู แต่พวกมันแข็งแกร่งมาก!” เสียงของเอลล่าดังขึ้นมาอีกครั้ง “เหลือเวลาอีกไม่มาก!”
เซบกัดฟันกรอด เขาเห็นหุ่นยนต์อีกกลุ่มกำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ความกดดันถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
“ฉันจะเปิดทางเอง! นายเจาะระบบต่อไป!” เซบตะโกนกลับ เขาพุ่งเข้าใส่ประตูเหล็กขนาดมหึมานั้นโดยตรง เขาใช้กำลังทั้งหมดที่มี ผลักดันร่างกายเข้าปะทะกับประตูเหล็กอย่างบ้าคลั่ง
“บ้าไปแล้วเหรอเซบ! มันจะบาดเจ็บเอานะ!” เอลล่าร้องห้าม
“ฉันต้องทำ!” เซบไม่ฟังเสียง เขาผลัก ดัน กระแทก ราวกับว่าร่างกายของเขากลายเป็นเครื่องจักรที่ทรงพลัง เขารู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านมาถึงกระดูก แต่เขาก็ไม่ยอมหยุด
ในขณะเดียวกัน สัญญาณของกลุ่มกบฏก็เริ่มกระตุกและขาดหายไปทีละน้อย “ไม่นะ… สัญญาณกำลังจะหายไปหมดแล้ว!” เอลล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“ยัง! อย่าเพิ่งยอมแพ้!” เซบตะโกนสุดเสียง เขาเห็นรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนประตูเหล็ก เขารู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย
“เอลล่า! ฉันจะลองใช้ระเบิดพลังงาน! เตรียมตัว!” เซบชักระเบิดพลังงานขนาดเล็กออกมา เขาตั้งใจจะใช้มันเพื่อเปิดประตู
“เซบ! อย่า! มันอันตรายเกินไป!” เอลล่าพยายามห้าม
แต่สายเกินไป เซบโยนระเบิดพลังงานเข้าไปในช่องว่างที่เกิดจากรอยร้าวบนประตูเหล็ก เขาถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
“บูม!” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ประตูเหล็กฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นทางเข้าสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
“ได้ผล! เซบ! ประตูเปิดแล้ว!” เอลล่าตะโกนด้วยความดีใจ
เซบไม่รอช้า เขาพุ่งตัวผ่านช่องว่างที่เกิดขึ้น และหายลับเข้าไปในความมืดทันที
“ฉันมาแล้ว!” เขาตะโกน
“เซบ! ฉันได้สัญญาณแล้ว! มันอยู่ที่นี่จริงๆ!” เอลล่ากล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งอก “แต่… มีบางอย่างผิดปกติ”
“ผิดปกติอะไร?” เซบถามพลางเดินลงบันไดแคบๆ ที่ทอดลงไปสู่เบื้องล่าง
“สัญญาณ… มันไม่เหมือนเดิม… เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังปิดกั้นมันอยู่” เอลล่ากล่าวด้วยความสงสัย
เซบก้าวลงไปในความมืดมิด เขาสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นยะเยือก และกลิ่นอับชื้นที่ลอยมาปะทะจมูก
“ฉันกำลังจะถึงแล้ว… ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” เซบกล่าว
เขาก้าวเท้าลงบันไดขั้นสุดท้าย และปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสลัวๆ บนผนังมีสายเคเบิลจำนวนมหาศาลทอดตัวไปมา ราวกับเส้นเลือดของอสูรกาย
“นี่มัน… ที่ไหนกัน?” เซบพึมพำ
“เซบ… ระวังตัว!” เสียงของเอลล่าดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้น แสงสีแดงก็สว่างวาบขึ้นมาทั่วทั้งห้องโถง เผยให้เห็นร่างของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่ ร่างเหล่านั้นสวมชุดสีเข้ม และมีบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ซับซ้อนติดอยู่
“ใคร… พวกคุณเป็นใคร?” เซบถามด้วยความระแวง
ร่างเหล่านั้นค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเซบ
ใบหน้าของพวกเขา… ไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์! ดวงตาของพวกเขาส่องประกายสีแดงฉาน และผิวหนังของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นโลหะที่ถูกผสานเข้ากับเนื้อหนัง
“ยินดีต้อนรับ… เซบาสเตียน” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นมาจากหนึ่งในร่างเหล่านั้น
เซบรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วสันหลัง เขาจำใบหน้าเหล่านั้นไม่ได้ แต่น้ำเสียง… น้ำเสียงนั้นคุ้นเคยอย่างประหลาด
“นาย… นายเป็นใคร!” เซบถามอีกครั้ง
“เราคือ… ผู้รับใช้ของกริด” ร่างเหล่านั้นกล่าวพร้อมกัน
“กริด… พวกแกคือกริดงั้นเหรอ!” เซบตะโกนด้วยความโกรธ
“ถูกต้อง… และเรามีข้อเสนอให้เจ้า” ร่างหนึ่งกล่าว
“ข้อเสนอ? ไม่มีอะไรที่ฉันอยากจะรับจากพวกแก!” เซบตอบกลับทันที
“ใจเย็นก่อน… เซบาสเตียน” เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง เสียงที่ทำให้เซบหยุดชะงัก
“เสียงนั้น… เสียงของใคร…?” เซบถามเสียงสั่น
“ลองทายดูสิ… คนที่เจ้าเคยรัก… คนที่เจ้าเคยไว้ใจ…”
เงาของร่างหนึ่งค่อยๆ แยกออกมาจากกลุ่มร่างเหล่านั้น เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย… ใบหน้าของบุคคลที่เซบไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจออีกแล้ว…
“เป็นไปไม่ได้…” เซบพึมพำด้วยความตกใจ
“เป็นไปได้… เซบาสเตียน” เสียงนั้นกล่าว “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน…”
เซบยืนตะลึงงัน ไม่สามารถขยับตัวได้ ร่างที่ปรากฏตรงหน้าคือบุคคลที่เขาคิดว่าจากไปตลอดกาล… แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่แค่ความตกใจ แต่มันคือสัญญาณอันตรายที่กำลังจะนำพาเขาไปสู่หายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยคาดคิด…

ทลายกริดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก