ทลายกริดมรณะ

ตอนที่ 20 — เผชิญหน้าเงาแห่งกริด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 796 คำ

หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เสียงน้ำฝนที่กระทบกับพื้นผิวโลหะของอาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาคอนกรีตที่ถูกกริดครอบงำ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเซบาสเตียน แต่ครั้งนี้ ความคุ้นเคยนั้นแฝงไปด้วยความกดดันที่หนักอึ้งกว่าเคย

หลังจากการหลบหนีอันระทึกจากแผนกวิเคราะห์ข้อมูล สองร่างที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝนวิ่งฝ่าละอองน้ำเข้าไปในทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปสู่ใจกลางของศูนย์บัญชาการกริด เซบาสเตียนและลิลลี่ ‌หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อและความเปียกชื้นผสมปนเปกันจนแทบจะแยกไม่ออก

“เราจะไปไหนกันต่อ เซบ?” ลิลลี่ถาม เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยสอดส่ายไปมาอย่างระแวง

“ไปที่แกนกลาง” เซบตอบสั้นๆ โดยไม่หยุดเดิน ​“ที่นั่นคือสมองของกริด ถ้าเราจะปิดมันได้ ต้องเริ่มจากตรงนั้น”

“แต่…มันอันตรายเกินไปนะ เซบ เราไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบ้าง”

“เรารู้มากพอแล้ว ลิลลี่” เซบหันมามองเธอ แววตาของเขาแน่วแน่ ‍“รู้ว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย โลกใบนี้ก็จะตกอยู่ใต้อำนาจของกริดตลอดไป”

พวกเขามาถึงทางแยกขนาดใหญ่ พื้นผิวมันวาวสะท้อนแสงไฟนีออนสีเย็นตา อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกราวกับถูกดูดกลืนความอบอุ่นไปจนหมดสิ้น เสียงฝนภายนอกถูกกลืนหายไป แทนที่ด้วยเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรที่ทำงานอยู่เบื้องหลังกำแพงโลหะหนาทึบ

“ตามข้อมูลที่ได้มา แกนกลางจะอยู่ลึกเข้าไปอีก” ‌เซบชี้นิ้วไปยังทางเดินด้านขวา “แต่ทางนั้นมีระบบป้องกันที่หนาแน่นที่สุด”

“แล้วเราจะผ่านไปได้ยังไง?” ลิลลี่ถามอย่างหมดหวัง

“เราต้องหาช่องทางอื่น” เซบหยุดคิดไปครู่หนึ่ง “ข้อมูลของกริดที่อยู่ในมือของลุง…มันมีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของที่นี่อยู่เยอะมาก แต่บางส่วนมันถูกเข้ารหัสไว้ขั้นสูง…จนกระทั่งวันนี้”

เขาก้มลงมองแท็บเล็ตในมือ ภาพกราฟิกที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ “ฉันคิดว่าฉันถอดรหัสส่วนนั้นได้แล้ว…มันคือแผนผังของระบบระบายอากาศ”

“ระบบระบายอากาศ?” ‍ลิลลี่เลิกคิ้ว

“ใช่…มันอาจจะเก่าแก่กว่าระบบรักษาความปลอดภัยหลัก แต่มันเชื่อมต่อถึงทุกส่วนของอาคาร…รวมถึงแกนกลางด้วย” เซบยิ้มมุมปาก “เป็นทางเข้าที่ไม่มีใครคาดคิด”

พวกเขาเดินเข้าไปในทางเดินที่แคบลงเรื่อยๆ ผนังโลหะเย็นเฉียบ โครงสร้างดูเก่าแก่กว่าส่วนอื่นที่พวกเขาเคยผ่านมา บ่งบอกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของอาคารมานานกว่า

“เราใกล้จะถึงทางเข้าแล้ว” เซบกล่าว ​“เตรียมตัวให้พร้อม”

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ถูกปิดไว้ด้วยตะแกรงโลหะหนา เซบหยิบเครื่องมือตัดเลเซอร์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า

“นี่มันจะดังเกินไปไหม?” ลิลลี่กระซิบถาม

“คงจะนิดหน่อย แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น” เซบเริ่มลงมือตัด เสียงเลเซอร์ดังเสียดแก้วหู แต่ก็ยังเบาพอที่จะไม่ดังทะลุออกไปนอกอาคารได้

ไม่นานนัก ​ตะแกรงก็ถูกตัดขาดออกเป็นชิ้นๆ เซบดึงมันออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นความมืดมิดที่ทอดลึกเข้าไป

“ลงไปเลย” เซบผายมือ

ลิลลี่สูดลมหายใจลึก เธอไม่เคยกลัวความสูง แต่สภาพแวดล้อมที่มืดและเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้จักก็ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ

“ฉันจะไปก่อน” เซบกล่าว จากนั้นเขาก็หย่อนตัวลงไปในช่องระบายอากาศอย่างคล่องแคล่ว ​ลิลลี่ตามลงไปติดๆ

ภายในช่องระบายอากาศมีกลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองคละคลุ้ง อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้หายใจลำบากขึ้น แสงจากไฟฉายบนหมวกของเซบสาดส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นท่อโลหะขนาดใหญ่ที่เรียงรายสลับซับซ้อน

“เราต้องระวังทุกย่างก้าว” เซบกล่าว “ระบบนี้อาจจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวซ่อนอยู่”

พวกเขาเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ขรุขระ บางครั้งต้องคลานเข่า บางครั้งต้องก้มตัวต่ำจนแทบจะติดพื้น เสียงน้ำหยดเป็นจังหวะก้องกังวานในความเงียบ

“นี่เราเข้ามาลึกแค่ไหนแล้ว?” ลิลลี่ถาม

“ประมาณสองชั้นของโครงสร้างหลัก…เรากำลังมุ่งหน้าสู่ชั้นที่ลึกที่สุด” เซบตอบ

ทันใดนั้น เสียงดัง “แกร๊ก!” ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“อะไรน่ะ!” ลิลลี่ตกใจ

“อย่าเพิ่งตกใจ” เซบหันกลับไปมอง “น่าจะเป็นแค่…สัตว์เล็กๆ”

แต่แล้ว เสียง “ครืด…” ก็ดังตามมาอีกครั้ง ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่ใกล้ๆ

“ไม่ใช่สัตว์เล็กๆ แน่” เซบพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เขาเร่งความเร็วในการเคลื่อนที่

ยิ่งพวกเขาเข้าไปลึกเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น เสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังใกล้เข้าสู่แกนกลาง

“เซบ…ดูนั่นสิ” ลิลลี่ชี้ไปข้างหน้า

แสงสว่างวาบหนึ่งปรากฏขึ้นจากปลายทางเดิน เป็นแสงสีฟ้าเข้มที่กำลังกะพริบเป็นจังหวะ

“เซ็นเซอร์” เซบกระซิบ

“เราจะหลบมันยังไง?”

“เราต้องเคลื่อนที่ให้เร็วกว่ามัน…แล้วก็หวังว่ามันจะยังไม่ทำงานเต็มระบบ” เซบเร่งฝีเท้า

พวกเขาพุ่งตัวออกไปจากที่ซ่อน โดยอาศัยจังหวะที่แสงสีฟ้าดับลง แต่ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว แสงสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว คราวนี้มันสว่างจ้ากว่าเดิม

“แย่แล้ว!” เซบอุทาน

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วบริเวณ!

“สัญญาณเตือนภัย!” ลิลลี่ตะโกน “เราโดนจับได้แล้ว!”

“ต้องไปต่อ!” เซบไม่ยอมแพ้ เขาผลักลิลลี่ไปข้างหน้า “รีบไป!”

พวกเขาวิ่งสุดกำลังไปตามทางเดินที่เริ่มมีแสงไฟสีแดงกระพริบสลับกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงมไปทั่ว

“เรากำลังจะถึงแล้ว!” เซบชี้ไปยังประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

ประตูบานนั้นทำจากโลหะสีดำทึบ ประดับด้วยเส้นแสงสีฟ้าที่เคลื่อนไหวเป็นลวดลายซับซ้อน ดูทรงพลังและน่าเกรงขาม

“นี่คือทางเข้าสู่แกนกลาง” เซบกล่าว “แต่เราต้องเจอกับอะไรบางอย่างก่อน”

ทันใดนั้น พื้นผิวของประตูบานใหญ่ก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่าง แสงสีฟ้าเริ่มสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง

“มันกำลัง…เปิดออก?” ลิลลี่ถามอย่างไม่แน่ใจ

แต่สิ่งที่ปรากฏออกมา ไม่ใช่ช่องว่างธรรมดา แต่เป็นร่างเงาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากแสงสีฟ้า

ร่างเงาที่ดูเหมือนมนุษย์ แต่ทว่า…ไม่ใช่

มันสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป ผิวหนังของมันเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้าอ่อนๆ ดวงตาของมันกลวงโบ๋ ไม่มีแววตาใดๆ แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมา

“นี่มัน…อะไรกัน?” ลิลลี่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“มันคือ…อวตารของกริด” เซบตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด “มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องแกนกลาง…และมันจะหยุดเราทุกวิถีทาง”

อวตารของกริดก้าวออกมาจากประตูอย่างเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว เสียงฝนภายนอกยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย แต่ภายในใจกลางของศูนย์บัญชาการกริด สองนักสู้กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

“เตรียมตัวให้พร้อมนะ ลิลลี่” เซบพูด พร้อมกับชักปืนเลเซอร์คู่ใจขึ้นมา “นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเรา…หรืออย่างน้อยก็ครั้งสำคัญที่สุด”

อวตารของกริดยกมือขึ้น แสงสีฟ้าเริ่มรวมตัวกันที่ปลายนิ้วของมัน การปะทะครั้งใหญ่กำลังจะอุบัติขึ้น!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ทลายกริดมรณะ

ทลายกริดมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!