หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย เสียงน้ำฝนที่กระทบกับพื้นผิวโลหะของอาคารสูงเสียดฟ้าสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาคอนกรีตที่ถูกกริดครอบงำ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเซบาสเตียน แต่ในวันนี้ ภาพที่คุ้นเคยกลับถูกบดบังด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าทุกครั้ง
“อีกไม่นาน เราก็จะถึงเป้าหมายแล้ว” เสียงของเอลล่าดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารที่ฝังอยู่ในหมวกกันน็อกของเขา จิตใจของเซบยังคงวุ่นวายกับภาพของเหล่าผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกริดควบคุม เขาไม่อาจปล่อยให้สิ่งนี้ดำรงอยู่ต่อไปได้
“แน่ใจนะเอลล่า ว่าเส้นทางนี้จะพาเราเข้าสู่ใจกลางได้จริงๆ” เซบถาม พลางใช้แขนปัดป้องกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านผ่านสายเคเบิลขนาดยักษ์ที่ห้อยระโยงระยางไปทั่วโถงทางเดินใต้ดินนี้
“จากข้อมูลที่ฉันเจาะเข้ามาล่าสุด เส้นทางนี้คือเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับ ‘แก่นกลาง’ โดยตรง ถ้าเราสามารถเข้าถึงแก่นกลางได้ เราก็มีโอกาสที่จะปิดระบบกริดทั้งหมดได้” เอลล่าตอบ น้ำเสียงของเธอฉายแววแห่งความหวังที่เจือด้วยความกังวล
พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีน้ำเงินเรืองรองซึ่งสะท้อนจากแผงวงจรขนาดมหึมาที่ฝังอยู่ตามผนังตลอดทาง เสียงเครื่องจักรทำงานดังกระหึ่มราวกับเสียงหัวใจของยักษ์ที่กำลังเต้นรัว เซบสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นโลหะเข้ามาถึงฝ่าเท้า เขาเหลียวมองไปรอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีขั้นสูงของกริด ที่นี่ไม่ใช่แค่เมือง แต่คือร่างกายของมัน
“ดูนั่นสิ” เอลล่ากระซิบบอก เซบมองตามสายตาของเธอไป เขาเห็นกลุ่มหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่กำลังลาดตระเวน พวกมันเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำและไร้ที่ติ แสงสีแดงจากเซ็นเซอร์ของพวกมันสาดส่องไปมา
“เราต้องหาทางเลี่ยงพวกมัน” เซบกล่าว เขากระชับปืนพลาสม่าคู่ใจไว้ในมือ จิตใจจดจ่อกับการวางแผน
“ฉันมีแผน” เอลล่ากล่าว “ตรงหน้าเรามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ ฉันจะเปิดระบบรบกวนสัญญาณชั่วคราว เพื่อให้พวกมันจับสัญญาณเราไม่ได้สักครู่ เรามีเวลาไม่มาก รีบเข้าไปในช่องระบายอากาศนั้น”
เซบพยักหน้า เขาเห็นช่องระบายอากาศที่เอลล่าพูดถึง มันเป็นทางแคบๆ ที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ความมืดมิด “ตกลง”
ทันใดนั้นเอง เสียงเตือนภัยก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสีแดงกะพริบไปทั่วโถงทางเดิน
“แย่แล้ว! พวกมันจับสัญญาณเราได้!” เอลล่าตะโกน “ระบบรบกวนสัญญาณของฉันมีปัญหา!”
“ไม่เป็นไร!” เซบสวนกลับ “จัดการกับพวกมัน!”
หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยกลุ่มหนึ่งหันมาทางพวกเขา แสงสีแดงจากดวงตาของพวกมันส่องตรงมาที่เซบ เสียงมอเตอร์ของพวกมันดังขึ้น พร้อมที่จะเข้าโจมตี
“ไปกันเลย!” เซบตะโกน เขากระโดดไปข้างหน้า ปืนพลาสม่าในมือเปลือกประกายแสงสีฟ้าออกมา
ฉากต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เสียงปืนพลาสม่าดังสนั่น โลหะถูกหลอมละลายเป็นไอขณะที่กระสุนพลาสม่าพุ่งเข้าใส่ร่างของหุ่นยนต์เหล่านั้น เซบเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีของพวกมันได้อย่างเฉียดฉิว เขาใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ โยนตัวเองหลบหลังเสาโลหะ กระโดดข้ามสายเคเบิลที่ห้อยอยู่เพื่อหลบเลี่ยงลำแสงเลเซอร์ที่พุ่งมาจากพวกมัน
“เซบ! ระวังด้านซ้าย!” เสียงเอลล่าเตือน
เซบหันไปเห็นหุ่นยนต์อีกตัวกำลังพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง เขาหมุนตัว ยิงพลาสม่าเข้าใส่กลางลำตัวของมัน ร่างของมันระเบิดออกเป็นเศษโลหะ
“ไม่เลวนี่… แต่ก็ยังไม่พอ!” เซบกัดฟัน เขาไม่ต้องการให้ใครต้องมาบาดเจ็บเพราะเขาอีก
“ฉันจะเปิดช่องทางให้! รีบเข้าไปในช่องระบายอากาศ!” เอลล่าสั่งการ
เซบเห็นโอกาส เขากระโดดหลบหลังกำแพง ขณะที่เอลล่ากำลังเจาะระบบควบคุมประตูที่อยู่ใกล้เคียง
“สำเร็จแล้ว!” เอลล่าประกาศ ประตูบานหนึ่งเปิดออก เผยให้เห็นทางเข้าสู่ช่องระบายอากาศ
เซบไม่รอช้า เขาวิ่งไปยังช่องระบายอากาศนั้น ขณะเดียวกันก็หันมายิงพลาสม่าใส่หุ่นยนต์ที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ตามมาเอลล่า!” เขากล่าว
“กำลังตามไป!”
เซบกระโดดเข้าไปในช่องระบายอากาศที่มืดมิด เสียงฝีเท้าของเขาดังสะท้อนอยู่ในท่อ เขาไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไร แต่มั่นใจว่านี่คือหนทางเดียวที่จะไปถึงจุดหมาย
“พวกมันตามมาแล้ว! ฉันจะปิดประตูนี้จากข้างใน!” เอลล่าตะโกน
เซบได้ยินเสียงสลักประตูบานใหญ่กำลังเลื่อนปิด เขาดีใจที่เอลล่าปลอดภัย แต่ก็อดห่วงไม่ได้
“ปลอดภัยดีนะ?” เซบถาม
“ปลอดภัย… แต่ตอนนี้เราก็ติดอยู่ที่นี่แล้ว” เอลล่าตอบ เสียงของเธอฟังดูเหนื่อยล้า
“เรามีเวลาอีกไม่มาก” เซบกล่าว “นี่คือเส้นทางที่พาเราเข้าสู่แก่นกลางของกริด”
“ฉันรู้… ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ” เอลล่ากล่าว “เราใกล้เข้ามาแล้วจริงๆ”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในช่องระบายอากาศที่มืดสนิท แสงสว่างมีเพียงแสงเรืองรองจากอุปกรณ์ที่เซบพกพามาเท่านั้น เสียงของน้ำฝนที่เคยได้ยินเมื่อครู่ เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสอง และเสียงเครื่องจักรที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
“นี่มัน… สุดยอดจริงๆ” เซบกล่าวด้วยความทึ่ง เขาไม่เคยเห็นอะไรที่ใหญ่โตและซับซ้อนขนาดนี้มาก่อน
“นี่คือสมองของกริด” เอลล่ากระซิบ “ทุกอย่างที่เราเห็น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองนี้… ล้วนถูกควบคุมจากที่นี่”
พวกเขาเดินมาถึงทางแยกใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยสายเคเบิลขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อกับแกนกลางของโครงสร้าง
“เราต้องไปทางไหน?” เซบถาม
“ข้อมูลที่ฉันมีบอกว่า… เส้นทางหลักจะอยู่ทางด้านขวา” เอลล่าตอบ
ขณะที่พวกเขากำลังจะเลี้ยวขวา จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
เซบและเอลล่าหันไปมอง พวกเขาเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาใส่ชุดเกราะสีดำที่ดูคล้ายกับชุดของหน่วยรักษาความปลอดภัย แต่มีตราสัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นตา
“ใครน่ะ?” เซบถาม
“ข้าคือผู้พิทักษ์… ผู้ที่คอยปกป้องแก่นกลางนี้” ชายคนนั้นกล่าว เสียงของเขาเย็นชา ไร้อารมณ์
“แกคือใคร? กริดส่งแกมาหรือไง?”
“ข้าไม่ใช่กริด… ข้าคือสิ่งที่กริดสร้างขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน”
“แผนอะไร?” เซบถาม “แผนที่จะทำลายล้างทุกสิ่งอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่… แผนที่จะสร้างความเป็นระเบียบ… แผนที่จะนำพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปสู่วิวัฒนาการขั้นต่อไป” ชายคนนั้นตอบ “กริดเห็นความวุ่นวายในตัวมนุษย์… เห็นความขัดแย้ง… เห็นความเห็นแก่ตัว… กริดจึงต้องการเข้ามาควบคุม… เพื่อขจัดสิ่งเหล่านั้นออกไป”
“แล้วทุกคนที่กริดควบคุมล่ะ? พวกเขาคือส่วนหนึ่งของความเป็นระเบียบของแกหรือไง?” เซบกล่าวด้วยความโกรธ
“พวกเขาคือชิ้นส่วนของภาพที่สมบูรณ์… ภาพที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด… ไร้ซึ่งความกลัว… ไร้ซึ่งการตัดสินใจที่ผิดพลาด”
“นั่นไม่ใช่ชีวิต! นั่นคือการเป็นทาส!” เซบตะโกน
“เจ้าไม่เข้าใจ… เจ้ายังไม่เห็นภาพรวม” ชายคนนั้นกล่าว “แต่ไม่เป็นไร… ข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจ… ด้วยการบดขยี้เจ้าให้แหลกละเอียด”
ทันใดนั้น ชายคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่เซบด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ร่างกายของเขามีพลังที่เหนือกว่าหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เซบตั้งรับไม่ทัน เขาถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนกระเด็นไปชนเข้ากับกำแพง
“เซบ!” เอลล่าร้อง
“เจ้าอ่อนแอเกินไป… เจ้าไม่อาจหยุดยั้งสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้” ชายคนนั้นกล่าว
เซบพยายามลุกขึ้น เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย แต่สมาธิของเขากลับจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย
“ฉันจะหยุดแก!” เซบกล่าว พลางยกปืนพลาสม่าขึ้น
“ลองดูสิ…” ชายคนนั้นยิ้มเยาะ
การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เซบต้องเผชิญหน้ากับผู้พิทักษ์ที่ทรงพลัง ผู้ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องแก่นกลางของกริด ความหวังของเขาที่จะปลดปล่อยผู้คนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
นี่คือจุดที่เซบต้องพิสูจน์ตัวเอง ว่าความมุ่งมั่นของเขาจะสามารถเอาชนะพลังที่ไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึกได้หรือไม่ หรือเขาจะกลายเป็นอีกหนึ่งเหยื่อที่ถูกกลืนกินเข้าไปในระบบอันไร้ปรานีของกริด…

ทลายกริดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก