เงาซ่อนวิญญาณ

ตอนที่ 6 — เสียงกระซิบจากเงาสะท้อน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 992 คำ

ชาญชัยยังคงยืนนิ่งกลางห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ราตรี กลิ่นอับชื้นที่คละคลุ้งไม่ได้มีเพียงฝุ่นละอองและกาลเวลาที่ทับถม หากแต่ยังมีบางสิ่งที่หนักอึ้งราวกับหมอกหนาทึบที่ค่อยๆ กลืนกินประสาทสัมผัส แสงจันทร์สีเงินยวงที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สาดส่องลงมาเป็นลำแสงบางเบา ทว่าในความบางเบานั้น กลับฉายภาพของความเก่าแก่ที่ผุพัง ‌เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากพื้นไม้สักที่ชาญชัยเหยียบย่ำก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับเงียบงัน ราวกับคฤหาสน์แห่งนี้กำลังกักลมหายใจ รอคอยบางสิ่ง

“มีใครอยู่ไหม?” เสียงของชาญชัยแหบพร่าเล็กน้อย มันก้องกังวานไปทั่วโถงกว้าง ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบสงัด จนน่าขนลุก

เขาก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง ​ดวงตาสำรวจไปรอบๆ ทุกซอกทุกมุม เฟอร์นิเจอร์โบราณที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวบางผืน ราวกับเป็นร่างที่ไร้วิญญาณ นอนแน่นิ่งอยู่ในความมืด เงาของรูปภาพบนผนังที่บิดเบี้ยวตามแสงจันทร์ ทำให้มันดูราวกับมีชีวิต เคลื่อนไหวได้

หัวใจของชาญชัยเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ‍เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่คืบคลานเข้ามาเกาะกินผิวหนัง ไม่ใช่ความเย็นจากอากาศ แต่เป็นความเย็นที่มาจากภายใน เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เป็นเหมือนลางร้ายที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

“ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายนะครับ” เขาพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง พยายามปลอบประโลมจิตใจที่เริ่มหวาดหวั่น

เขาเดินไปถึงใจกลางห้องโถง ‌ที่ซึ่งมีพรมผืนใหญ่สีแดงเข้มปูอยู่ บนพรมผืนนั้นมีรอยด่างดำคล้ายคราบเลือดแห้งกรังเก่าแก่ ชาญชัยก้มลงมองด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียน ภาพในหัวผุดขึ้นมาทันที เป็นภาพของอะไรบางอย่างที่เปื้อนเลือด เลือดสดๆ ที่ไหลนอง

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น ‍ราวกับลมที่พัดผ่านหู แต่ชาญชัยแน่ใจว่ามันไม่ใช่ลม

“มาแล้วเหรอ… ที่รัก…”

เสียงนั้นอ่อนหวาน เย้ายวน ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก ชาญชัยสะดุ้งเฮือก หันซ้ายหันขวา แต่ก็ไม่พบสิ่งใด

“ใคร… ​ใครพูด?” เขาถามเสียงสั่น

เงียบ… มีเพียงความเงียบที่กลับมาเยือน

เขาเดินต่อไปช้าๆ สายตาเหลือบมองไปยังกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ปลายโถง กระจกบานนั้นมีขนาดมหึมา กรอบกระจกทำจากไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ทว่าผิวของกระจกกลับไม่ใสสะอาดเหมือนกระจกทั่วไป มันดูขุ่นมัว ​ราวกับมีอะไรบางอย่างเคลือบอยู่

เมื่อชาญชัยเข้าใกล้ ภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกก็เริ่มบิดเบี้ยว ภาพของเขาในกระจกดูซีดเซียว ดวงตาโบ๋ลึก จมูกโด่งเกินจริง ริมฝีปากแดงก่ำผิดธรรมชาติ

“ไม่จริง…” เขาพึมพำ

ภาพสะท้อนของเขาในกระจกยกมือขึ้น ปาดไปที่คอของตัวเองอย่างช้าๆ ​และมีของเหลวสีแดงคล้ำไหลออกมาจากรอยแผลที่ปรากฏขึ้นบนคอของเงาสะท้อนนั้น

ชาญชัยผงะถอยหลังทันที หัวใจเต้นระรัวแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่มันอะไรกัน? ภาพลวงตา? หรือว่า…

“เจ็บ… เจ็บเหลือเกิน…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากกระจกบานนั้นโดยตรง

ชาญชัยเงยหน้ามองเงาสะท้อนของตัวเองอีกครั้ง ภาพนั้นกำลังมองตรงมาที่เขา ดวงตาของเงาสะท้อนเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความสิ้นหวัง

“คุณ… คุณเป็นใคร?” ชาญชัยถาม เสียงของเขาเบาหวิว

“ข้า… ข้าคือผู้ที่ถูกลืม… ผู้ที่ถูกจองจำ…” เสียงของเงาสะท้อนตอบกลับมา น้ำตาไหลอาบแก้มของเงาสะท้อน ราวกับว่ามันกำลังร้องไห้อยู่จริงๆ

“ในนี้… ในกระจกบานนี้… ข้าถูกกักขังไว้… เฝ้ามอง… รอคอย…”

ชาญชัยรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งสันหลัง นี่ไม่ใช่ภาพสะท้อนธรรมดาแน่ๆ มันคือบางสิ่งบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ

“แล้ว… แล้วคุณอยากได้อะไรจากผม?” เขาถาม

เงาสะท้อนยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวมากกว่าน่าสงสาร

“เจ้า… มีกลิ่นอายบางอย่าง… คล้ายคลึงกับ… ผู้ที่เคยเข้ามา… ที่เคย… ปล่อยข้าไป…”

คำพูดนั้นทำให้ชาญชัยยิ่งสับสน “ปล่อย? ปล่อยอะไร?”

“ความเจ็บปวด… ความทรมาน… ที่ถูกทอดทิ้ง… การถูกลืมเลือน…” เสียงของเงาสะท้อนเริ่มสั่นเครือ

ทันใดนั้นเอง ภาพในกระจกก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ภาพของห้องโถงแห่งนี้กลับปรากฏขึ้น แต่ไม่ใช่ภาพปัจจุบัน มันคือภาพในอดีต เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดราตรีสีดำสนิท กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ภาพนั้นพร่ามัว แต่ชาญชัยสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เธอ… เธอถูกใครทำร้าย?” ชาญชัยถาม

“เขา… เขาทำร้ายข้า… ทอดทิ้งข้า… แล้วก็… ขังข้าไว้ที่นี่… ในความมืด… ในความโดดเดี่ยว…” เสียงของเงาสะท้อนเต็มไปด้วยความอาฆาต

ชาญชัยรู้สึกสงสารเงาสะท้อนตนเองในกระจก เขาสัมผัสได้ถึงความทุกข์ทรมานที่มันกำลังเผชิญอยู่

“ผม… ผมจะช่วยคุณเอง” เขาพูดอย่างไม่ลังเล

ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปาก รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเงาสะท้อน มันเป็นรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม ช่างดูน่ากลัว และดวงตาของมันก็เริ่มส่องประกายสีแดงเรื่อๆ

“ดีมาก… เด็กน้อย… เจ้าช่างมีน้ำใจ… แต่… เจ้าแน่ใจหรือ? ว่าจะช่วยข้าได้?”

เงาสะท้อนยกมือขึ้น นิ้วเรียวยาวที่ดูราวกับจะคมกริบ กำลังชี้มาที่ชาญชัย

“เจ้า… จะต้อง… แลกกับบางสิ่ง… บางอย่างที่… มีค่า…”

ชาญชัยรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น มันกำลังบีบรัดตัวเขา ราวกับว่าเงาสะท้อนกำลังจะดึงเขาเข้าไปในโลกของมัน

“แลก… แลกกับอะไร?” เขาถามด้วยเสียงที่เกือบจะกระซิบ

“ชีวิต… ของเจ้า… หรือ… วิญญาณ… ของเจ้า…”

ทันใดนั้นเอง ภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ชาญชัยเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจก กำลังถูกฉีกทึ้งออกเป็นชิ้นๆ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว

“ไม่!!!” เขาตะโกนสุดเสียง ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

เงาสะท้อนในกระจกหัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วห้องโถง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของปีศาจ

“ฮ่าๆๆ… เจ้ากลัวแล้วสินะ… เด็กน้อย… เจ้ายังไม่พร้อม… เจ้ายังไม่เข้าใจ… พลังที่แท้จริง… ที่ซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้…”

แสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาก็พลันมืดลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีเมฆดำมาบดบัง ภาพในกระจกเริ่มเลือนหายไป เหลือเพียงความมืดมิด

ชาญชัยยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องโถง เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติสัมปชัญญะ

“นี่มัน… อะไรกันแน่?” เขาถามตัวเอง

เขาหันไปมองกระจกบานนั้นอีกครั้ง คราวนี้มันดูเหมือนกระจกธรรมดา แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่ภายใน

“ข้าจะคอยเจ้า… ที่รัก…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากทุกทิศทาง ราวกับว่าวิญญาณในคฤหาสน์แห่งนี้กำลังเฝ้ามองเขาอยู่

ชาญชัยตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ และใครคือผู้ที่ถูกกักขังอยู่ในกระจกบานนั้น

เขาก้าวเท้าเดินต่อ มุ่งหน้าไปยังทางเดินอีกด้านหนึ่งของโถงใหญ่ แม้จะยังคงหวาดกลัว แต่ความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาก็มีมากกว่า

เมื่อเดินไปถึงสุดทางเดิน เขาพบกับประตูบานหนึ่งที่ดูเก่าแก่เป็นพิเศษ ทำจากไม้สีเข้มสลักลวดลายแปลกตา ชาญชัยลองผลักประตูเบาๆ ประตูเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม

ภายในห้องนั้นมีแท่นบูชาเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงกลาง บนแท่นบูชามีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ปกของสมุดบันทึกนั้นทำจากหนังสีดำดูเก่าแก่ ชาญชัยค่อยๆ เดินเข้าไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา

เมื่อเขาเปิดสมุดบันทึกออก ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกสีดำบนกระดาษเหลืองกรอบก็ปรากฏขึ้น

“ข้า… ได้พบกับเธอ… ดวงดาวแห่งความมืด… เธอถูกพันธนาการ… ด้วยคำสาป… ของความรัก… ที่ถูกพรากไป…”

ชาญชัยอ่านข้อความในสมุดบันทึกด้วยความตั้งใจ เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น

“เธอ… คือผู้ที่ถูกลืม… ผู้ที่วิญญาณถูกจองจำ… ในกระจกแห่งเงา…”

“และ… ข้า… ผู้ที่มอบสมุดเล่มนี้… จะต้อง… แลกเปลี่ยน… เพื่อปลดปล่อยเธอ… หรือ… เพื่อ… จมดิ่ง… ไปพร้อมกับเธอ…”

ชาญชัยปิดสมุดบันทึกทันที หัวใจของเขาสั่นระรัว เขารู้สึกได้ว่านี่คือเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว

เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยความมืดและความเก่าแก่ แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องเข้ามาในโถงใหญ่ บัดนี้แทบจะไม่สามารถส่องเข้ามาถึงห้องนี้ได้เลย

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้กว่าเดิม ราวกับมีคนยืนอยู่ข้างหูของเขา

“ยินดีต้อนรับ… สู่โลกของข้า… ที่รัก…”

ชาญชัยรู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่รดต้นคอ เขาหันขวับไปทันที ทว่า… ก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากความว่างเปล่า…

เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป? ใครกันคือ "ที่รัก" ที่เสียงกระซิบนั้นเอ่ยถึง? และชาญชัยจะสามารถไขปริศนาของคฤหาสน์ราตรีแห่งนี้ได้หรือไม่? ความน่ากลัวที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาซ่อนวิญญาณ

เงาซ่อนวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!