เงาซ่อนวิญญาณ

ตอนที่ 11 — ภาพสะท้อนที่กรีดร้อง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,074 คำ

แสงจันทร์สีเงินยวงยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ที่บัดนี้มีม่านลูกไม้สีซีดเซียวเก่าเก็บปกปิดเอาไว้ ชาญชัยยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ราตรี ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น ความเงียบที่ปกคลุมรอบกายหนักอึ้งกว่าก้อนหิน ดุจมีบางสิ่งกำลังจับจ้องเขาอยู่จากทุกมุมมืด

หลังจากการค้นหาที่สิ้นหวังในห้องสมุดโบราณ ชาญชัยพบเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวที่เลือนราง ความลับของคฤหาสน์ราตรีถูกฝังกลบไว้ภายใต้กาลเวลาและความเงียบงัน ‌แต่ในขณะที่ความสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามา มือของเขาก็สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติใต้พรมหนา นั่นคือแผ่นโลหะเย็นเฉียบที่ซ่อนอยู่

ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ชาญชัยกระชากแผ่นโลหะนั้นขึ้น เผยให้เห็นทางลับที่ทอดลงสู่ความมืดมิด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบของฝุ่นละอองโบราณลอยกรุ่นขึ้นมาทันที หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความคาดหวังระคนหวาดหวั่น นี่อาจเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขความลับที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอด

"ไม่ว่าอะไรก็ตาม... ​ข้าต้องรู้" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะจุดตะเกียงน้ำมันที่พกติดตัวมา และค่อยๆ ก้าวลงไปในความมืด

บันไดหินที่ทอดตัวลงไปนั้นแคบและชัน ชาญชัยก้าวลงไปอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงทางเดินใต้ดินที่เย็นเยียบ ผนังหินที่เปียกชื้นเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำสะท้อนแสงตะเกียงวูบไหว ‍สร้างเงาประหลาดที่ดูราวกับกำลังขยับไหว

เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ที่กว้างขวางกว่าที่คิด ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นห้องเก็บของเก่าแก่ หรืออาจจะเป็นที่เก็บสมบัติบางอย่าง มีหีบไม้โบราณวางเรียงรายอยู่ทั่วห้อง บางหีบก็ผุพังจนแทบจะสลายไปตามกาลเวลา

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของชาญชัยมากที่สุด คือกระจกเงาบานหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง มันไม่ใช่กระจกธรรมดา ‌แต่เป็นกระจกบานใหญ่ที่มีกรอบสลักลวดลายประหลาดราวกับมีชีวิต กระจกบานนี้ดูเก่าแก่กว่าสิ่งอื่นใดในห้อง และมันสะท้อนภาพห้องโถงใต้ดินนี้อย่างบิดเบี้ยว

ชาญชัยค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ เขาเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในกระจก เงาที่ดูผิดปกติ บางครั้งก็ดูยาวเหยียด บางครั้งก็ดูหดสั้น ‍จนแทบจะกลืนไปกับความมืด

"นี่มันอะไรกัน..." เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ทันใดนั้น ภาพสะท้อนในกระจกก็เริ่มเปลี่ยนไป ใบหน้าของชาญชัยในกระจกดูซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ปากของมันอ้าออกราวกับจะกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมา

ชาญชัยผงะถอยหลัง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ​เขาเพ่งมองภาพสะท้อนนั้นอีกครั้ง ภาพนั้นยังคงอยู่ ใบหน้าในกระจกบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน มันไม่ใช่ใบหน้าของเขาอีกต่อไป

"ใคร... ใครอยู่ตรงนั้น!" เขาตะโกนถาม แต่มีเพียงเสียงสะท้อนของตัวเองที่ตอบกลับมา

เขาก้าวเข้าไปใกล้กระจกอีกครั้งอย่างช้าๆ ราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างดึงดูดเขาเอาไว้ ​ภาพสะท้อนนั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาสามารถมองเห็นรายละเอียดของใบหน้าที่น่าสยดสยองนั้นได้ดีขึ้น ริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาที่กลวงโบ๋ และผิวหนังที่เหี่ยวย่นราวกับศพที่เน่าเปื่อย

และแล้วเขาก็เห็น... สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเขาทั้งหมดเย็นเยียบ

ภายใต้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเงาสะท้อนนั้น เขามองเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง ​ใบหน้าของ "ราตรี" หญิงสาวที่เขาตามหา

แต่ใบหน้าของราตรีในกระจกนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ปากของเธอกระตุกไหว แต่ก็ไร้เสียง

"ราตรี!" ชาญชัยตะโกนเรียกชื่อเธออีกครั้ง เขาแตะมือไปที่ผิวกระจกเย็นเฉียบ ราวกับจะสัมผัสถึงเธอ

ทันใดนั้น!

กระจกก็สั่นไหวราวกับมีคนทุบจากด้านใน ภาพสะท้อนของราตรีบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงจนแทบจะแยกไม่ออก ดวงตาของเธอเบิกกว้างจนเห็นแต่ตาขาว และริมฝีปากของเธอก็อ้ากว้างขึ้นอีก ราวกับจะกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานแสนสาหัส

ชาญชัยรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ภาพสะท้อนในกระจกยังคงแสดงภาพที่น่าสยดสยองนั้น ราวกับว่าวิญญาณของราตรีถูกกักขังเอาไว้ในกระจกบานนี้

"เจ้า... เจ้าอยู่ที่นี่งั้นหรือ?" เขาถามเสียงแหบพร่า

เงาสะท้อนนั้นส่ายหน้าช้าๆ ใบหน้าของราตรีดูเหมือนจะเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ

ชาญชัยตระหนักได้ในทันทีว่านี่คือกับดัก กับดักที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในคฤหาสน์ราตรี กับดักที่ใช้ภาพลวงตาอันน่าสะพรึงกลัวเพื่อล่อลวงผู้ที่หลงเข้ามา

แต่ทำไม? ทำไมต้องเป็นภาพของราตรี? หรือว่านี่คือสิ่งที่วิญญาณร้ายในคฤหาสน์ต้องการให้เขาเห็น?

ความสงสัยและความหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่เขาอย่างไม่หยุดยั้ง เขามองไปรอบๆ ห้องโถงใต้ดินอีกครั้ง หวังว่าจะพบคำตอบ แต่ทุกอย่างก็ยังคงเป็นความว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังเป็นจังหวะอยู่ในความเงียบ

ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาดังก้องขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งในห้อง เสียงนั้นแหละที่ทำให้ชาญชัยขนลุกไปทั้งตัว

"ช่วย... ข้าด้วย..."

เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับกระดาษทรายเสียดสีกัน มันเป็นเสียงที่มาจากที่ไกลแสนไกล แต่ก็ชัดเจนจนน่าขนลุก ชาญชัยหันซ้ายหันขวา พยายามหาที่มาของเสียง แต่ก็ไม่พบสิ่งใด

"ใคร... ใครพูด!" เขาถามอย่างหวาดกลัว

เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม

"ช่วย... ปลดปล่อย... ข้า..."

ชาญชัยค่อยๆ เดินกลับไปที่กระจกเงาบานนั้น เขาเห็นใบหน้าของราตรีในกระจกยังคงแสดงความทุกข์ทรมานอยู่เช่นเดิม ดวงตาของเธอจ้องมองมาที่เขา ราวกับจะอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ

"เจ้า... เจ้าคือราตรีจริงๆ หรือ?" ชาญชัยถาม

เงาสะท้อนนั้นพยักหน้าช้าๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาที่มองเห็นได้ชัดเจน

"ข้า... ข้าถูกกักขัง... ที่นี่..." เสียงของราตรีในกระจกดังขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะหลุดพ้นจากพันธนาการ

"ถูกกักขัง? โดยใคร?" ชาญชัยถามอย่างร้อนรน

"เขา... เขาคือผู้เฝ้า... ผู้เฝ้าความลับ... ของคฤหาสน์นี้..." ราตรีตอบ ใบหน้าของเธอเริ่มซีดจางลงเรื่อยๆ

"ผู้เฝ้า? เขาอยู่ที่ไหน?"

"อยู่ใน... ความมืด... เขา... เขาจะ... ไม่ยอมให้... ใคร... ออกไป..."

ขณะที่ราตรีพูด ภาพสะท้อนของเธอก็เริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะสลายไป ชาญชัยรีบคว้ามือของเขาไปแตะที่กระจกอีกครั้ง

"อย่าไป! ราตรี! เจ้ากำลังจะไปไหน!"

ทันใดนั้น!

ภาพในกระจกก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ใบหน้าของราตรีหายไปสิ้น คงเหลือไว้เพียงภาพเงาสะท้อนของห้องโถงใต้ดินที่บิดเบี้ยว และเหนือสิ่งอื่นใด ชาญชัยมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังปรากฏขึ้นในเงาสะท้อนนั้น

เงาที่ดำสนิทราวกับหลุมดำกำลังก่อตัวขึ้นกลางห้องโถงใต้ดินนั้น เงาดำที่ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

แล้วเขาก็เห็น... ดวงตาคู่หนึ่งในเงามืดนั้น ดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงฉาน จ้องมองมาที่เขาอย่างอาฆาตแค้น

เงาดำนั้นเริ่มเคลื่อนไหว มันเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ชาญชัยตกใจสุดขีด รีบถอยหลังกลับไป แต่พื้นหินเย็นเฉียบก็ดูเหมือนจะเหนียวหนึบ ดุจมีมือที่มองไม่เห็นพยายามฉุดรั้งเขาไว้

"ไม่!" เขาตะโกน พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้น

เงาดำนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน ความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก

แล้วเขาก็เห็น... ในความมืดมิดนั้น มีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่เพียงเงา แต่เป็นรูปร่างที่น่าสะพรึงกลัว ร่างที่บิดเบี้ยว ผิดรูปผิดร่าง ราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากความเจ็บปวดและความเกลียดชัง

ร่างนั้นค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ดวงตาที่ไร้แวว และริมฝีปากที่ฉีกขาด ราวกับจะกรีดร้องออกมาตลอดเวลา

ชาญชัยมองภาพนั้นด้วยความหวาดกลัวสุดประมาณ เขารู้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา นี่คือสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าวิญญาณร้ายใดๆ ที่เขาเคยพบเจอ

"แก... แกคือใคร!" เขาตะโกนถาม

ร่างนั้นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นแห้งผากราวกับเสียงลมพายุที่พัดผ่านซากปรักหักพัง

"ข้า... คือผู้เฝ้า... ข้าคือ... เงา..." เสียงนั้นดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงจากลำคอ แต่เป็นเสียงที่ก้องอยู่ในหัวของเขา

ชาญชัยพยายามเพ่งมองเข้าไปในดวงตาของ "เงา" นั้นอีกครั้ง เขาเห็นบางอย่างที่คุ้นเคยในแววตาที่ว่างเปล่านั้น... มันคือความโดดเดี่ยว... ความเจ็บปวด... และความปรารถนาที่จะถูกปลดปล่อย

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจาก "เงา" นั้น พลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต่อกรได้

"แก... ต้องการอะไรจากข้า!" ชาญชัยถาม

"แก... มีสิ่งที่ข้าต้องการ..." เงาตอบ เสียงของมันแฝงไปด้วยความกระหาย

"อะไร?"

"ความทรงจำ... ที่ถูกลืม..."

ก่อนที่ชาญชัยจะได้เอ่ยอะไรออกไปอีก ร่างของ "เงา" ก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า ชาญชัยพยายามปัดป้อง แต่พลังของ "เงา" นั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็น ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำสนิท คือดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงฉานของ "เงา" ที่กำลังจ้องมองมาที่เขา... ด้วยความกระหายอย่างบ้าคลั่ง

ความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมเขาเอาไว้… และเขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังถูกดึงออกจากตัวเขาไป... บางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาซ่อนวิญญาณ

เงาซ่อนวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!