เงาซ่อนวิญญาณ

ตอนที่ 17 — กระจกต้องสาปและเสียงกระซิบจากอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,218 คำ

แสงจันทร์สีเงินยวงยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ที่บัดนี้มีม่านลูกไม้สีซีดเซียวเก่าเก็บปกปิดเอาไว้ ชาญชัยยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ราตรี ราวกับถูกตรึงด้วยพลังบางอย่าง ลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านรอยร้าวของกระจกบานเล็กที่แตกอยู่ตามมุมห้อง ยิ่งเพิ่มความวังเวงให้กับบรรยากาศ สัญชาตญาณดิบของเขาตะโกนเตือนภัย แต่ก็ถูกบางสิ่งที่ทรงพลังกว่านั้นกดทับไว้

เขาจำได้ว่าหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในห้องสมุด ‌เขาได้พบกับเงาสะท้อนแปลกประหลาดในกระจกบานหนึ่ง มันไม่ใช่เงาของเขา แต่เป็นเงาของใครบางคน... หรือบางสิ่งบางอย่างที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า เงาสะท้อนนั้นขยับไหวราวกับมีชีวิต มันยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว ราวกับจะฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างให้แหลกสลาย

“แก... ​ไม่ใช่ฉัน” ชาญชัยพึมพำ เสียงแหบพร่า สั่นเครือ เขาพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไปกับความหวาดกลัว ภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังคงติดตา รอยเท้าที่ปรากฏขึ้นเองบนพื้นหินขัดเย็นเฉียบ เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด ‍และที่สำคัญที่สุด... แววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นในเงาสะท้อนนั้น

“ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้” เขาถามตัวเอง พลางกวาดสายตาไปรอบห้องโถงใหญ่ เฟอร์นิเจอร์โบราณที่ดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยใยแมงมุมหนาเตอะ รูปภาพบนผนังที่ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าของผู้คนในภาพ ดวงตาของรูปภาพเหล่านั้นดูเหมือนจะจ้องมองมาที่เขา ‌ไม่ว่าเขาจะหันไปทางไหน

ทันใดนั้นเอง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่มาจากทิศทางของบันไดวนบานใหญ่ที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบนของคฤหาสน์ มันเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง... หรือบางที อาจจะมาจากข้างในหัวของเขาเอง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความทรมาน ‍และความสิ้นหวัง

“มา... ที่นี่... ชาญชัย...” เสียงนั้นลอดผ่านม่านลูกไม้ที่ปิดบังช่องหน้าต่างเข้ามา คล้ายกับเสียงลมที่พัดผ่านซอกหิน แต่กลับมีความหมายที่ชัดเจนจนน่าขนลุก

ชาญชัยกลั้นหายใจ เขาพยายามแยกแยะว่าเสียงนั้นมาจากไหน มันเป็นเสียงจริง ​หรือเป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากความเหนื่อยล้าและสภาวะจิตใจที่อ่อนแอของเขา? แต่ลึกๆ แล้ว สัญชาตญาณของเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมองข้ามได้

เขาก้าวเท้าอย่างเชื่องช้าไปยังทิศทางของบันไดวน ทุกย่างก้าวของเขาสะท้อนเสียงก้องกังวานไปทั่วห้องโถงราวกับเสียงกลองรัวที่ปลุกเร้าความน่ากลัวให้เพิ่มทวีคูณ มือของเขากำแน่น จนข้อนิ้วขาวซีดราวกับจะแตกออก

เมื่อเข้าใกล้บันไดวนมากขึ้น เสียงกระซิบก็เริ่มชัดเจนขึ้น ​มันไม่ใช่แค่คำเชิญชวน แต่เป็นเสียงเล่าเรื่องราว... เรื่องราวของคฤหาสน์หลังนี้ เรื่องราวของคนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ เรื่องราวของความลับดำมืดที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความสวยงามภายนอก

“จำ... ไม่ได้... หรือ?” เสียงนั้นถาม ​ราวกับจะเย้ยหยัน “แก... เคย... อยู่... ที่นี่...”

ชาญชัยชะงักกึก คำพูดนั้นแทงทะลุเข้ามาในจิตใจของเขาอย่างจัง เขาจำได้... ไม่สิ ไม่ใช่จำได้แบบชัดเจน แต่เป็นภาพเลือนรางที่ผุดขึ้นมาในหัว ความรู้สึกคุ้นเคยที่ยากจะอธิบาย เหมือนกับว่าเขาเคยมาที่นี่มาก่อน เคยสัมผัสถึงความเย็นยะเยือกนี้ เคยได้ยินเสียงกระซิบเหล่านี้

“ฉัน... ไม่เคย...” เขาพยายามปฏิเสธ แต่เสียงของเขากลับสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้

“โกหก... ทำไม... ต้องโกหก...” เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นแห้งแล้ง ราวกับเศษใบไม้ที่ถูกลมพัดปลิว “ความจริง... อยู่... ที่นี่... รอ... แก...”

ทันใดนั้น ภาพในหัวของเขาก็ชัดเจนขึ้น! เขาเห็นตัวเอง... แต่ไม่ใช่ชาญชัยคนนี้ เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมชุดคล้ายคลึงกับที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ แต่ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นปีศาจร้าย เขากำลังวิ่ง... วิ่งหนีอะไรบางอย่าง... วิ่งไปตามโถงทางเดินนี้...

“นี่มัน... อะไรกัน?” เขาอุทานออกมาอย่างตกใจ

“กระจก... มัน... จำ... ทุกอย่าง...” เสียงกระซิบกล่าวต่อ “มัน... สะท้อน... ความทรงจำ... ที่แก... ลืม...”

ชาญชัยเงยหน้ามองขึ้นไปบนบันไดวนอีกครั้ง ที่นั่น... ที่ด้านบนสุดของบันไดวน มีห้องโถงเล็กๆ ที่มีประตูบานหนึ่งปิดอยู่ เขารู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างรอเขาอยู่ที่นั่น

“ไป... สิ...” เสียงกระซิบเร่งเร้า “ไป... หา... ความจริง...”

ด้วยแรงผลักดันที่ไม่สามารถต้านทานได้ ชาญชัยเริ่มก้าวขึ้นบันไดวน ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความลังเลและความกลัว แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถหยุดได้

เมื่อเขาขึ้นไปถึงชั้นบน เขาพบว่าห้องโถงเล็กนั้นเต็มไปด้วยกระจกเงาหลากหลายขนาด วางเรียงรายกันจนเต็มผนัง บางบานมีกรอบไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง บางบานก็ดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ... กระจกทุกบานดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยฝุ่น

ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้องโถง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะกระตุ้นให้เขาสำรวจกระจกแต่ละบาน

“มอง... สิ... เงา... ของแก...”

ชาญชัยมองไปที่กระจกบานแรกที่อยู่ตรงหน้าเขา มันเป็นกระจกเงาบานใหญ่ที่มีกรอบไม้สีดำแกะสลักเป็นรูปใบหน้าปีศาจ เขาเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ แต่... เงาสะท้อนนั้นไม่ใช่เงาของเขา! มันเป็นเงาของชายหนุ่มคนเดิมที่เขาเห็นในภาพเลือนรางก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มคนนั้นกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“ไม่! นี่มันไม่ใช่ฉัน!” ชาญชัยตะโกน พลางถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

“มัน... คือ... ส่วนหนึ่ง... ของแก...” เสียงกระซิบกล่าวอย่างเย็นชา “ส่วนที่... แก... พยายาม... ลืม...”

ชาญชัยหันไปมองกระจกบานอื่น ภาพที่ปรากฏในกระจกแต่ละบานนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาเห็นภาพตัวเองในอดีตที่เขาไม่เคยรู้จัก เห็นเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยประสบพบเจอ เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ความสิ้นหวัง และความเกรี้ยวกราด

ในกระจกบานหนึ่ง เขาเห็นตัวเองในชุดนักรบโบราณ ยืนต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตน่ากลัวกลางทะเลทราย ภาพนั้นชัดเจนมาก ราวกับเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ เขารู้สึกถึงความร้อนระอุของทราย ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ และความหวาดกลัวต่อศัตรูที่มองไม่เห็น

ในอีกบานหนึ่ง เขาเห็นตัวเองกำลังเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ราตรีแห่งนี้ พร้อมกับใครบางคนที่เขาจำไม่ได้ แต่ใบหน้าของคนผู้นั้นเต็มไปด้วยความสุข... ความสุขที่ดูเหมือนจะถูกฉีกกระชากไปอย่างโหดร้าย

“พวกมัน... คือ... อดีต... ของแก...” เสียงกระซิบดังมาจากทุกทิศทุกทาง “ความทรงจำ... ที่ถูก... ลบ... ล้าง...”

ชาญชัยรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิด ความสับสนถาโถมเข้าใส่เขา เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือภาพหลอน สิ่งใดคืออดีตที่แท้จริงของเขา

“ใคร... เป็นคนทำ?” เขาถามเสียงสั่นเครือ

“แก... นั่นแหละ... ชาญชัย...” เสียงกระซิบตอบ “แก... เลือก... ที่จะลืม...”

คำพูดนั้นทำให้ชาญชัยยิ่งสับสนมากขึ้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องลืมเรื่องราวเหล่านี้ ทำไมเขาถึงต้องมาอยู่ที่นี่ และทำไมกระจกเงาเหล่านี้ถึงสะท้อนภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างในกระจกบานหนึ่งที่อยู่มุมห้อง กระจกบานนั้นดูเก่าแก่และมีคราบสกปรกเกาะหนา แต่เมื่อเขากวาดสายตาไป มันก็ปรากฏภาพที่แตกต่างออกไปจากบานอื่น

ในกระจกบานนั้น เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง... เป็นชาญชัยคนปัจจุบัน แต่แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและน้ำตาที่ไหลริน เขาไม่ได้เห็นภาพการต่อสู้ที่ดุเดือด หรือภาพความสุขในอดีต แต่เห็นเพียงภาพของความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ

“นี่มัน...?” เขาเดินเข้าไปใกล้กระจกบานนั้นอย่างช้าๆ

“นี่... คือ... ตอนที่... แก... สูญเสีย... ทุกอย่าง...” เสียงกระซิบแผ่วลง “ตอนที่... แก... พ่ายแพ้... ให้กับ... ความมืด...”

เมื่อเขาเข้ามาใกล้กระจกบานนั้นมากขึ้น ภาพในกระจกก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาเห็นตัวเอง... ในสถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็นโบราณสถานกลางทะเลทรายที่เขาเคยเห็นในความฝัน มีทรายสีทองทอดยาวสุดลูกหูลูกตา และมีสิ่งปลูกสร้างโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ

เขาเห็นตัวเอง... กำลังถือวัตถุบางอย่างที่เปล่งแสงสีม่วงอำพันออกมา และรอบๆ ตัวเขา... เต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณที่นอนกองอยู่... เป็นศพ... ที่เขาเป็นคนสังหาร...

ภาพนั้นชัดเจนและโหดร้ายเกินกว่าที่เขาจะรับได้ เขาเห็นแววตาของตัวเองในภาพนั้น... แววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ความเย็นชา และความละอายใจ

“ไม่! ฉัน... ฉันไม่ได้ทำ!” เขาตะโกนสุดเสียง แต่ไม่มีใครได้ยิน

“แก... ทำ... และ... แก... ก็... ยอมรับ... มัน... ไม่ได้...” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่าขนลุก “แก... จึง... เลือก... ที่จะ... ลืม...”

ทันใดนั้นเอง เงาในกระจกบานนั้นก็เริ่มขยับไหว มันไม่ใช่เงาของเขาอีกต่อไป แต่เป็นเงาของชายหนุ่มคนเดิมที่เคยปรากฏตัวในห้องสมุด และในกระจกบานแรกที่เขาเห็น เงาของชายหนุ่มคนนั้นค่อยๆ ยื่นมือออกมาจากกระจก... ราวกับจะคว้าตัวเขาเข้าไป!

ชาญชัยผงะถอยหลังอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้

“แก... กลับมา... แล้ว...” เงาในกระจกพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา และแววตาของมันเต็มไปด้วยความแค้น

“ฉัน... ไม่... ใช่... แก!” ชาญชัยตะโกนกลับไป

“แก... คือ... ฉัน...” เงาในกระจกยิ้มอย่างชั่วร้าย “เรา... คือ... คนเดียวกัน...”

ก่อนที่ชาญชัยจะทันได้ตั้งตัว เงาสะท้อนนั้นก็พุ่งทะลุออกมาจากกระจก! มันไม่ใช่เงาอีกต่อไป แต่มันคือร่างที่จับต้องได้! ร่างที่ดูเหมือนเขาแต่กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดและพลังอันน่าสะพรึงกลัว

ชาญชัยกรีดร้องสุดเสียง เขาพยายามวิ่งหนี แต่ทุกย่างก้าวดูเหมือนจะถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยความกลัว

“ยินดีต้อนรับ... กลับบ้าน... ชาญชัย...” ร่างนั้นพูด พลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

เบื้องหลังของร่างนั้น ในกระจกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ชาญชัยเห็นภาพ... ภาพของคฤหาสน์ราตรีที่เต็มไปด้วยวิญญาณร้าย ภาพของทะเลทรายที่ถูกปกคลุมด้วยเงามืด และภาพของเขาเอง... กำลังสวมใส่อาภรณ์สีดำสนิท ยืนอยู่บนบัลลังก์แห่งความมืดมิด

นี่คือชะตากรรมที่รอเขาอยู่จริงหรือ? หรือนี่คือกับดักที่ถูกวางเอาไว้เพื่อล่อลวงเขา? ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังรอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า และเขาไม่แน่ใจว่าตนเองจะสามารถเอาชีวิตรอดไปได้หรือไม่...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาซ่อนวิญญาณ

เงาซ่อนวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!