เงาซ่อนวิญญาณ

ตอนที่ 28 — ปริศนาเงาสะท้อนในแดนทราย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,041 คำ

ชาญชัยยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ราตรี ราวกับถูกตรึงด้วยพลังอำนาจลึกลับที่มองไม่เห็น แสงจันทร์สีเงินยวงที่เคยให้ความรู้สึกสงบนิ่ง บัดนี้กลับดูเหมือนสายตาของภูติผีที่จ้องมองมาอย่างเย็นชา ผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกบดบังด้วยม่านลูกไม้สีซีดเซียว ใบหน้าของเขาซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม สติสัมปชัญญะที่เคยคมชัดราวกับถูกหมอกหนาทึบเข้าปกคลุม ‌ความทรงจำช่วงสุดท้ายก่อนที่จะมาถึงที่นี่นั้นพร่าเลือน เหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในความฝันอันบิดเบี้ยว

"ที่นี่...มันคือที่ไหนกันแน่?" เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก เขากระพริบตาปริบๆ พยายามรวบรวมสมาธิ ค้นหาเศษเสี้ยวของเหตุผลในสมองที่กำลังสับสนอลหม่าน

ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเย็นวาบราวกับมีคมมีดกรีดผ่านลำคอ ทำให้ชาญชัยสะดุ้งเฮือก ​ภาพเบื้องหน้าเริ่มชัดเจนขึ้น แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเขาดิ่งวูบ

เงาสะท้อนของตัวเองที่ปรากฏขึ้นบนพื้นหินขัดมันของห้องโถง ไม่ใช่เงาธรรมดา แต่เป็นเงาที่บิดเบี้ยว ผิดรูปผิดร่าง ดวงตาของเงาสะท้อนแดงฉานราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน ปากที่อ้าออกเป็นวงกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมที่ทอประกายวาววับในแสงจันทร์ เงายังคงขยับไหวอย่างอิสระ ‍ไม่ได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของชาญชัยแม้แต่น้อย

"ไม่จริง..." เขากล่าวเสียงสั่น พลางยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตัวเอง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นเฉียบที่ปลายนิ้ว แต่เงาสะท้อนนั้นกลับยกมือขึ้นมาข้างหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะคว้าคว้าอะไรบางอย่างเข้ามาหา

ความกลัวที่แท้จริงเริ่มกัดกินหัวใจของชาญชัย เขาถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว พยายามผละออกจากเงาที่น่าสะพรึงกลัวนั้น ‌แต่เงากลับพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต

"แก...แกคือใคร!" ชาญชัยตะโกนถามอย่างสุดเสียง พยายามปลุกเร้าสติที่กำลังจะแตกสลาย

เงาสะท้อนไม่ตอบ มันเพียงแค่หัวเราะเสียงแหบแห้ง ราวกับเสียงกู่ร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำมานานแสนนาน เสียงหัวเราะนั้นก้องกังวานไปทั่วห้องโถง ยิ่งเพิ่มความสยองขวัญให้กับบรรยากาศ

ในห้วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง สายตาของชาญชัยเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่มุมห้องโถง ‍ใกล้กับประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท มีกระจกบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ กระจกบานนั้นไม่ได้มีลักษณะเหมือนกระจกทั่วไป มันมีกรอบไม้แกะสลักโบราณที่ดูแข็งแรง แต่พื้นผิวของกระจกกลับมีลักษณะขุ่นมัว บิดเบี้ยว ราวกับมองผ่านน้ำที่กำลังปั่นป่วน

ความสงสัยและความหวังริบหรี่ทำให้ชาญชัยตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจ เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ​แต่ละย่างก้าวดูเหมือนจะหนักอึ้งกว่าปกติ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังดึงรั้งเขาเอาไว้

เมื่อเข้าใกล้กระจกบานนั้นมากขึ้น ชาญชัยก็ยิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ภาพสะท้อนของห้องโถงที่ปรากฏอยู่บนกระจกนั้นไม่ใช่ภาพที่ถูกต้องเสียทีเดียว สีสันต่างๆ ดูเข้มขึ้นจนผิดธรรมชาติ เงาที่ทอดลงมานั้นดูยาวเหยียดและบิดเบี้ยวผิดไปจากความเป็นจริง ราวกับว่ากระจกบานนี้กำลังสะท้อนโลกอีกใบหนึ่ง ​โลกที่เต็มไปด้วยความมืดและความน่ากลัว

เขายื่นมือออกไปสัมผัสพื้นผิวกระจก ความรู้สึกเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วแขน ราวกับกำลังสัมผัสกับน้ำแข็งที่แข็งที่สุดในโลก

"นี่มันอะไรกัน..." เขาพึมพำ

ทันใดนั้นเอง ภาพที่ปรากฏบนกระจกก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!

เงาสะท้อนของชาญชัยที่เคยปรากฏอยู่บนพื้นหิน บัดนี้กลับปรากฏขึ้นบนกระจกบานนี้แทน แต่คราวนี้มันดูเหมือนจริงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาที่แดงฉานจ้องมองมาที่เขาอย่างเข้มข้น ​มือที่ยกขึ้นดูเหมือนจะชี้มาที่เขาโดยตรง

"แก...แกคือเงาของฉันใช่ไหม?" ชาญชัยถามเสียงสั่น

เงาสะท้อนบนกระจกเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย ก่อนที่มันจะค่อยๆ ยกมือขึ้นมาอีกข้างหนึ่ง แล้วชี้ไปที่ด้านหลังของชาญชัย

ชาญชัยรีบหันหลังกลับไปมองทันที ปรากฏร่างของชายอีกคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น เขาอยู่ในชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ ดวงตาของเขา! ดวงตาคู่นั้นส่องประกายสีแดงฉาน ราวกับกำลังแผดเผาด้วยไฟนรก!

"ใคร...นายเป็นใคร!" ชาญชัยตะโกนถามอย่างตกใจ

ชายในชุดดำไม่ตอบ เขากลับค่อยๆ ยกมือขึ้น แล้วโบกไปมาเบาๆ ทันใดนั้นเอง ผนังห้องโถงด้านตรงข้ามก็เริ่มสั่นไหว วัตถุประหลาดรูปทรงคล้ายเสาหินโบราณค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากพื้น! เสาหินนั้นสลักเสลาด้วยอักขระโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และมีแสงสีเขียวมรกตเรืองรองออกมาจากร่องลึกของลวดลาย

"นี่มัน...อะไรกันแน่!" ชาญชัยอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา

เงาสะท้อนบนกระจกหัวเราะเสียงแหบพร่าอีกครั้ง "ในที่สุด...แกก็เข้าใจแล้วสินะ"

"เข้าใจเรื่องอะไร?"

"เข้าใจว่าแกไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ที่นี่" เงาตอบ "และที่สำคัญ...แกจะไม่มีวันหนีออกไปได้"

ขณะที่เงาสะท้อนกำลังพูด สายตาของชาญชัยก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่สลักอยู่บนเสาหินโบราณนั้นอย่างเลือนราง มันเป็นสัญลักษณ์ที่คุ้นตาอย่างน่าประหลาด สัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเห็นในความฝันก่อนที่จะมาถึงที่นี่!

"สัญลักษณ์นั้น..." เขาพึมพำ "มันคืออะไร?"

"มันคือคำสาป" เงาตอบ "คำสาปที่ผูกมัดวิญญาณของคนบาปเอาไว้กับคฤหาสน์แห่งนี้"

ชาญชัยรู้สึกราวกับสมองกำลังถูกบดขยี้ ภาพต่างๆ นานาที่เคยเกิดขึ้นในคฤหาสน์แห่งนี้ย้อนกลับมาในหัวอย่างรวดเร็ว ภาพผู้คนลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงกระซิบที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง รอยเลือดที่ปรากฏขึ้นอย่างปริศนา...

"แล้ว...แล้วพวกนั้นล่ะ?" เขาถามถึงผู้คนที่เขาเคยพบเจอ

"พวกเขา...ก็เป็นเหมือนแก" เงาตอบ "เป็นเหยื่อของมัน"

ทันใดนั้นเอง ชายในชุดดำก็ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เงาสะท้อนบนกระจกก็ขยับเข้ามาใกล้ชาญชัยมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไป

"แต่...แต่ฉันไม่ใช่คนบาป!" ชาญชัยพยายามประท้วง

"ทุกคนที่มาที่นี่...ล้วนมีบาปในใจ" เงาตอบ "เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยออกมา"

ชาญชัยรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่กำลังบีบคั้นหัวใจของเขา เขาหันซ้ายหันขวา พยายามหาทางหนี แต่ดูเหมือนทุกทิศทางจะถูกปิดกั้นเอาไว้หมดแล้ว

"แกจะเลือกอย่างไร?" เงาถาม "จะยอมจำนนต่อคำสาปนี้...หรือจะต่อสู้กับมัน?"

คำถามนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดแทงเข้ามาในจิตใจของชาญชัย เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา มันเป็นพลังงานที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทั้งร้อนแรงและมืดมิด

"ฉัน...ฉันไม่ยอมแพ้!" ชาญชัยตะโกนอย่างสุดเสียง

ทันทีที่เขาพูดจบ เสาหินโบราณก็ส่องแสงจ้าขึ้นอีกครั้ง! แสงสีเขียวมรกตสว่างจ้าจนชาญชัยต้องยกมือขึ้นมาบังตา

เมื่อแสงสว่างจางลง เขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่ห้องโถงของคฤหาสน์ราตรีอีกต่อไปแล้ว!

เบื้องหน้าของเขาคือทุ่งทรายอันเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มอมม่วงที่สาดส่องลงมาอย่างอ่อนแรง

"ที่นี่...ที่ไหน?" เขาถามอย่างงุนงง

ตรงหน้าเขา ปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขาสวมใส่ชุดคลุมยาวสีเดียวกันกับชายในชุดดำที่เขาพบในคฤหาสน์ แต่ใบหน้าของพวกเขากลับปรากฏรอยสักรูปงูเลื้อยพันรอบดวงตา

"ยินดีต้อนรับสู่แดนทรายแห่งพันธนาการ" หัวหน้ากลุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ที่ซึ่งความจริงของวิญญาณจะถูกเปิดเผย"

ชาญชัยมองไปรอบๆ เขาเห็นซากปรักหักพังของโบราณสถานบางอย่างที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทราย โบราณสถานนั้นดูโบราณและน่าสะพรึงกลัว ผนังหินเต็มไปด้วยรูปแกะสลักแปลกประหลาดที่ดูเหมือนจะกำลังกรีดร้อง

"แล้ว...พวกคุณคือใคร?" ชาญชัยถาม

"เราคือผู้พิทักษ์แห่งความจริง" หัวหน้ากลุ่มกล่าว "และเราจะนำพาแกไปสู่บททดสอบสุดท้าย"

ขณะที่หัวหน้ากลุ่มพูด สายตาของชาญชัยก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่สลักอยู่บนกำแพงโบราณสถานนั้นอย่างเลือนราง มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏบนเสาหินในคฤหาสน์ และสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเห็นในความฝัน!

"สัญลักษณ์นั้น..." เขากล่าว "มันมีความหมายอย่างไร?"

"มันคือตราผนึกแห่งวิญญาณ" หัวหน้ากลุ่มตอบ "ตราผนึกที่ผูกมัดเงาซ่อนวิญญาณเอาไว้...และบัดนี้...ถึงเวลาที่แกจะต้องปลดปล่อยมันออกมา"

คำพูดนั้นทำให้ชาญชัยรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสีแดงฉาน ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไป และเงาทมิฬก็เริ่มทอดยาวออกมาจากโบราณสถานนั้น

เงาที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด...เงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขา...

ชาญชัยรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังปะทุขึ้นภายในกายของเขา มันไม่ใช่พลังงานที่เขาเคยรู้จัก มันทั้งแปลกประหลาด ทรงพลัง และน่ากลัว...

เขาจะทำอย่างไรต่อไป? จะเผชิญหน้ากับเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามา หรือจะหาทางหนีไปจากแดนทรายอันน่าสะพรึงกลัวนี้? อะไรคือความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตราผนึกแห่งวิญญาณ? ชาญชัยจะต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบอะไรอีกบ้าง? และเงาที่ปรากฏขึ้นในคฤหาสน์ราตรีนั้นแท้จริงแล้วคืออะไร? เรื่องราวของ "เงาซ่อนวิญญาณ" กำลังจะพาเขาไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาซ่อนวิญญาณ

เงาซ่อนวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!