เสียงเรียกจากโพรงมรณะ

ตอนที่ 6 — เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 958 คำ

ลมหายใจของนพดลติดขัดอยู่ในลำคอ เขาพยายามกลั้นมันไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหนืดหนึบที่เกาะติดไปทั่วผิวหนังนั้นช่างน่าสะอิดสะเอียน มันไม่ใช่เหงื่อ ไม่ใช่โคลน หรือสิ่งใดที่เขาคุ้นเคย มันคือสัมผัสที่บ่งบอกถึงความเปียกชื้นจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ของโลกนี้ ยิ่งเขาพยายามปัดป่าย ‌ยิ่งรู้สึกถึงเมือกเหนียวที่เกาะติดนิ้วมือ ราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังของสิ่งมีชีวิตที่ไร้กระดูกสันหลัง มันทำให้ขนลุกซู่ไปทั่วร่าง

“นี่มันอะไรกันวะ” เสียงพึมพำแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก เขาพยายามเพ่งสายตามองไปรอบๆ ในความมืดที่ดูเหมือนจะหนาทึบขึ้นทุกขณะ แสงจากไฟฉายคาดศีรษะของเขาก็ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าความมืดในโพรงแห่งนี้กำลังกลืนกินแสงสว่างทุกอณู

กลิ่นอับชื้น ​กลิ่นดิน กลิ่นสาบ ของโพรงถ้ำยังคงคละคลุ้งอยู่ แต่ทว่า ณ ตอนนี้ กลิ่นเหล่านั้นถูกบดบังด้วยกลิ่นสาบฉุนที่รุนแรงกว่าเดิม มันมีลักษณะคล้ายกลิ่นคาวปลา ‍ผสมผสานกับกลิ่นเน่าเปื่อย และมีบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา

นพดลหยิบเอาขวดน้ำที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขึ้นมา จิบเข้าไปเล็กน้อยเพื่อบรรเทาอาการระคายคอ แต่กลับรู้สึกว่าน้ำนั้นมีรสชาติที่แปลกประหลาด ขมปร่า และมีกลิ่นติดมาด้วย เขาพยายามขยับตัวอย่างระมัดระวัง ‌หวังจะหาทางขยับออกจากจุดที่เขากำลังยืนอยู่นั้น แต่แล้ว ขากลับรู้สึกเหมือนจมลงไปในพื้นผิวบางอย่างที่นุ่มหยุ่นและเหนียวเหนอะหนะ

“บ้าเอ๊ย!” เขาอุทานออกมาอย่างหัวเสีย พยายามดึงขาขึ้น แต่ยิ่งดึงก็ยิ่งจม ยิ่งขยับก็ยิ่งรู้สึกถึงความต้านทานที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันเหมือนกับว่าพื้นดินใต้เท้าของเขากำลังมีชีวิต ‍และกำลังดูดกลืนเขาลงไป

เขาก้มลงมองดูเท้าของตัวเองในแสงไฟฉายที่สั่นคลอน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ภาพที่เห็นนั้นน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้ สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นพื้นดิน กลับกลายเป็นก้อนเนื้อเยื่อสีดำขลับ ขนาดมหึมา ที่กำลังขยับตัวช้าๆ เหมือนกำลังหายใจเข้าออก ​ผิวของมันดูมันวาว เปียกชุ่มไปด้วยเมือกเหนียว และมีเส้นใยคล้ายรากไม้สีดำสนิทแตกแขนงออกไปรอบทิศทาง

“นี่มัน… มันอะไรกันแน่” เขาพึมพำเสียงสั่นเครือ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจ จนแทบจะสูญเสียการควบคุม เขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ​ไม่เคยมีแม้แต่ในหนังสยองขวัญที่เขาเคยดู หรือนิยายที่เขาเคยอ่าน

ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นมา ราวกับมันเล็ดลอดออกมาจากผนังถ้ำ จากความมืดที่รายล้อมรอบตัวเขา เสียงนั้นเบามากจนแทบจะจับใจความไม่ได้ แต่ทว่ามันกลับชัดเจนในโสตประสาทของเขา ราวกับมีใครบางคนกำลังกระซิบอยู่ข้างหู

“มา… ​ที่นี่… รออยู่…”

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ มันแหบพร่า ลากยาว และเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้าไปถึงไขสันหลัง นพดลสะดุ้งเฮือก เขาหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็ว พยายามเพ่งมองไปยังทิศทางของเสียง แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืดมิด

“ใคร… ใครอยู่ตรงนั้น!” เขาตะโกนถามออกไป เสียงของเขาเองกลับฟังดูเล็กน้อย และถูกดูดกลืนไปกับความเงียบของโพรงถ้ำ

แต่ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา มีเพียงเสียงกระซิบที่ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

“มา… สัมผัส… ความสุขนิรันดร์…”

คำพูดเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวให้กับนพดล เขาพยายามดึงขาของตัวเองออกจากก้อนเนื้อเยื่อประหลาดนั้นอย่างสุดกำลัง แรงดึงและแรงเสียดสีทำให้รู้สึกเจ็บปวด แต่ทว่าความเจ็บปวดนั้นก็ไม่อาจเทียบได้กับความกลัวที่กำลังถาโถมเข้ามา

“ไม่… ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!” เขาตะโกนตอบกลับไปอย่างไม่คิดชีวิต

เขาใช้มือทั้งสองข้างกอบโกยเอาดินที่อยู่รอบๆ ตัวขึ้นมา พยายามยึดเกาะพื้นผิวที่มั่นคงกว่า แต่กลับพบว่าดินเหล่านั้นก็มีความเหนียวหนืดไม่ต่างกัน มันเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโพรงแห่งนี้กำลังมีชีวิต และกำลังพยายามจะกลืนกินเขา

ทันใดนั้นเอง เขารู้สึกถึงแรงดึงที่ขาเบื้องซ้ายอย่างรุนแรง ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังคว้าขาของเขาเอาไว้ นพดลเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ และภาพที่เห็นทำให้เขาทรุดฮวบลงไป

จากก้อนเนื้อเยื่อสีดำขลับนั้น มีเส้นใยสีดำเส้นหนึ่ง ซึ่งหนากว่าเส้นอื่น และดูแข็งแรงกว่า ได้ยื่นออกมา มันคือเส้นใยที่พันรอบข้อเท้าของเขา และกำลังออกแรงดึงอย่างไม่ลดละ

“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!” เขากรีดร้อง พยายามสะบัดขาอย่างบ้าคลั่ง แต่เส้นใยนั้นยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ความเหนียวหนืดที่เคยรู้สึกได้ตามผิวหนัง ตอนนี้กลับแผ่ซ่านเข้าไปในรูขุมขนของเขา ราวกับว่ามันกำลังพยายามแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขา นพดลรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วเส้นเลือด ราวกับว่าเลือดในกายของเขากำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง

“มัน… มันกำลังดูดอะไรไปจากฉัน!” เขาพึมพำด้วยความหวาดหวั่น

เขาพยายามใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ คว้าเอามีดพกที่พกติดตัวมาตลอดออกมา มันเป็นมีดเล่มเล็กๆ ที่เขาใช้สำหรับกิจกรรมแคมป์ปิ้งทั่วไป แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ มันอาจจะเป็นอาวุธเดียวที่เขามี

ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขากระหน่ำฟันลงไปที่เส้นใยสีดำที่พันรอบข้อเท้าของเขา เสียงของมีดที่กระทบกับเส้นใยนั้นดัง "ฉัวะๆ" แต่เส้นใยนั้นก็แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด มันไม่ขาดง่ายๆ

“แข็งแกร่งชะมัด!”

ในขณะที่นพดลกำลังต่อสู้กับเส้นใยนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะเยาะเย้ย

“อย่า… ดิ้นรน… ไม่มีประโยชน์… โพรงแห่งนี้… จะกลืนกินเจ้า…”

เสียงนั้นดังมาจากทุกทิศทุกทาง มันเหมือนกับว่าผนังถ้ำกำลังพูดกับเขา มันไม่ใช่เสียงเดียว แต่เป็นเสียงหลายเสียงที่ประสานกันอย่างประหลาด เย็นเยียบ และชวนขนลุก

นพดลรู้สึกได้ถึงแรงดึงที่ขาอีกข้างหนึ่ง มันมีเส้นใยอีกเส้นหนึ่งยื่นออกมาจากก้อนเนื้อเยื่อประหลาดนั่น และกำลังพันรอบข้อเท้าข้างซ้ายของเขาเช่นกัน

“ไม่! ไม่นะ!” เขากรีดร้องอย่างสิ้นหวัง

เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงที่ถาโถมเข้ามา ร่างกายเริ่มสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวที่เข้าครอบงำ เขาพยายามเพ่งมองไปที่ก้อนเนื้อเยื่อสีดำนั้นอีกครั้ง แสงไฟฉายที่สั่นคลอนของเขาส่องให้เห็นรายละเอียดที่น่าขยะแขยงยิ่งกว่าเดิม

ผิวของมันดูเหมือนเมือกใสๆ ที่หุ้มชั้นของเนื้อเยื่อสีดำสนิทไว้ข้างใน มันดูเหมือนเส้นเลือดฝอยสีดำจำนวนมหาศาลที่กำลังเต้นตุบๆ อยู่ภายใต้ผิวนั้น และจากใจกลางของก้อนเนื้อเยื่อนั้น เขาก็เห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น

มันคือดวงตา ดวงตาขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วน ที่กำลังจ้องมองมาที่เขา ดวงตาเหล่านั้นมีสีแดงก่ำ ส่องประกายเรืองรองในความมืด และมันกำลังกระพริบตาช้าๆ ราวกับจะบอกว่ามันกำลังมีความสุขที่ได้พบเหยื่อรายใหม่

“พระเจ้า… ช่วยด้วย…” เขาพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

เส้นใยสีดำทั้งสองเส้นรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ นพดลรู้สึกได้ถึงความหนืดหนึบที่กำลังคืบคลานเข้ามาตามต้นขาของเขา มันคือเมือกเหนียวที่กำลังพยายามจะฉุดลากเขาลงไปในก้อนเนื้อเยื่อประหลาดนั้น

“ไม่! อย่า… อย่าทำแบบนี้!” เขาพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงของเขาก็ไม่อาจเทียบกับพลังของสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้ได้

เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังชัดเจนมาก ราวกับจะปลอบประโลม หรือไม่ก็เยาะเย้ย

“มา… ลูกรัก… มาอยู่กับเรา… ที่นี่… คือบ้าน…”

นพดลรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่กำลังคืบคลานเข้ามาถึงช่วงท้องของเขา ความรู้สึกหนืดหนึบนั้นกำลังปกคลุมร่างกายของเขาอย่างช้าๆ เขารู้สึกได้ถึงการสูญเสียพละกำลังอย่างรวดเร็ว

“ฉัน… ฉันไม่ยอม… แพ้…” เขาพยายามฮึดสู้เป็นครั้งสุดท้าย

แต่แล้ว เขาก็ได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่ง ดังแทรกเข้ามาในเสียงกระซิบเหล่านั้น เป็นเสียงที่ดูคุ้นเคย เป็นเสียงที่เขาเคยได้ยินมาก่อน

“เร็วเข้า… นพดล… รีบออกมา…”

เสียงนั้น… มันคือเสียงของ…

นพดลพยายามเพ่งสมาธิอย่างสุดกำลัง แม้ร่างกายจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงที่กำลังฉุดลากเขาลงไปในความมืดมิด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงมือที่พยายามคว้าจับเขาอยู่

เขาจะหลุดพ้นจากโพรงมรณะนี้ได้หรือไม่? เสียงที่คุ้นเคยนั้นคือใคร? และสิ่งที่กำลังดูดกลืนเขาก็คืออะไรกันแน่? เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวยังคงดำเนินต่อไปในความมืดมิดของโพรงแห่งนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เสียงเรียกจากโพรงมรณะ

เสียงเรียกจากโพรงมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!