เพลิงผลาญวิญญาณ

ตอนที่ 6 — เปลวเทียนในสุสาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,011 คำ

แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก แต่ความรู้สึกนั้นกลับจางหายไปเมื่อเทียบกับความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านมาจากภายใน ร่างกายของเขาเกร็งแน่นราวกับเส้นลวดที่พร้อมจะขาดสะบั้น ภาพของ "เงา" ‌ที่ปรากฏขึ้นในความฝันยังคงตามหลอกหลอน ราวกับกำลังจะหยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณ

"มันมาแล้ว..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ภูผารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความกลัวทางกายภาพ แต่เป็นความตื่นตัวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นจากสัญชาตญาณดิบ มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นในทุกอณูของร่างกาย

เขายืดตัวขึ้นช้าๆ สองมือที่กำแน่นเริ่มสั่นระริก ดวงตาที่เคยฉายแววสับสนบัดนี้กลับกร้าวแกร่งขึ้น ​เป็นประกายเหมือนดวงดาวที่กำลังจะลุกโชน สุสานโบราณแห่งนี้ที่เคยถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัดกลับเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบของลมที่พัดผ่านใบไม้แห้ง เสียงที่ดังราวกับเสียงร้องคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกจองจำ

"ใคร... อยู่ตรงนั้น!" ภูผาตะโกนถามออกไป เสียงก้องกังวานสะท้อนกลับมาอย่างน่าขนลุก แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ‍มีเพียงเสียงลมที่ดูเหมือนจะหัวเราะเยาะในความสิ้นหวังของเขา

ทันใดนั้นเอง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพลันหรี่แสงลงอย่างน่าประหลาด ราวกับมีวัตถุลึกลับขนาดใหญ่กำลังบดบังทัศนียภาพ ดวงตาของภูผาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาดำทะมึนค่อยๆ คืบคลานออกมาจากมุมมืดของป่า มันไม่ใช่เงาของต้นไม้ ไม่ใช่เงาของสัตว์ป่า แต่มันคือเงาที่บิดเบี้ยวผิดรูป ‌เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่แฝงไว้ด้วยพลังอำมหิตที่มองไม่เห็น

"แก... มาเพื่ออะไรกันแน่?" ภูผาพึมพำกับตัวเอง มือควานหาอาวุธที่คุ้นเคย แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้ง ความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับอำนาจที่เหนือกว่าทุกสิ่ง กำลังถาโถมเข้าใส่

เงาดำนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ‍พร้อมกับเสียงครืดคราดที่ดังมาจากภายในราวกับก้อนหินที่ถูกเสียดสีเข้าหากัน อากาศรอบตัวภูผาเริ่มเย็นยะเยือกจนแทบจะแข็งตัว ความรู้สึกอึดอัดราวกับถูกบีบคั้นจากทุกทิศทางทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก

"นี่คือ... เพลิงผลาญวิญญาณ?" ภูผาถามออกไป เสียงแหบพร่า เขาเคยได้ยินตำนานเล่าขานถึงพลังโบราณที่สามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับมันด้วยตาตัวเอง

เงาดำนั้นหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา ​ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร มันไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน มีเพียงความมืดมิดที่แผ่ซ่านออกมา และบางครั้งก็มีประกายสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นภายในราวกับดวงตาของอสูรร้าย

"เจ้า... ได้รบกวน... สิ่งที่หลับใหล..." เสียงแหบแห้งดังขึ้นราวกับมาจากที่ไกลแสนไกล แต่กลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของภูผาโดยตรง ​น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำมหิต

ภูผากัดฟันแน่น "ข้า... ไม่ได้ต้องการรบกวนสิ่งใด! ข้าแค่ต้องการความจริง!"

"ความจริง... คือสิ่งที่จะนำพาเจ้า... ไปสู่ความว่างเปล่า..." เสียงนั้นหัวเราะอย่างเย็นชา "เจ้า... ​คิดว่าเจ้า... พร้อมแล้วหรือ?"

ทันใดนั้น เงาดำก็พุ่งเข้าใส่ภูผาด้วยความเร็วที่เหนือคาดหมาย ภูผาหลบอย่างฉิวเฉียด สัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านใบหน้า เขากลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของกิ่งไม้ที่ถูกทำลาย

"แก... แกมันปีศาจร้าย!" ภูผาตะโกนลั่น สัญชาตญาณนักสู้ของเขาถูกปลุกขึ้นมาอย่างเต็มที่ แม้จะไม่มีอาวุธ เขาก็ยังมีความหวัง

เขาพุ่งเข้าใส่เงาดำด้วยสุดแรงเกิด หวังจะใช้กำลังเข้าต่อสู้ แต่เมื่อมือของเขาสัมผัสเข้ากับเงาดำนั้น เขากลับรู้สึกราวกับกำลังจุ่มมือลงในน้ำแข็งที่เย็นจัด และความเย็นนั้นก็ลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว

"อ้ากกกก!" ภูผาร้องโหยหวน เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังดูดกลืนความอบอุ่นในร่างกายของเขาไป ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วเส้นประสาทราวกับถูกเผาไหม้ด้วยความเย็น

"นี่คือ... รสชาติ... ของความสิ้นหวัง..." เสียงนั้นกระซิบข้างหู

ภูผาพยายามสะบัดมือออก แต่ก็เหมือนถูกพันธนาการด้วยเส้นใยที่มองไม่เห็น พลังงานสีดำทะมึนกำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาเห็นภาพต่างๆ วาบเข้ามาในหัว ภาพของอดีต ภาพของความสูญเสีย ภาพของคนที่เขารัก

"ไม่! ข้าไม่ยอมแพ้!" ภูผารวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้าย เขาจดจ่อไปที่ใจกลางของเงาดำนั้น และนึกถึงสิ่งที่เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าที่สุด

"ถ้าเจ้าต้องการ... พลัง... จงรับมันไป!"

ทันใดนั้นเอง ประกายสีแดงฉานอันรุนแรงก็พลุ่งพล่านขึ้นจากใจกลางของเงาดำนั้น มันไม่ใช่ประกายสีแดงธรรมดา แต่เป็นแสงสีแดงเพลิงที่ลุกโชนราวกับแก่นแท้ของภูเขาไฟ และประกายนั้นก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง จนภูผาต้องหยีตาลง

เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เงาดำนั้นก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และกลิ่นไหม้จางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ

ภูผาทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม เหงื่อเย็นไหลอาบไปทั่วแผ่นหลัง เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าภายในอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าส่วนหนึ่งของวิญญาณได้ถูกพรากไป

"มัน... จากไปแล้ว..." เขาพึมพำ

แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนไปภายในตัวเขา ประกายสีแดงฉานที่เห็นเมื่อครู่นี้ มันไม่ได้หายไปไหน มันกำลังเต้นระบำอยู่ภายในร่างของเขา

"นี่มัน... อะไรกันแน่?" ภูผาขมวดคิ้ว เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงจันทร์สีเงินอ่อนกลับมาส่องสว่างอีกครั้ง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับดูน่ากลัวกว่าเดิม

ในขณะเดียวกัน ที่ใจกลางมหานครที่เต็มไปด้วยแสงสีและความวุ่นวาย ก็มีบางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

อาคารสูงระฟ้าเสียดฟ้าสะท้อนแสงไฟนีออนระยิบระยับ ผู้คนเดินขวักไขว่ตามท้องถนน เสียงจอแจของเมืองหลวงดังสะท้อนไปทั่ว แต่ภายใต้ความเจิดจรัสเหล่านั้น มีความมืดมิดที่กำลังก่อตัวขึ้น

ที่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง วิศวกรหนุ่มนามว่า "คิม" กำลังนั่งก้มหน้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงจากหน้าจอสะท้อนบนแว่นตาของเขา ใบหน้าของเขาซีดเผือด แสดงถึงความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

"อีกนิดเดียว... แค่อีกนิดเดียว..." เขาพึมพำกับตัวเอง มือพิมพ์อย่างรวดเร็วบนแป้นพิมพ์

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏภาพแผนผังของเมือง คลื่นพลังงานสีแดงฉานกำลังค่อยๆ แผ่ขยายออกจากจุดศูนย์กลางที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน คลื่นเหล่านั้นกำลังแทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และแม้กระทั่งจิตใจของผู้คน

"ใกล้แล้ว... ใกล้แล้วจริงๆ..." คิมยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "เมื่อพลังนั้นถูกปลดปล่อยออกมา... เมืองนี้... จะกลายเป็นของข้า!"

เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขา กำลังจะนำพาหายนะมาสู่เมืองทั้งเมือง และบางที... อาจจะรวมถึงโลกทั้งใบด้วย

ทันใดนั้นเอง จอคอมพิวเตอร์ของคิมก็ปรากฏภาพกราฟิกสีแดงฉานขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น

"อะไรกัน!?" คิมตกใจ เขาพยายามควบคุม แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์กลับแสดงข้อความที่น่าขนลุก

"การปลุก... เริ่มต้นขึ้นแล้ว..."

ในขณะที่คิมกำลังตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงลมหวีดหวิวที่ดูเหมือนจะมาจากนรก ก็เริ่มพัดโหมกระหน่ำไปทั่วเมือง แสงไฟนีออนเริ่มกระพริบถี่ขึ้นอย่างผิดปกติ และผู้คนบนท้องถนนเริ่มมีอาการแปลกๆ ดวงตาของพวกเขาเริ่มเป็นสีแดงฉาน และท่าทางก็เริ่มก้าวร้าวอย่างคาดไม่ถึง

"ไม่... ไม่จริง!" คิมร้องเสียงหลง "มันเร็วกว่าที่คิด!"

เขาเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบหยุดหายใจ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงที่เคยเป็นสีดำมืด กำลังถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆสีแดงเลือด และจากใจกลางของกลุ่มเมฆนั้น มีเปลวไฟสีแดงฉานกำลังลุกโชนลงมา ราวกับว่าสวรรค์กำลังพิโรธ

"เพลิงผลาญวิญญาณ... มันกำลังจะกลืนกินเมืองนี้จริงๆ..." คิมพึมพำด้วยความสิ้นหวัง

ในสุสานโบราณ ภูผายังคงนั่งอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลบ่ามาจากทิศทางของมหานคร ความรู้สึกที่คุ้นเคยกำลังตีบตันอยู่ในลำคอ

"เมือง... กำลังจะถูกทำลาย..."

เขารีบลุกขึ้นยืน สองมือที่เคยสั่นคลอนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่จิตใจของเขากลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างประหลาด

"ไม่ว่าที่นั่นจะมีอะไร... ข้าต้องไป!"

ภูผาหันหลังให้กับสุสานโบราณ ก้าวเดินออกไปสู่ความมืดมิดของป่า ด้วยความตั้งใจที่จะเผชิญหน้ากับหายนะที่กำลังจะมาถึง

ในขณะที่เขาเดินไป เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง

"เจ้า... เลือกแล้ว... เส้นทางแห่งเพลิง..."

และแล้ว ภูผาก็รู้ว่า การเดินทางของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงผลาญวิญญาณ

เพลิงผลาญวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!